ชีวิตเลือกเกิดไม่ได้แต่สามารถเลือกออกแบบให้ชีวิตได้ตามที่ตัวเองต้องการ

เช่นเดียวกับ พลอย-ณัฐวรรณ สุวรรณรัฐ ที่เลือกจะใช้ชีวิตแบบโลว์โพรไฟล์ ตั้งหน้าตั้งตาทำธุรกิจของตัวเองแบบเงียบๆ ทั้งๆที่บุพการีเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงเป็นที่นับหน้าถือตาของคนในสังคม แต่เพราะเธอถูกบ่มเพาะจากคุณพ่อ พลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี และคุณแม่ ท่านผู้หญิงทัศนียา สุวรรณรัฐ ให้เป็นคนที่อยู่กับความเป็นจริง รู้จักทำงานเลี้ยงชีพ ที่สำคัญคือต้องมีความอ่อนน้อม ถ่อมตน จึงทำให้น้อยคนนักที่จะรู้ว่า พลอย เป็นหนึ่งในนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่นำเข้านาฬิกาแบรนด์ดังหลายแบรนด์เข้ามาจำหน่ายในเมืองไทย

ก่อนจะจับพลัดจับผลูมาทำธุรกิจนาฬิกา พลอย เคยเป็นนักวิเคราะห์ด้านวาณิชย์ธนกิจ ที่บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ เป็นที่ปรึกษา ทางการเงินให้บริษัทที่จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ หลังเรียนจบด้านบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ ภาคภาษาอังกฤษ จาก ม.มหิดล ทำอยู่ประมาณ 2 ปีก็ลาออกมาเรียนต่อปริญญาโทที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อมีภูมิความรู้มากขึ้นและแน่นขึ้น พลอย ก็ยังคงวนเวียนทำงานในสายแบงก์ โดยไปอยู่ฝ่ายสินเชื่อลูกค้ารายใหญ่ ที่เคแบงก์ (กสิกรไทย) เน้นลูกค้าด้านอสังหาริมทรัพย์ ทำๆอยู่ดีๆก็มีเหตุให้ต้องตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง เพราะไปลงทุนทำธุรกิจกับเพื่อน ตัวเองจึงต้องเข้าไปดูแลธุรกิจอย่างใกล้ชิดด้วย เริ่มจากนำเข้ากระเป๋าและนาฬิกา แต่เนื่องจากการตลาดเรื่องกระเป๋าไม่ค่อยเวิร์ก จึงหันมาทุ่มทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ทำธุรกิจนาฬิกาเพียงอย่างเดียว

จากนาฬิกาเพียงหนึ่งแบรนด์ “พลอย” ได้ต่อยอดธุรกิจทางด้านนี้ไปอีกจนมีนาฬิกา อยู่ในมือถึง 4 แบรนด์ได้แก่ Luminox, Mondaine, Welder และ U-Boat “พอเราเริ่มจับแบรนด์หนึ่ง ก็เริ่มมีประสบการณ์ ต่อยอดได้ว่าจะเอานาฬิกาแบรนด์ไหนเข้ามาเพิ่ม” พลอยบอกว่า ธุรกิจนาฬิกาไม่ได้มีกำไรมากมายมหาศาล เพราะมีค่าใช้จ่ายเยอะ ทั้งค่าเช่าพื้นที่ เงินเดือนพนักงานขาย
จะนำเข้านาฬิกาแต่ละแบรนด์ก็ต้องคิดให้รอบคอบว่าคุ้มมั้ย! ไม่ใช่ว่ามีมากแบรนด์แล้วหมายความว่าจะทำให้มีกำไรมากขึ้น ต้องบริหารจัดการให้ดี ทั้งการตลาดและการบริการ แต่ที่ยืนหยัดทำธุรกิจนาฬิกามาได้นาน พลอย บอก เป็นเพราะอยากมีกิจการอะไรที่เป็นของตัวเอง

เมื่อธุรกิจของตัวเองอยู่ตัวแล้ว ณ เวลานี้ พลอย จึงเริ่มเข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัวคุณแม่ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตผ้าขนหนูที่มีชื่อเสียงและเก่าแก่ย่านสำเพ็ง “ตอนนี้ พลอย  เริ่มแบ่งเวลาได้มากขึ้น ก็อยากเข้ามาสานต่อธุรกิจของครอบครัวคุณแม่ เพราะพลอยเป็นลูกคนเดียว และธุรกิจของคุณแม่เป็นอะไรที่มั่นคงทำมานาน”

แต่ไม่ว่าจะทำธุรกิจอะไร พลอย บอกว่า สิ่งสำคัญสุดคือ ต้องขยัน อย่าเชื่อคนง่าย ต้องศึกษาในสิ่งที่ทำให้รู้จริง และต้องมีเพื่อนร่วมงานที่เข้าขากัน ทุกอย่างจะได้ราบรื่น!!!

...