advertisement

เปิดหลังคาท้าลมร้อนกับ BENZ SLK 200 AMG (ตอนที่ 2)

โดย อาคม รวมสุวรรณ 15 มี.ค. 2555 14:00

ตอนที่ 2 ทดสอบเต็มรูปแบบกับ Mercedes Benz SLK 200 AMG สปอร์ตเปิดหลังคาแนว Roadster บนระยะทาง 400 กิโลเมตร...

ผมมีเวลาแค่ 5 วันกับ SLK 200 AMG BlueEFFICIENCY รถทดสอบสุดสวยของ Mercedes Benz Thailand มันคือช่วงเวลา 5 วันแห่งการรอคอยนานเกือบ 6 เดือน เพื่อที่จะควบเจ้า Roadster ตัวใหม่ล่าสุดจากค่ายตราดาวคันนี้ หลังจากต้องขับกระบะหลากยี่ห้อลากยาวมานานกว่า 3 เดือน ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2554 จนมาถึงต้นเดือนมีนาคม 2555 ในสงครามชิงความเป็นเจ้ารถปิกอัพบนตลาดรถเพื่อการการพาณิชย์ เวลาแห่งการพักผ่อนและสนุกไปกับรถสปอร์ตเปิดหลังคาก็มาถึงอย่างรวดเร็ว คิวทดสอบของสื่อมวลชนสายยานยนต์ที่ต้องการควบรถคันนี้ยาวเหยียดไปจนถึงกลางปี และเนื่องจากมีเพียงแค่คันเดียวในโมเดล SLK ซึ่งเป็นรถทดสอบ ตารางการจองต่อคิวจึงดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด

รถทดสอบ Mercedes Benz SLK 200 AMG สี Palladium Silver เบอร์ 792 นับเป็นรถคันแรกที่แทบจะไร้ร่องรอยของการขีดข่วนบนตัวถังจากการสังเกตด้วยสายตาตอนไปรับรถ ถึงแม้เจ้า SLK 200 AMG BlueEFFICIENCY คันนี้ จะวิ่งมาแล้วกว่า 8,400 กิโลเมตร แต่สภาพที่สมบูรณ์เหมืิอนใหม่ไม่มีริ้วรอยใดๆ ทั้งสิ้น ทำให้ผมต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากต้องพบรักกับเหล่าบรรดารถลุยยกสูงมา 5 รุ่น 5 ยี่ห้อ ที่ไม่ต้องระแวดระวังกันมากนักในการขับทดสอบ เนื่องจากเป็นรถยกสูงสไตล์ลุยที่เน้นสมบุกสมบัน พอได้มาขับ Sport-Roadster แบนเตี้ยติดพื้น จึงจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่ให้เข้ากับบุคลิกและความสมบูรณ์ของตัวรถ สปอร์ตพับหลังคาส่วนใหญ่แล้วมักสร้างความพึงพอใจให้กับเจ้าของมากกว่ารถหลังคาแบบปกติ เนื่องจากรูปแบบที่แปลกและแตกต่างจากรถทั่วไปยามเปิดหลังคา ทรวดทรงของ R172 โดนใจพวกนักเลงรถไปแบบเต็มๆ มันผสมผสานความงามของรถสปอร์ตในยุค 1950 ให้กลมกลืนลงตัวไปกับเทคโนโลยีของปี 2012 กระจังหน้าและไฟหน้าที่โหดดุ ฝากระโปรงหน้ายาวแบบโมเดล SLS AMG กับบั้นท้ายอวบอ้วนดึงดูดสายตาของผู้คนเมื่อเจ้านี่แล่นผ่าน ทำให้ความรู้สึกตอนขับทดสอบทั้ง 5 วัน ผิดแปลกแตกต่างไปจากบรรดารถทดสอบรุ่นอื่นๆ ที่ผมเคยขับอย่างสิ้นเชิง

ช่วงบ่ายวันเสาร์ที่ 10 มีนาคมคือเวลาแห่งการทดสอบวิ่งทางไกลเป็นวันแรก ตำแหน่งท่านั่งที่ถูกปรับเบาะให้เตี้ยสุดๆ ส่งผลให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ใน Cockpit ของเครื่องบินรบ มันทั้งกระชับและมีมุมมองด้านหน้าที่เปิดโล่งจากกระจกบานหน้าขนาดใหญ่ที่มี องศาของความลาดเอียงมากกว่ารถซีดาน เสาหน้าที่โค้งต่ำลงถูกวิศวกรของ Mercedes Benz ออกแบบมาเพื่อลดค่าแรงต้านทานของอากาศ ส่วนมุมมองด้านหลังมีเสาท้ายขนาดใหญ่บดบังจนต้องเพิ่มความระมัดระวังเมื่อต้องเปลี่ยนเลนกะทันหัน เสาท้ายทรงโค้งที่พับเก็บได้กับเบาะที่ต่ำเตี้ยคือจุดบอดของมุมมองในตำแหน่ง การขับ SLK R172 แต่ไม่มากจนมองไม่เห็นเหมือนซุปเปอร์คาร์บางรุ่น พวงมาลัยปรับใกล้-ไกลและสูง-ต่ำได้ด้วยมุมที่เหมาะสมกับทุกสรีระ ท่านั่งแบบจมลึกยังช่วยให้การขับเข้าโค้งด้วยความเร็วมีความมั่นคง ผมปรับระยะเบาะนั่งให้พอดีกับพวงมาลัยแบบสามก้านโดยให้แขนงอเล็กน้อยไม่ตึงจนเกินไป สวิตช์ควบคุมการปรับเบาะใช้งานได้ง่ายและมีรูปแบบเหมือนกับ Mercedes Benz รุ่นใหม่ทุกคัน กระจกมองข้างและกระจกมองหลังเคลือบสารตัดแสง ทำให้มองได้อย่างชัดเจนในทุกช่วงเวลาของการขับขี่ใช้งาน กุญแจสตาร์ตยังคงอนุรักษ์กลิ่นอายแบบคลาสสิก เจ้า SLK 200 AMG R172 ใช้การบิดกุญแจเมื่อเสียบเข้ากับช่องรับเหมือนรถทั่วไป เสียงเครื่องยนต์ 1.8 ลิตรติดเทอร์โบในรอบเดินเบาเงียบสนิทจากการเก็บเสียงที่ดี ถึงแม้จะเป็นรถเปิดประทุนคันเล็ก วัสดุซับเสียงที่ใช้ก็มีคุณภาพมากพอในการป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอก และช่วยทำให้ห้องโดยสารเงียบมากยิ่งขึ้น

ถนนมอเตอร์เวย์ในบ่ายวันเสาร์มีรถราคับคั่ง เนื่องจากเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ หลังจากที่ผมขับผ่านจุดพักของกรมทางหลวงมาได้เล็กน้อย พายุฝนฟ้าคะนองก็พัดตัดผ่านเส้นมอเตอร์เวย์เข้าอย่างจัง ผมลดความเร็วลงจนอยู่ในระดับ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อเม็ดฝนเริ่มปะทะเข้ากับตัวรถ ฝนหลงฤดูหรือพายุฤดูร้อนที่มักเกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมาพร้อมกับกระแสลมกระโชกที่แรงจนอาจก่อให้เกิดอันตรายจากเศษกิ่งไม้ ป้ายโฆษณาที่หลุดปลิวไปกับลมพายุ โชคดีที่สองข้างทางไม่มีต้นไม้ใหญ่หรือแผ่นป้ายโฆษณาที่อาจสร้างความเสียหายให้กับตัวรถ มีเพียงฝนที่กระหน่ำลงมาเป็นช่วงๆ หนักสลับเบาไปตลอดทางจนถึงตัวเมืองชลบุรี ระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติที่จะใช้ความเร็วของการปัดมาก-น้อย ตามจำนวนของหยดน้ำฝนจากเซนเซอร์แสนรู้ที่ติดตั้งอยู่บนกระจกบังลมหน้า มันช่วยทำให้การขับขี่มีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้นมากที่ไม่ต้องละมือจากพวงมาลัยไปคอยปรับสวิตช์ก้านควบคุมการปัดที่ก้านข้างพวงมาลัย ถนนที่เปียกลื่นไม่สร้างปัญหาให้กับการควบคุม ยาง Continenta รุ่น Contiprocontact SSR ที่มีขนาดของยางหลัง 245/35/R18 มันคืิอยางซิ่งสมรรถนะสูงที่รีดน้ำได้ดี หน้ายางที่อวบอ้วนกับแก้มที่เตี้ยกว่าปกติในรุ่น Contiprocontact SSR ส่งถ่ายการยึดเกาะให้อาการของพวงมาลัยแม่นยำชนิดหาตัวจับได้ยาก แต่ต้องระวังหลุมบ่อรวมถึงขอบฟุตปาทให้ดี เนื่องจากขนาดแก้มยางที่เตี้ยต่ำ เหมือนรถแข่งอาจทำให้เกิดริ้วรอยบนขอบล้อได้

ที่ ระดับความเร็วประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รอบเครื่องยนต์ของเจ้า SLK 200 AMG อยู่ในระดับ 1,800 - 1,900 รอบต่อนาที ทำให้ตัวเลขอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีขึ้น จากการใช้รอบเครื่องต่ำในย่านความเร็วเดินทางเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นที่แล้ว ผมลองกดคันเร่งลงลึกเพื่อทดสอบอัตราเร่งและการไต่ระดับความเร็ว รอบเครื่องกวาดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทอร์ไบน์เริ่มต้นการหมุนประจุอากาศ เข้าสู่ท่อร่วมไอดี แรงบิด 270 นิวตันเมตรมากพอเหมาะสมกับน้ำหนักตัว 1.5 ตัน ผลักดัน R172 ให้พุ่งทะยานผ่านย่านความเร็ว 140-160-180 ไปจนถึง 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมงโดยไม่ต้องรอกันนานนัก ความเร็วปลายที่ 239 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตามที่วิศวกรของ Benz ได้เคลมไว้ ไม่มีถนนที่ยาวมากพอในการไปถึงจุดนั้น แต่ผมมั่นใจว่ามันไปถึงได้อย่างแน่นอนจากคันเร่งที่ยังเหลือระยะให้กดอีกพอ สมควร เครื่อง 1.8 ลิตร รุ่นใหม่ล่าสุดของ Benz ยังมีระบบ BlueEFFICIENCY ช่วยลดการใช้พลังงานโดยไม่จำเป็นและลดค่าไอเสียเทียบเท่ามาตรฐาน EURO-5 การกระจายน้ำหนักในระดับ 50/50 ส่งถ่ายความแม่นยำและมั่นคงของการควบคุมแทบจะทุกระดับความเร็ว โดยเฉพาะความรู้สึกตอนเข้าโค้งที่ยอดเยี่ยมและหมดจด พวงมาลัยถ่ายทอดสภาพพื้นผิวถนนส่งตรงมายังข้อมือของผมอย่างชัดเจน มันคล้ายกับพวงมาลัยของ Z4 E89 sDRIVE 23i แต่มีน้ำหนักที่เบากว่าเล็กน้อยจากการออกแบบชุดแรคที่ทำงานพ่วงกับปั๊มไฮดรอลิกไฟฟ้า พวงมาลัยของ SLK แปรผันไปตามความเร็วของรถผ่านการควบคุมของเซนเซอร์ที่จะคอยหน่วงให้มีน้ำ หนักมากขึ้นเมื่อวิ่งด้วยความเร็วสูง บ่ายสามโมงเศษ ผมก็เลี้ยวเข้าสู่ถนนที่มุ่งหน้าไปยังอ่างศิลา ลัดเลาะผ่านเขาสามมุกและหาดบางแสนที่หนาแน่นไปด้วยผู้คนในวันหยุดพักผ่อน ฝนที่โปรยปรายลงมาเป็นระยะกับท้องฟ้าที่มืดครึ้มกลายเป็นอุปสรรคในการถ่าย รูปรถสปอร์ตแสนสวยคันนี้จนทำให้ผมต้องเปลี่ยนใจขับมุ่งหน้าสู่เมืองพัทยาทันที

เลยตัวเมืองศรีราชามาเล็กน้อย การจราจรเริ่มโปร่งโล่งทำให้สามารถใช้ความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง เจ้า SLK รุ่นล่าสุดที่ผมกำลังควบมีให้เลือกตามระดับเงินในกระเป๋าของคุณถึง 4 รุ่นคือ รุ่น 200 1.8 Turbo / 250 1.8 Turbo / 350 V6 และตัวแรงสไตล์เล็กพริกขี้หนูอย่าง SLK 55 AMG V8 เมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสขับรุ่น 250 AMG แต่เป็นการขับทดสอบระยะสั้นมากเพียงแค่ 2 รอบสนามในมอเตอร์สปอร์ตแลนด์หรือแดนเนรมิตเก่า ซึ่งใช้สนามโกคาร์ทมาทำเป็นสนามทดสอบการตอบสนองของพวงมาลัย ระยะทางแค่ 2 กิโลเมตรทำให้ผมไม่สามารถรับรู้ถึงอาการต่างๆ ของตัวรถได้มากนักเมื่อมันจบลง อย่างรวดเร็ว เมื่อนำมันมาวิ่งบนทางไฮเวย์ยาวๆ การเก็บเสียงของ SLK R172 ทำได้ดีถึงแม้จะเป็นรถแนวเปิดหลังคาที่เต็มไปด้วยรอยต่อรอยพับของหลังคาโลหะ แบบพับเก็บได้ ยางขอบประตูขนาดความหนามากกว่าปกติและวัสดุซับเสียงคุณภาพสูงที่ถูกนำมาใช้ทั่วทั้งคัน ทำหน้าที่ปิดกั้นเสียงจากภายนอกได้ดี ชุดเครื่องเสียงของ Harman Kardon ให้คุณภาพของเสียงในระดับที่เกินความต้องการ พลังอันเหลือเฟือในการขับคลื่นเสียงผ่านลำโพงทั้ง 6 ดอก ดังสนั่นยังกับ Discotheque ในยุค 1980 ถึงแม้มันจะไม่มีรายละเอียดของเสียงเทียบเท่า Mark Levinson ที่คมชัดกว่าใน Lexus ISF แต่เดลซิเบลที่เปล่งประกายพลังอันหนักแน่นออกมาน่าจะเป็นที่ชื่นชอบของวัยรุ่นอย่างแน่นอน รวมถึงระบบปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารที่กระจายความเย็นได้อย่างรวดเร็วจากขนาดอันกะทัดรัดของห้องโดยสาร อุณหภูมิภายนอกในเดือนมีนาคมที่ร้อนถึง 36 องศาในช่วงบ่ายจึงไม่ส่งผลกระทบกับห้องโดยสารของเจ้า SLK แต่อย่างใดทั้งสิ้น

เมื่อพับหลังคาลง ระหว่างทางขึ้น-ลงเนินเขาเตี้ยๆ เพื่อมุ่งหน้าสู่โรงแรม Royal Cliff Beach Resort มันคือช่วงเวลาที่แสงกำลังจะหมดลง ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่งดงามจากแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ฉาบลงบนตัวถังสี Palladium Silver เบอร์ 792 คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ พี่ใหญ่ในวงการให้ความเห็นเมื่อผมส่งรูปเจ้าR172 คันนี้ไปให้ดูใน Facebook ว่า สีของเจ้านี่เหมือนสีเมฆครึ้มฟ้าครึ้มฝน แต่จะเป็นประกายเจิดจรัสทันทีที่ต้องกับแสงอาทิตย์ตอนใกล้ค่ำ บรรยากาศของการขับขี่หลังพับหลังคาเก็บเปลี่ยนแปลงไปในทันที สายลมและแสงแดดที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนรวมถึงกลิ่นต่างๆ ที่ลอยมากระทบโสตประสาท ทั้งกลิ่นของกาแฟยามขับผ่านร้านคอฟฟี่ช็อปริมทาง กลิ่นปลา-หมึกตากแห้งเมื่อขับผ่านหมู่บ้านชาวประมง กลิ่นของดินและหญ้าที่ชุ่มน้ำฝนบริเวณสองข้างทาง มันช่างแตกต่างจากการขับรถแบบหลังคาปกติอย่างสิ้นเชิง วันเวลาแห่งการรอคอยสิ้นสุดลงด้วยความสมหวัง ผมขับมันไปช้าๆ ตัดผ่านพัทยากลาง ขึ้นไปเก็บภาพบนเขาย่าน Royal Cliff Beach Resort ที่เงียบสงัดและเปลี่ยวผู้คน ลัดเลาะไปตามเส้นทางเลียบทะเลผ่านประภาคาร ท่าเทียบเรือ อ่าวจอมเทียน ด้วยความเร็วที่ต่ำสุดๆ เพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศยามเย็นของเมืองชายทะเลยอดนิยม เจ้า SLK ขับได้ง่ายดายมากจากพวงมาลัยที่เซ็ตมาค่อนข้างไวและคม ตอบสนองอย่างว่องไวในการหักมุมเปลี่ยนทิศทาง สิ่งที่วิศวกรของ Mercedes Benz มุ่งเน้นบนตัวรถคันนี้คือความสะดวกสบายบนรูปแบบของตัวรถที่เหนือกว่าบรรดาคู่แข่งด้านประสิทธิภาพ มิติของตัวถังที่ยาวกว่าเดิม 31 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 33 มิลลิเมตรและสูงขึ้นอีก 5 มิลลิเมตร โดยยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัว หน้ารถที่ยาวให้ความรู้สึกคล้ายกับ SLS AMG หลังคาสามารถพับได้ด้วยความเร็วประมาณ 20 วินาที ผมขอแนะนำให้เจ้าของรถคันนี้ หยุดรถให้สนิทก่อนทำการพับหลังคาเพื่อยืดอายุการใช้งานของกลไก ถึงแม้มันจะสามารถพับเก็บหลังคาโดยยังคงแล่นไปได้ที่ความเร็วต่ำ แต่กระแสลมที่พัดเข้าปะทะกับฝาหลังที่กำลังตั้งฉากเพื่อรอการพับเก็บของ หลังคาโลหะนั้น บั่นทอนจุดยึดพับต่างๆ ให้มีอายุการใช้งานที่หดหายลงไปจากการใช้งานที่ผิดวิธี

ตำแหน่งของเครื่องยนต์ที่วางไว้ด้านหน้า โดยร่นจุดยึดแท่นเครื่องแท่นเกียร์เข้าไปใกล้กับกึ่งกลางของตัวรถเพื่อการกระจายน้ำหนักที่ดี ประสานการทำงานไปกับระบบรองรับที่ยอดเยี่ยมและแรคพวงมาลัยแบบ Direct Steer มันคือกลไกพวงมาลัยแบบ Rack And Pinion ทำงานด้วยปั๊มไฟฟ้า เมื่อลองเข้าโค้งแรงๆเพื่อหาอาการ มันจะมีแรงต้านไปที่ระบบเมื่อยางและช่วงล่างเริ่มตึงเครียดจากการรับแรงที่เข้ามากระทำ ในบางขณะ เหมือนกับว่า SLK 200 AMG คันนี้ ใช้พลังอย่างแท้จริงในการควบผ่านทางโค้งด้วยความเร็ว อาการหน้าทิ่มและโคลงตัวเกิดขึ้นบ้างเมื่อวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบ การปรับตั้งค่าความแข็งของระบบรองรับจากโรงงานโดยเน้นให้มีความนุ่มสบายส่งผลต่อการควบคุมบ้างแต่ไม่มาก เมื่อต้องพบกับลอนคลื่นบนถนนในขณะใช้ความเร็วสูง ในโหมด Sport ผมลองลากเกียร์ยาวๆ ให้ความเร็วไหลขึ้นสู่ระดับ 160 - 190 กิโลเมตรต่อชั่วโมงบนเส้นทางมุ่งหน้าสู่อำเภอสัตหีบ สภาพการของช่วงล่างเปลี่ยนแปลงไปจนสัมผัสได้ ในโหมด Sport ทุกอย่างดูแข็งขันขึ้นและดีมากขึ้น ระบบควบคุมการทรงตัวที่แม่นยำทำให้ผมกล้าที่จะใส่มันหนักข้อมากขึ้น ชุดส่งกำลังแบบ 7-G Tronic ในโหมดแมนนวลที่ต้องกดสวิตช์แป้น paddle shift เปลี่ยนอัตราทดด้วยตัวเองสร้างความรื่นเริงบันเทิงใจได้ดี SLK 200 AMG คันทดสอบ พุ่งทะยานไต่ระดับความเร็วไปตามการกดที่แป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย มันไวและไม่มีการรีรอชะงักชักช้า ไหลลื่นไปตามนิ้วมือที่กระดิกเปลี่ยนอัตราทดขึ้น-ลง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกลไกควบคุมการทรงตัว ESP ที่คอยเฝ้าระวังการเสียอาการหรือเสียสมดุลของตัวรถ จะเข้ามาแทรกแซงทันทีที่เซนเซอร์ตรวจจับได้ ด้วยการลดกำลังของเครื่องยนต์ลง ตามด้วยการลดการหมุนของล้อที่เริ่มเสียระดับของการยึดเกาะ แต่ผมไม่กล้าผลักดันมันจนไปถึงยังจุดนั้น รถทดสอบมูลค่า 4.3 ล้านบาท กับสภาพใหม่เอี่ยมอ่องไร้สิ้นซึ่งริ้วรอยใดๆ ทั้งปวง กลายเป็นเครื่องเตือนใจให้ผมลดความระห่ำลง เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างความปลอดภัยกับอันตรายจากการทดสอบอยู่ใกล้กันนิดเดียว โดยมีจิตใต้สำนึกของการควบคุมเครื่องจักรพลังสูงที่คอยกระตุ้นเตือนให้ระวัง อันตรายหากเพลิดเพลินไปกับความเร็วที่มันมอบให้เมื่อกดคันเร่งไฟฟ้าลงลึก

Airguide หลังพนักพิงศีรษะที่ติดตั้งมาให้ ช่วยลดเสียงลมปะทะและกระแสลมหมุนวนภายในห้องโดยสารยามพับหลังคาลง มันคืออุปกรณ์เสริมซึ่งในอังกฤษเจ้าของรถจะต้องควักกระเป๋าเพิ่มอีก 300 ปอนด์ แต่ Mercedes Benz Thailand ให้มาฟรีๆ บนชุดแต่ง AMG Sports Package แผ่นกันลมแสนกลจะพลิกตัวเองจากด้านหลังเพื่อปกป้องทรงผมของสุภาพสตรี (แต่ไม่น่าจะทำได้ดีนักที่ความเร็วสูง) ช่วงล่างที่สามารถปรับตั้งความแข็ง-อ่อนได้ ทำให้แซสซีส์ตอบสนองได้ดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว เบรกมั่นใจได้ในทุกระดับความเร็ว แซสซีส์ของ SLK R172 ทำงานได้ดีเทียบเท่า BMW Z4 e89 เมื่อจับคู่กับช่วงล่างแบบมัลติลิ้งค์และพวงมาลัยที่ปรับเซ็ตมาเป็นอย่างดี ทำให้การขับแทบไม่ต้องออกแรงมากนักในการควบคุม ที่ความเร็วต่ำมันง่ายจนเหมือนกับขับ C-Class มีเพียงแค่ทัศน์วิสัยมุมมองด้านข้างและด้านหลังเท่านั้นที่ต้องมองกันให้ขาด ก่อนเปลี่ยนทิศทาง กำลัง 184 แรงม้า พอดีกับรูปทรงและน้ำหนักตัว 1,470 กิโลกรัม ทำให้มันคล่องแคล่วปราดเปรียวเหมือนรถเล็กสมรรถนะสูงทั่วไป

การขับขี่รถสปอร์ตเปิดหลังคาคือกิจกรรมทางอารมณ์อย่างแท้จริง หากแต่สภาพดินฟ้าอากาศของประเทศไทยไม่ค่อยจะเอื้ออำนวยมากนัก ทำให้รถประเภทนี้สามารถเปิดหลังคากันได้แค่ไม่กี่วันในหนึ่งปี เมื่อฤดูหนาวอันแสนสั้นมาเยือนแล้วจากไปอย่างรวดเร็ว เวลา 23.45 น. ผมขับเจ้า SLK 200 AMG R172 มุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพฯ ท่ามกลางความว่างเปล่าของทางด่วนมอเตอร์เวย์เมื่อใกล้เที่ยงคืน พร้อมกับความสมหวังหลังจากเฝ้ารอมานานเพื่อที่จะได้ขับขี่สปอร์ตเปิดหลังคาคันนี้ ชายและหญิงจำนวนไม่น้อยหมายปองอยากเป็นเจ้าของรถยนต์ที่มีสไตล์เป็นของตัวเองแบบเจ้า R172 โดยภาพรวม รถ SLK 200 AMG มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กที่ประหยัดเชื้ิอเพลิง แถมยังคงอัตราเร่งตีนต้นให้ได้สนุกสนานกับการออกตัวด้วยความรวดเร็ว ระบบส่งกำลัง 7-G Tronic ทำงานอย่างลื่นไหลและนิ่มนวลในการส่งถ่ายแรงบิดไปยังเฟืองท้าย รูปร่างและการควมคุมขับขี่อยู่ในระดับที่ดีไม่แตกต่างไปจากคู่แข่งอย่าง Audi TT Roadster / BMW Z4 sDRIVE 23i / หรือแม้แต่สปอร์ตเปิดหลังคาเครื่องวางกลางอย่าง Porsche Boxster ถึงแม้มันจะห่างไกลจากคำว่า Super Car แต่จิตวิญญาณอันเข้มข้นของ Sport-Roadster ที่มีอยู่ใน Mercedes Benz SLK มานานกว่า 100 ปี คือคำตอบของนักขับที่นิยมรถเปิดหลังคาทุกคน.

Arcom roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement