advertisement

ราชาภิเษกสมรสครบ 62 ปี

โดย เผ่าทอง ทองเจือ 26 เม.ย. 2555 05:30

ในวันที่ 28 เมษายน2555 นี้ หากเรามองย้อนหลังไปเมื่อ62ปีมาแล้ว จะพบเห็นความรักของชายหนุ่ม และหญิงสาวคู่หนึ่ง ที่ได้บรรลุถึงการแต่งงาน ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว การแต่งงานถือเป็นเรื่องปกติธรรมดามาก คนทั่วไปใครๆก็อาจแต่งงานได้ แต่การแต่งงานของหนุ่มสาวคู่นี้ถือเป็นเรื่องสำคัญและยิ่งใหญ่มาก เพราะเจ้าบ่าวคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และเจ้าสาวคือหม่อมราชวงศ์สิริกิติติ์ กิติยากร จึงเป็นการแต่งงานที่ผู้คนทั่วไปจะต้องคาดหวังว่าจะเป็นงานที่สุดแห่งปี ในเรื่องของการทุ่มเท และจะต้องมีการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่อลังการ เนื่องจากทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้สูงสุดแห่งชาติ หาก ความจริงแล้ว การแต่งงานหรือพระราชพิธีอภิเษกสมรสของพระเจ้าอยู่หัวในครั้งนั้นกลับเรียบง่ายที่สุด อาจเป็นงานแต่งงานของพระมหากษัตริย์ที่ธรรมดาสามัญที่สุดในโลกพระองค์หนึ่งก็ว่าได้

พระราชพิธีอภิเษกสมรสในครั้งนั้น ตรงกับวันที่ 28 เมษายน พ.ศ.2493 จัดขึ้นที่วังสระปทุม อันเป็นที่ประทับของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีในขณะนี้ ในครั้งนั้นสมเด็จพระพันวัสสา อัยยิกาเจ้า ซึ่งทรงมีศักดิ์เป็น"ย่า"ของพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นองค์ประธานในพิธี ได้พระราชทานน้ำพระมหาสังข์แด่พระเจ้าอยู่หัว และหม่อมราชวงศ์สิริกิติยิ์ กิติยากร พระราชพิธีในวันนั้นเรียบง่ายมากที่สุด จนความรู้สึกของสามัญชนอย่างผมเองยังแทบไม่เชื่อ และอยากเรียกว่า"พิธี" มากกว่า"พระราชพิธี" เพราะในสามัญสำนึกของคนทั่วๆไปนั้น "พระราชพิธี" น่าจะเป็นงานที่จัดยิ่งใหญ่ มีพิธีรีตอง ซับซ้อนวุ่น วายมากมาย มีความยิ่งใหญ่อลังการ ใช้เงินทองมากมายเหมือนที่ไฮโซทั้งหลาย ในปัจจุบันนิยมจัดกัน แบบเจ้าบุญทุ่มมาตำน้ำพริกละลายมหาสมุทรเองเลยทีเดียว

สำหรับท่านที่เคยไปชมวังสระปทุม ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ ในความดูแลของมูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า จะเห็นได้อย่าง ชัดเจนเลยว่า พระราชพิธีอภิเษกสมรสในครั้งนั้น เป็นไปอย่างธรรมดาสามัญ ตามรูปแบบจารีต ประเพณีไทยดั้งเดิม สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ประทับราบกับพื้นไม้กระดาน ที่ปูพรมชิ้นผืนย่อมๆ เพียงผืนเดียว บนชั้นสองของพระตำหนักเท่านั้น และคู่บ่าวสาวคือพระเจ้าอยู่หัวและหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ก็ทรงหมอบคลานลงกับพื้นกระดานของพระตำหนัก เพื่อทรงรับถวายน้ำพระมหาสังข์ แบบธรรมดาสามัญที่สุดเท่านั้นเอง

การราชาภิเษกสมรสในครั้งนั้น ทำให้ผมมานึกถึงเรื่องราวในชาดก โดยเฉพาะในทศชาติชาดก ตอนพระเวสสันดรชาดก ที่ภายหลังจากที่พระเวสสันดรและพระนางมัทรีได้กลับเข้าคืนนครตามเดิมแล้ว ต่อมาเมื่อเสด็จสวรรคตแล้ว จึงถึงวาระที่กันหาและชาลีได้ขึ้นครองราชสมบัติ ทั้งสองได้อภิเษกสมรส กันเอง ตามคตินิยมของลัทธิความเชื่อในขณะนั้น ว่าวงศ์วานว่านเครือของกษัตริย์จะต้องแต่งงานกันเอง ในหมู่พี่น้อง เพื่อรักษาสายเลือดสีน้ำเงินไว้หรือเพื่อรักษาสายเลือกบริสุทธิ์ไว้ให้คงอยู่ โดยปราศจาก สายเลือดอื่นมาปะปน เรียกการแต่งงานในรูปแบบนี้ว่า " สกสกสังวาส" อ่านออกเสียงว่า สะ-กะ-สะ-กะ-สัง-วาด แปลตามพจนานุกรมตรงตัวว่า  "การแต่งงาน สมสู่กันในพวกของตน คือในระหว่างพี่ๆน้องๆ เป็นประเพณีนิยมของชาวอินเดียสมัยโบราณ "

แม้ต่อมาในสมัยพุทธกาล พระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบิดาและพระนางสิริมหามายา พระราชมารดาของ เจ้าชายสิทธัตถะซึ่งต่อมาคือ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ได้ทรงกระทำสกสกสังวาส อภิเศกสมรสกัน ในหมู่พี่น้องเช่นเดียวกัน กับทั้งเจ้าชายสิทธัตถะเองก็ทรงเป็นพระญาติกับพระนางยโสธราพิมพา และได้ กระทำสกสกสังวาส ประสูติพระราหุลในเวลาต่อมา คติการสกสกสังวาสนี้เป็นที่ยอมรับนับถือเป็นจารีต ปฏิบัติมาจนถึงราชสำนักของไทย วันนี้จะขอยกตัวอย่างรัชกาลที่ 5 ที่ได้ทรงกระทำสกสกสังวาส กับพระ น้องนางเธอ ที่ประสูติร่วมพระราชบิดาเดียวกัน คือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่4 แต่ต่างพระราชมารดา คือรัชกาลที่5 ประสูติจากสมเด็จพระเทพศิรินทรามาตย์ ส่วนพระเจ้าน้องนาง เธอทั้งสามพระองค์ ประสูติจากเจ้าจอมมารดาเปี่ยม หรือต่อมาคือสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินทรมาตา คือ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา และสมเด็จพระนางเจ้า เสาวภา ผ่องศรี

ในวาระครบรอบ 66 ปีแห่งการราชาภิเษกสมรส ที่จะเวียนมาบรรจบครบ 62 ปี ในวันที่ 28 เมษายน ศกนี้ ขออัญเชิญพระคาถาจากทุติยสังวาสสูตร ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในบทปฐมสมชีวิตสูตร ความว่า ....".....สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสสั่งสอนว่า ท่านคหบดีและท่านคหปตานี ถ้าภริยาสามีหวังที่จะได้พบกัน ทั้งในชาตินี้และชาติหน้าไซร้ ทั้งคู่พึงเป็นผู้มีศรัทธาเสมอกัน. มีศีลเสมอกัน  มีจาคะเสมอกัน  มีปัญญาเสมอกันเถิด ก็จะได้พบกันทั้งในชาตินี้และชาติหน้า (ปฐมสังวาสสูตรที่3 หน้า 185-186)

เจริญพระชนม์ยิ่งยืนนาน....

เผ่าทอง ทองเจือ
www.facebook.com/paothong.pan
www.facebook.com/paothong.thongchua

 

โหวตข่าวนี้