advertisement

สัมผัส Kidzania โลกอัจฉริยะแห่งการเรียนรู้ของเด็ก

โดย ทีมข่าวหน้าสตรี 18 มี.ค. 2555 05:45

มร.ฮาเวียร์ โลเปช แอนโคมา - มร. เฮอร์นาน บาร์บิรี

เชื่อว่าความ สนุกสนานในการเล่นช่วงวัยเด็ก อย่างการเล่นหม้อข้าวหม้อแกง, เล่นเลียนแบบครู-นักเรียน, คุณหมอ-คนไข้ ฯลฯ ยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของหลายๆคน

มาวันนี้จินตนาการในการเล่นแบบ เด็กๆดังกล่าว ได้ถูกสรรค์สร้างให้เป็นจริง ด้วยการย่อส่วนโลกของผู้ใหญ่ ให้กลายมาเป็นความสนุกสนานในโลกของเด็ก โดยให้เด็กได้ทดลองสวมบทบาทในอาชีพที่ใฝ่ฝัน อยากเป็นในอนาคต ในเมืองสมมติที่เรียกว่า “KidZania” อันหมายถึง Land of Cool Kids หรือโลกอัจฉริยะแห่งการเรียนรู้สำหรับเด็กนั่นเอง

ผู้ สร้างฝันโลกจินตนาการของเด็กๆให้เป็นจริงนี้คือ  มร.ฮาเวียร์ โลเปซ แอนโคนา ประธานบริษัท KidZania De Mexico. S.A. de C.V. จำกัด อดีตนักบริหารมืออาชีพทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยีชื่อดังชาวเม็กซิกัน  ผู้ก่อตั้ง KidZania (คิดซาเนีย) แห่งแรกขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2539 ที่กรุงเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก

การเรียนรู้ผ่านการเล่นในโลก  KidZania  ประสบความสำเร็จ ก็ได้กระจายไปสู่เมืองต่างๆในหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย, โปรตุเกส, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, เกาหลีใต้ และโลกแห่งสนุกสนานของเด็กเช่นนี้ กำลังจะเกิดขึ้นบ้างที่ประเทศไทย ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ในเดือนธันวาคม ปลายปีนี้แน่นอน! โดย มร.ฮาเวียร์ โลเปซ แอนโคนา พร้อมด้วย มร.เฮอร์นาน บาร์บิรี ผู้บริหารสำคัญอีกคนหนึ่งของ  “KidZania”  ได้เปิดใจให้สัมภาษณ์ถึงที่มาของ KidZania กับ “ทีมข่าวหน้าสตรีไทยรัฐ” ในโอกาสที่บินตรงมาร่วมเปิด KidZania แห่งล่าสุด ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อเร็วๆนี้

แนวคิดในการก่อตั้ง “คิดซาเนีย” มาจากการเล่นของคุณฮาเวียร์ตอนเด็กๆ ด้วยหรือเปล่าคะ

“ใช่ เลยครับ และผมยังได้แนวคิดมาจากที่ได้เลี้ยงหลานๆหลายคน เพราะผมไม่มีลูก จึงต้องเลี้ยงหลานๆ แทน จึงได้เรียนรู้จากพวกเขาด้วย  เริ่มจากที่ได้เห็นหลานสาวเล่นโทรศัพท์ที่เป็นของเล่น พอเขามาเห็นโทรศัพท์ของจริง ก็อยากที่จะเล่นของจริงมากกว่าที่เป็นของเล่น เลยได้ไอเดียว่า  เด็กๆมีความอยากที่จะเล่นอะไรที่เป็นจริงเป็นจัง  ซึ่งเป็นการได้พัฒนาการเรียนรู้ของเขาด้วย  ทำให้เกิดจินตนาการขึ้นว่า เราน่าจะสร้างเมืองสำหรับเด็กๆโดยมีคอนเซปต์ว่า  เป็นเมืองที่ให้เด็กๆได้ทดลองสวมบทบาทเป็นผู้ใหญ่ ไม่ว่าโตขึ้นเขาอยากเป็นอะไร  เช่น  นักหนังสือพิมพ์, หมอ,  พยาบาล,  นายธนาคาร  หรือพนักงานดับเพลิง ทุกอย่างในโลกของเขาไม่ว่าจะเป็นอาคาร, ถนน,  เฟอร์นิเจอร์,  เก้าอี้  หรือเสื้อผ้าชุดยูนิฟอร์ม ฯลฯ  ถูกย่อส่วนเป็นขนาดของเด็ก  มีสิ่งแวดล้อมต่างๆที่เหมาะสำหรับเด็ก  เพื่อให้เด็กได้สนุกสนานอย่างเต็มที่”

แล้ว “คิดซาเนีย” แตกต่างจากสวนสนุกอื่นอย่างไรคะ

“โลก แห่ง “คิดซาเนีย” เปรียบได้กับโลกเสมือนจริงที่ย่อส่วน และเป็นโลกแห่งการเรียนรู้ในลักษณะ World Family Edutainment Center เป็นการผสมผสานการเรียนรู้ผ่านความสนุกสนานที่เด็กๆ ได้เลือกเล่น สวมบทบาทต่างๆที่มีเป็นร้อยอาชีพ อาทิ นักบิน, แอร์โฮสเตส, นักร้อง, ดีเจ, ช่างภาพ, ตำรวจ, ช่างเสริมสวย ฯลฯ เด็กๆจะได้เรียนรู้การทำงานของอาชีพต่างๆ  เช่น  เรียนรู้การเป็นนักข่าว ทำหนังสือพิมพ์, ทำรายการทีวี เขาจะได้สัมผัสจากของจริง ทำจริง หรือถ้าเขาอยากขับรถ เขาก็ได้สัมผัสจริง  และนอกจากความสุขที่ได้สนุกกับการเล่นแล้ว  ในขณะเดียวกันเด็กๆยังจะได้เรียนรู้ถึงการทำงานหาเงินด้วย  อย่างสมัยก่อน ตอนที่ผมเป็นเด็ก ผู้ใหญ่มักพูดว่า “เงินมาจากต้นไม้” แต่ทุกวันนี้เด็กๆ เรียนรู้ว่า “เงินมาจาก ATM” เพราะเขาได้เห็นว่า เงินมาจากการเอาบัตรไปเสียบในตู้เอทีเอ็ม  แต่ที่  “คิดซาเนีย”  เราจะสอนให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ว่า เงินมาจากการทำงาน  อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับเด็กๆที่จะเข้าใจว่า เงินมาจากการทำงาน แต่เราจะสอนจากการเล่น ให้เขาได้เรียนรู้ว่า เงินได้มาจากการให้บริการที่ดี

อีก ทั้งยังให้เด็กได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับคนอื่นๆ เพราะโลกทุกวันนี้ เด็กมักจะอยู่กับตัวเอง อยู่กับคอมพิวเตอร์, ไอแพด หรือทีวี และเล่นเกม พวกเขาใช้เวลาอยู่คนเดียวกับเทคโนโลยีมากเกินไป ขาดการติดต่อสื่อสาร ขาดการเป็นสังคม ที่ “คิดซาเนีย” จึงเป็นที่เล่นของเด็กๆที่ที่เด็กจะได้มาเจอกัน เพราะการเล่นของเราเป็นทีม ทำงานกันเป็นทีม ทำให้เขาได้เรียนรู้สังคม นอกเหนือจากนี้ เรายังส่งเสริม ให้เขามีระเบียบวินัย และรู้จักความซื่อสัตย์ด้วย”

ช่วยอธิบายให้เห็นภาพภายใน “คิดซาเนีย” หน่อยได้ไหมคะ

“เอา ตั้งแต่เริ่มเข้าไปเลยนะครับ  เราพยายามทำให้เหมือนเด็กเดินทางมาสู่ประเทศคิดซาเนีย ทางเข้าเราจะเหมือนสนามบิน บัตรเข้าจะเป็นตั๋วเครื่องบิน  เพื่อจะบินจากกรุงเทพฯ ไปสู่เมืองคิดซาเนีย เด็กๆจะได้รับแผนที่ในเมืองคิดซาเนีย เขาจะได้รู้ว่า เขาอยากจะเล่นอะไร อยู่ตรงไหน และเขาจะได้รับเช็คเงินสกุล “คิดซ์โซ” (KidZo) ซึ่งก่อนที่จะเล่น เด็กๆจะต้องไปที่ธนาคารเพื่อไปขึ้นเงิน พอได้เงินแล้ว ก็ถึงเวลาใช้จ่าย ไม่ว่าจะไป เช่ารถ, ซื้อพิซซ่า หรือไปทำผม, ทำเล็บ ต้องเสียเงินเข้าไป และถ้าหากใช้เงินหมด คราวนี้ก็จะต้องมองหางานทำเพื่อจะได้เงินมา ซึ่งเราจะไม่ให้เงินเด็กอีก เด็กๆ ต้องรู้จักทำงาน ซึ่งในแต่ละส่วนกิจกรรมหรืออาชีพ จะมีทั้งเสียเงินค่าเข้า และได้รับเงิน คือเด็กที่ไปใช้บริการจะต้องเสียเงิน ส่วนเด็กที่ให้บริการจะได้เงินแทน  แต่ละส่วนของกิจกรรมจะใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที  และแต่ละที่จะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเพื่อให้คำแนะนำ  พร้อมอธิบายให้เด็กเข้าใจในกิจกรรมอาชีพนั้นๆ เป็นระบบการเล่นที่ให้เด็กเรียนรู้การใช้ชีวิตจริง  และพอเขาได้เงินก็อาจจะเอาไปฝากแบงก์ หรือเอาไปซื้อของใช้ ซึ่งเรามีร้านขายของที่ใช้เงินคิดซ์โซด้วย “คิดซาเนีย” ทุกแห่งทั่วโลก มีแนวคิดเหมือนกันหมด แต่อาจจะแตกต่างในความรู้สึก และแตกต่างในส่วนของสินค้าหรือแบรนด์ยี่ห้อ ที่เป็นสปอนเซอร์ ซึ่งจะเป็นแบรนด์ท้องถิ่นนั้นๆ”

แบบนี้ต้องศึกษาวัฒนธรรมของแต่ละประเทศก่อนมาเปิดไหมคะ

“ถ้า พูดถึงคอนเซปต์คงไม่ต้อง เพราะคอนเซปต์เราเป็นสากล และการสร้าง “คิดซาเนีย” แต่ละแห่ง ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนของคนในท้องถิ่น ซึ่งเขารู้จักเด็กและวัฒนธรรมของเขา ขณะเดียวกันเราได้เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างกันจากการเล่นของเด็กๆด้วย อย่างเด็กญี่ปุ่นจะชอบเก็บเงิน กิจกรรมส่วนไหนที่เสียเงินมากจะค่อนข้างว่างแต่ส่วนไหนที่ค่าเข้าฟรี คนจะเยอะ แล้วก็ชอบทำงานเก็บเงิน ส่วนเด็กเม็กซิกันคงคล้ายๆ กับเด็กไทย ที่ชอบสนุก ร่าเริง พวกนี้จะใช้เงินจนหมด แล้วค่อยหางานทำ เมื่อมีเงินก็ไปจับจ่ายซื้อของอีก”

แล้วอาชีพไหนที่ได้รับความนิยมมากสุดคะ

“มี หลายอาชีพนะครับ อย่างพนักงานดับเพลิงได้รับความนิยมมากเลยทีเดียว อย่างที่โอซากา ประเทศญี่ปุ่น อาชีพทำซูชิ ป๊อปปูล่าร์มาก ส่วนที่ดูไบ พวกงานก่อสร้างจะมีเด็กไปเล่นเยอะ เพราะเขาเห็นจากชีวิตจริงรอบตัว ที่มีแต่การก่อสร้าง แต่เราก็มีกลยุทธ์ว่า อาชีพไหนที่ได้รับความนิยม เราก็จะตั้งค่าแรงไว้ต่ำหน่อย ส่วนอาชีพที่ไม่ได้รับความนิยม เราจะตั้งค่าแรงไว้สูงหน่อย เพื่อเป็นแรงจูงใจให้เด็กๆเข้าไปเล่น หรือถ้าส่วนไหนที่ได้รับความนิยม มีคนรอคิวมาก เราจะมีกฎเกณฑ์เหมือนจริง เพื่อไม่ให้มีคิวที่ยาวเกินไป อย่างเช่น มีคนอยากขับรถมาก ก่อนจะขับรถได้ ต้องไปตรวจสายตาก่อน อะไรแบบนี้ ซึ่งพอเล่นแล้วเด็กบางคนรู้ว่า ไม่อยากเป็นแล้ว ในสิ่งที่เขาฝันอยากจะเป็น มีเด็กหญิงอายุ 8 ขวบ คนหนึ่ง บอกว่า โตขึ้นอยากเป็นแอร์โฮสเตส พอเขาลองไปเล่นดู เขาเปลี่ยนความตั้งใจบอก ไม่เอาแล้วไม่ ชอบ มันเป็นการเล่นที่ทำ ให้ เด็กๆได้เรียนรู้ว่า อยากทำในสิ่งนั้นจริงหรือเปล่า และทำให้เขาตัดสินใจได้”

ความสำเร็จของ “คิดซาเนีย” ในวันนี้คืออะไรคะ

“คิด ซาเนีย เป็นธุรกิจที่ดี ให้สิ่งที่ดีๆ กับสังคม ให้เด็กได้เล่นและเรียนรู้ นอกจากนี้ หัวใจสำคัญใน ความสำเร็จของเราคือ การดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน ทุกคนที่ทำงานในคิดซาเนีย ไม่ว่าจะประเทศไหน ต้องไปฝึกอบรมที่เม็กซิโก หรือที่เราเรียกว่าไปเข้ายูนิเวอร์ซิตี้ของคิดซาเนีย เพื่อไปเรียนรู้คอนเซปต์การทำงานในคิดซาเนีย  เพราะทุกอย่างที่คิดซาเนีย  เราคิด  เรามีเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นธงของคิดซาเนีย, บรรยากาศภายใน หรือแม้แต่ตัวการ์ตูนของเรา ทำให้การถ่ายทอดสื่อสารสิ่งสำคัญของคิดซาเนีย รวมถึงเรื่องความปลอดภัยทุกอย่าง ไปในทิศทางเดียวกัน คิดซาเนียเปรียบเหมือนประเทศที่เด็กๆรู้สึกอิสระในการที่เขาเลือกอยากจะเป็น อะไรในอนาคต หรืออยากทำอะไร จะได้ตัดสินใจถูกเมื่อเขาโตขึ้น เป็นการเรียนรู้จากการจำลองการใช้ชีวิตในโลกที่เขาจะต้องเติบโตขึ้นมาเป็น ผู้ใหญ่นั่นเอง”

ฝันและจินตนาการของเด็กในยุคนี้ เป็นจริงได้ในโลกอัจฉริยะแห่งการเรียนรู้แห่งนี้แน่นอน!

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement