advertisement

'พริตตี้ปริญญา' จัดหนัก ถล่ม 'ระเบียบรัตน์' ตกยุค ท้าดีเบตความรู้รอบตัว...!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 มี.ค. 2555 05:30

'ไม่ใช่แค่นมโต แต่ไร้สมองจะเป็นพริตตี้ได้...' พริตตี้ปริญญา ยอดลูกกตัญญูหาเงินส่งเสียหาเงินเลี้ยงพ่อแม่หน้ากระดาน ซัด อย่าเหมารวมว่าโง่ ฉุน ระเบียบรัตน์ จัดหนักวิจารณ์แบบไม่มีข้อมูล กรีดไม่สวยเท่าอย่าอิจฉา ท้าแข่งความรู้รอบตัว...!

ภายหลัง นางระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมครอบครัวอบอุ่นและเป็นสุข ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ด้วยการใช้ถ้อยคำรุนแรงเหมารวมอาชีพพริตตี้ว่าโง่ไร้สมอง แต่งตัวโป๊ดูถูกศักดิ์ศรีผู้หญิงน่ารังเกียจ ไม่ให้เกียรติเพศ และย้ำว่าพริตตี้อยากได้เงินก็ควรมีสมอง ไม่ใช่อยากได้เงิน แต่สมองฝ่อ เพราะจะเป็นการทำลายบ้านเมืองด้วย ล่าสุด ไทยรัฐออนไลน์สอบถามไปยังบรรดาพริตตี้ว่ารู้สึกอย่างไร ที่อาชีพนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์เหมารวมว่า โง่ไร้สมอง แต่งตัวโป๊ ทำลายบ้านเมือง...!!!

ไม่ใช่แค่นมใหญ่ พริตตี้ฉลาดมีสมอง...!


น.ส.ณัฐฐา ศิริรำไพวงษ์ หรือ น้องสต็อป พริตตี้ตัวแม่มากความสามารถ เจ้าของฉายา พริตตี้เงินล้าน ที่เก็บเงินจากการทำงานเป็นพริตตี้ได้และส่งเงินเลี้ยงดูครอบครัว จบปริญญาตรี ที่ ม.หอการค้าไทย คณะมนุษยศาสตร์สื่อสารมวลชน จบปริญญาโท ที่ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ คณะนิเทศศาสตร์ธุรกิจ บอกว่า คนที่พูดจาแบบนี้คือคนที่โลกทัศน์แคบ หัวโบราณ ตกยุค

“ถ้าเป็นสมัยพ่อขุนรามคำแหง ผู้หญิงมาแต่งตัวเป็นพริตตี้แบบนี้ค่อยว่ากันหน่อย แต่นี่มันคือสมัยไหนแล้ว ยุค 2012 อีกอย่างจะมาด่าแบบเหมารวมว่าพริตตี้ไม่มีสมองมันไม่ได้ ผู้หญิงที่ดีเรียนจบสูงๆ ก็มากมายที่ชอบอาชีพนี้ก็เข้ามาทำ อย่างสต็อป เรียน ป.โท แล้วหันเหมาทำอาชีพนี้เพราะว่าชอบการสื่อสาร ตอนเด็กๆ อยากเป็นผู้ประกาศข่าว อยากเป็นนักข่าว แต่ไม่ได้มีโอกาสได้มาทำงานตรงนั้น ได้เป็น MC ลักษณะงานก็คล้ายกัน ที่สำคัญมันเป็นอาชีพที่สุจริต พูดตรงๆ เราคิดว่าถ้าเขาเกิดในยุคนี้ ถ้าเขาหน้าตาสวยหุ่นดี เขาคงอยากจะโชว์เป็นพริตตี้เหมือนกัน เขาเกิดในยุคโน่น จะให้เขากลับมาเป็นยุคเขาก็ไม่ได้ โลกมันเปลี่ยนไป การที่มาทำงานพริตตี้แต่งตัวสวยๆ ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีสมอง”


พริตตี้เงินล้านบอกว่า ไม่ใช่แค่นมใหญ่จะมาทำอาชีพนี้ได้ ต้องสมองใหญ่ ต้องฉลาด ต้องมีไหวพริบ แก้ปัญหาเฉพาะหน้า มีบุคลิกภาพที่ดีทักษะทางด้านการพูดได้ดี

"ทำงานตรงนี้มา 8-9 ปี อาจจะบอกว่าเป็นพริตตี้มอเตอร์โชว์ มอเตอร์เอ็กซโป งานใหญ่ๆ แบบนี้ไม่ใช่ง่ายๆ การคัดเลือกตัวยากยิ่งกว่านางสาวไทยซะอีก ยิ่งเป็น MC ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แล้วการที่คนซื้อรถไปแล้วเป็นความอัปมงคล เพราะพริตตี้เป็นเรื่องที่แย่มาก พริตตี้ไม่ได้ขายตัวซะหน่อย เราขายหน้าตาบุคลิกภาพและความสามารถ พริตตี้เป็นด่านแรกที่ให้คนเข้ามาดูสินค้า แต่คนจะซื้อสินค้าหรือไม่ สินค้ามันขายตัวมันเอง สินค้ามันไม่ได้ดีจริงคนจะเอาเงินมากมายมาซื้อเพราะชอบพริตตี้เหรอ เป็นไปไม่ได้ อย่าดูถูกคน”


สุดท้าย พริตตี้ปริญญา 2 ใบ ฝากไปถึงคนที่เปิดประเด็นพริตตี้โง่ ว่า เป็นผู้ใหญ่ก็ควรจะเข้าใจในตัวเด็กจะด่าใครก็ควรที่จะรู้หลักฐานว่าพริตตี้ คนนี้เลว ไม่ดีคนไหนเจาะจงมาเลย ไม่ใช่มาด่าเหมารวมแบบนี้ ที่สำคัญ เขาเหมือนว่าจะรักห่วงศักดิ์ศรีในความเป็นผู้หญิง แต่เขาก็แอบดูถูกผู้หญิงเหมือนกัน ถ้ามามอเตอร์โชว์ก็ไม่อยากจะพูดด้วย เราไม่อยากจะพูดกับคนที่ทัศนคติแคบ เราเกลียดคนที่ดูถูกคนอื่น

พริตตี้ตัวเคลื่อนเศรษฐกิจ ป้าไม่สวยเท่าอย่าอิจฉา...!


ขณะที่ น.ส.อัญสุมาลย์ ตันประเสริฐ หรือ น้องลูกแพร (พ่อเธอเป็นนายพลคุณแม่เป็นแม่บ้าน) พริตตี้ชื่อดังที่อยู่ในวงการมา 7 ปี ปัจจุบันเรียบจบปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ ที่ ม.ขอนแก่น ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2 และกำลังเรียนต่อปริญญาโท สาขาจิตวิทยา ทำอาชีพนี้หาเงินจุนเจือครอบครัว กล่าวด้วยอารมณ์โกรธกับข้อกล่าวหาแบบเหมารวมว่า พริตตี้สมัยนี้ไม่ได้โง่ อย่ามาพูดจาเหมารวมดูถูกอาชีพนี้กัน


“โดยเฉพาะงานอย่างมอเตอร์โชว์ และมอเตอร์เอกซโป เป็นงานที่มีคุณภาพ ที่เข้ายากสุดๆ เพราะนอกจากหน้าตา บุคลิกภาพ ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ความสามารถทางภาษาที่ต้องมี ไม่อย่างนั้นยาก การพูดแบบนี้เป็นการมองแบบคนหัวโบราณ ที่มองเด็กรุ่นใหม่แย่หมด ไม่ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมสมัยใหม่ มาด่าเรื่องชุดโชว์ที่ฝรั่งมาใส่บิกินี่ในรอบสื่อวันเดียว แล้วแยกไม่ออกว่าพริตตี้กับสาวโชว์ต่างกันอย่างไร แล้วพาลด่าพริตตี้โง่หมดทั้งวงการ ถามว่าจริงๆ เรื่องสมองกับการแต่งกายมันเกี่ยวกันตรงไหน ที่สำคัญงานนี้จัดในที่มิดชิดไม่ได้จัดที่วัดซะเมื่อไหร่ ทั่วโลกก็จัดการกัน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปีที่แล้วเขาก็ออกมาด่า แต่พุ่งเป้าไปที่ผู้จัดงาน แต่ปีนี้พุ่งเป้ามาด่าพริตตี้แถมเหมารวมหมด เราก็งง คงอิจฉาที่เขาไม่สวย อยากแต่งสวยๆ บ้างก็ทำไม่ได้”


ลูกแพรตอบโต้คำกล่าวหากรณีที่ว่าการแต่งตัวของอาชีพพริตตี้ ดูถูกศักดิ์ศรีความเป็นผู้หญิงว่า จะเอาเรื่องแบบนี้มาเปรียบเทียบกับการศึกษาไม่ได้

“อยากจะบอกว่ายุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว เด็กสมัยใหม่ที่เติบโตมากับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ที่เขามองเรื่องที่ถูกวิจารณ์ว่าธรรมดามากๆ ซึ่งการได้ลูกค้าโดยเอาความเซ็กซี่มาขายนั้น มันช่วยให้งานมีคนเข้างานมามากขึ้น ทำให้เรื่องเศรษฐกิจวิ่ง ลองนึกภาพถ้าทำตามข้อเสนอของเขาแล้วเอาพริตตี้หน้าป้าๆ หน้ายายๆ มาทำ แล้วใครจะมาเข้างาน การแต่งตัวเป็นศิลปะความเซ็กซี่เป็นสิ่งสวยงาม เราไม่ได้อนาจาร แล้วที่สำคัญชุดที่หามาทางลูกค้าต้องการ เพื่อให้เข้าคอนเซปต์กับรถ ไม่แตกต่างไปจากนักร้องที่แต่งตัวเซ็กซี่ที่เห็นได้ตามทีวีทั่วไป ดังนั้น จะไปดูถูกว่าคนแต่งตัวเซ็กซี่ไม่มีการศึกษา ไม่ถูกต้อง”


สุดท้าย เธอยังฝากไปยังนางระเบียบรัตน์ด้วย ว่า อยากให้คุณป้าเปิดใจรับกับความเป็นไปของโลก เราเข้าใจว่าคุณป้าเป็นคนโบราณ รับไม่ได้กับโลกสมัยนี้ และก็ไม่ได้คิดว่าคุณป้าเป็นคนร้ายกาจอะไร ป้าเป็นแค่คนที่รับการเปลี่ยนแปลงของโลกนี้ไม่ได้ แต่เราไม่อยากให้ดูถูกแบบเหมารวมมันเป็นคำพูดที่ไม่ถูกต้อง

"การพูดแบบนี้นอกจากจะทำให้เราเสียใจแล้ว มันยังทำให้วงการพริตตี้เสียหายไปหมด เพื่อนๆ หลายคนก็ทำงานหาเงินส่งให้ครอบครัวเหมือนกับเรา ถ้าเขาเกิดในสมัยนี้อาจจะเข้าใจ ไม่ตกยุคอย่างนี้” พริตตี้ตัวแม่กล่าว



พริตตี้ก็มีหัวใจ ด่าไม่มีเหตุผลระวังถูกฟ้อง..!


น.ส.อมรา แหม หรือ น้องมาร์ พริตตี้ชื่อดังฝีปากกล้าอีกคน ปัจจุบันเรียนจบปริญญาตรี จาก ม.หอการค้าไทย คณะบริหารธุรกิจ ธุรกิจระหว่างประเทศ เคยประกวดนางงามเวทีชื่อดัง ที่เคยสร้างชื่อเสียงตอบคำถามจากกรรมการหัวโบราณคนหนึ่งกับคำถามที่ว่าพริตตี้ กับ โคโยตี้ต่างกันไหม โดยเธอตอบไปว่า ต้องให้เธอใส่มงกุฎแบบบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี แล้วค่อยถ่ายบิกินี่ได้เหรออย่างไร เรียกเสียงฮือฮา และปีถัดมากรรมการหัวโบราณคนนั้นก็ถูกถอด เพราะตั้งคำถามอคติไม่เหมาะสมกล่าวถึงกรณีนี้ว่า


“อาชีพเราด้อยค่าสุจริต กว่าอาชีพอื่นตรงไหน บางทีการเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องดูตัวเองด้วยนะ ต้องให้เกียรติคนบ้างว่า เวลาจะพูดอะไรถ้าด่าเรื่องเสื้อผ้า พริตตี้ก็ไม่ได้ขอให้ใส่เสื้อแบบนี้เองนะ มันเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ ที่จะให้เหมาะกับธีมสินค้าของเขา ด้วยความที่สรีระบางคนมันเยอะก็เลยออกมาเกินกว่าที่เป็น แล้วทำไมทีดาราที่เขาดังๆ แล้วไม่ไปด่าเพราะเขาโป๊ทุกๆ ครั้งที่ออกทีวีออกงานบ่อยกว่าพริตตี้อีกทำไมไม่ไปด่า หรือว่ากลัวโดนฟ้องร้อง ด่าพริตตี้ทั้งวงการคงคิดว่าเราเป็นเด็กไม่กล้าตอบโต้เขา แต่ถ้าคุณด่าไม่มีเหตุผล ระวังโดนพริตตี้รวมตัวฟ้องกันแล้วจะรู้สึก แล้วมาด่าว่าโง่ พริตตี้ที่รู้จักมาหลายคนไม่เพียงเรียนสูง เขายังได้รับเกียรติแบบนี้เรียกว่าโง่ได้หรือ ”


มาร์ ย้ำว่าอยากให้ผู้ใหญ่อย่าใจแคบและแสดงความคิดใจแคบออกมา เพราะว่าพริตตี้ทุกคนโดนว่าแบบนี้ก็เจ็บปวด เพราะเป็นคนมีหัวใจเหมือนกัน ถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะฝากไปยังผู้ที่พูดว่า อยากให้เขาเห็นคุณค่าของคน เพราะว่าเราก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน แล้วอาชีพนี้ก็ไม่เคยไปดูถูกอาชีพเขา ไม่เคยก้าวก่าย ไม่ว่าใครให้เสียหายแบบเหมารวมโดยไม่มีเหตุผล

 

 


"ถ้าวันนี้เขามีเหตุผลและอุทิศตัวเพื่อช่วยสังคมเหมือนกับคุณปวีณา หงสกุล เขาจะมีคุณค่า จะนับถือและจะมีประโยชน์ต่อสังคมมากกว่าที่เขาคอยมานั่งด่าแบบนี้” พริตตี้กตัญญู กล่าว

พริตตี้ ท้า ระเบียบรัตน์แข่งความรู้... !

ขณะที่ น.ส.นนทพร ธีระวัฒนสุข หรือ น้อง แย้ พริตตี้ และ MC ชื่อดังที่เก่งทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อยู่ในวงการมาหลายปี ปัจจุบันจบปริญญาตรี จาก ม.ศิลปากร คณะอักษรศาสตร์ เกียรตินิยมอันดับ 2 พริตตี้กตัญญูหาเงินส่งให้ครอบครัว


“แบบนี้ไร้สมองไหม ครั้งแรกที่ได้ฟังเราโกรธมาก ว่า ทำไมถึงดูถูกอาชีพสุจริตแบบนี้ อาชีพนี้ไม่ได้ไปทำให้ครอบครัวใครแตกแยก ถามหน่อยว่าอย่างคนที่เป็นเมียน้อย โอเคมันมีทุกอาชีพ แต่ไม่ใช่มาจิกด่าแบบเหมารวมทุกคนในอาชีพนี้เป็นเมียน้อยหมด คุณไม่ควรมา Stereotype หรืออย่างที่เราเป็น MC ย่อมาจาก Master of Ceremonies หรือ Master of Ceremony หมายถึงผู้ดำเนินรายการ ซึ่งต้องใช้สมองมากมาย ถามหน่อยว่าถ้าอีเวนต์ต่างๆ มันไม่มี MC จะจัดขึ้นได้ไหม เราต้องใช้สมองในการพูดในการจัดการบริหาร แบบนี้เรียกว่าโง่ทั้งวงการไหม”


แย้บอกว่า ถ้ามองกันที่ภายนอกว่า อาชีพพริตตี้เป็นอาชีพที่ไม่ต้องมีการลงทุนอะไร นอกจากหน้าตา แต่หารู้ไม่ว่า มันต้องมีความสามารถ การสื่อสาร ทักษะการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า บุคลิกภาพ สติปัญญา ไม่ใช่เอาใครมาเป็นก็ได้ ยิ่งงานมอเตอร์โชว์ มอเตอร์เอ็กซโปใหญ่ๆ แบบนี้ คัดตัวยิ่งกว่านางงาม ไม่ใช่แค่มองภายนอกแล้วด่าๆ


“คำว่า "อัปมงคลรถ" แรงมาก เรารักอาชีพนี้ใครมาด่าแบบเหมารวมแบบนี้ไม่ได้ ไม่รู้ข้อเท็จจริง ก็อยากจะฝากบอกสำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องด้วยว่า อาชีพพริตตี้เป็นอาชีพที่สุจริต เราไม่ได้ทำอาชีพนี้บนความเดือดร้อนของผู้อื่น และอย่าด่าโง่แบบเหมารวม เพราะว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ตเองใช้สมอง ใช้ไหวพริบสติปัญญา ถ้าไม่เชื่อเราท้าแข่งความรู้รอบตัว ทั้งภาษาไทยและอังกฤษกับคุณระเบียบรัตน์ เอาไหมพริตตี้ที่คุณว่าโง่ๆ อย่างเราๆ คิดว่าก็ไม่แพ้คุณ คุณรู้ไหมว่าเมื่อผ่านงานพริตตี้แล้วเราได้ใช่ความรู้รอบตัวตรงนี้ไปทำอะไรได้หลายอย่างมาก เป็นอาชีพที่สอนให้เราเป็นผู้ใหญ่ด้วย แล้วเราต้องรู้จักผลิตภัณฑ์ต่างแบบเจาะลึก หลายประเภทมากๆ ยิ่งเราทำงานเยอะเราก็ยิ่งฉลาด ถ้ารับคำท้าก็เจอกันได้ที่งานมอเตอร์โชว์” พริตตี้สุดสวยและมากความสามารถกล่าวในที่สุด.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement