advertisement

โลกหมุนรอบตัวงู : กลยุทธ์สิ้นคิดในการเลี้ยงเด็ก

โดย น้าเน็ก 11 ก.พ. 2555 17:50

ถ้าอิงตามตำรา การเลี้ยงเด็กที่ดีต้องมีจิตวิทยา (Psychological Aspect Of Child Rearing) ควบคู่เพื่อส่งเสริมให้โตมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและความคิดจิตใจ แต่จิตวิทยาไม่ใช่สิ่งที่จะสามารถวัดกว้าง ยาว สูงได้ง่ายๆ ด้วยไม้บรรทัด … ได้ยินแบบนี้ พ่อแม่ผู้ปกครองหรือคนเลี้ยงพาลต้องผุดคำถามโลกแตกขึ้นมาเป็นแถว ว่างั้นตกลงไอ้อย่างที่เลี้ยงอยู่ทุกวันนี้มันถือว่ามีจิตวิทยาหรือยัง (วะ) … ถึงกระนั้น กรรมวิธีการเลี้ยงเด็กฉบับบ้านๆ ซึ่งรู้จักกันแพร่หลาย ก็ยังคงตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นต่อไป ในทรงเดิมๆ โดยไม่ต้องคำนึงเกี่ยวกับหลักการข้างต้น เนื่องจากผู้ใหญ่เขาคิดมาให้เสร็จแล้วตั้งแต่สมัยคุณทวด ว่าดี มีเหตุผล และห้ามเถียง (เพราะแกเองก็ถูกโคตรพ่อโคตรแม่เลี้ยงมาแบบนี้) …

ผู้ใหญ่ ทุกคนเคยเป็นเด็ก แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจเด็ก … ดังนั้นเราถึงต้องแอบสงสัยอยู่เงียบๆ คนเดียวเสมอว่า “ก็ทำไมต้องเป็นแบบนี้ล่ะวะ!”

ตำลึงสับ ตับบด กล้วยขูด …
แค่ได้ยินส่วนประกอบ มั่นใจว่าเด็กทุกภาคส่วนคงพร้อมใจกันทำหน้าเหมือนกินยาเบื่อหนูแน่นอน … ช่างสรรหาเสียจริง ยังไงระหว่างที่ครีเอทเมนูคราวหน้า ช่วยลองชิมดูเองบ้างนะฮะ จะได้รู้ว่าตับบดในชามนั่นรสชาติไม่ต่างอะไรกับกินดินแม้แต่น้อย … “เอาน่า ของดีๆ ทั้งนั้น น้องยังเล็ก ไม่รู้หรอกว่าอันไหนชอบ อันไหนไม่อร่อย” แม่คนหนึ่งอธิบายแนวคิด น้ำเสียงส่งเดชส่งกา … จริงๆ คือรู้ แต่มันพูดไม่ได้มากกว่ารึเปล่า? เลยเหมาเอาว่าชอบไปโดยปริยาย …

และนอกเหนือจากไอ้ตับนรกแล้ว ยังมีอีกมากมายที่กินง่ายแต่ดูไม่สร้างสรรค์ ซึ่งบังเอิญทุกฝ่าย (ยกเว้นเด็ก) ลงความเห็นว่าเป็นแหล่งสารอาหารล้านเจ็ด เหมาะกับวัยกำลังเจริญเติบโตเหลือเกิน เช่น ใบตำลึงสับสีเขียว กลิ่นก็เหม็นเขียว กล้วยขูดเละๆ ปลาต้ม ไข่แดงยางยืด ฯลฯ ไม่เถียงเรื่องคุณประโยชน์ แต่ปัญหามันอยู่ตรงกายภาพและวิธีกินนี่ล่ะ … เด็กหน้าไหนเห็นก็อยากชักทั้งนั้น

ชามเดียว เที่ยวรอบโลก …
พอเตรียมเสร็จ ก็ถึงเวลาป้อน … บรรยากาศคุ้นเคยและชินตา ที่ไม่มีใครคิดอยากถามว่าทำไมแค่จะให้เด็กกินข้าว ต้องลงทุนจูงใจมันถึงขนาดหลอกเดินรอบหมู่บ้าน รอบตลาด รอบสนามหลวง รอบศาลากลาง หรือโลเกชั่นในดวงใจต่างๆ กินรัศมีไม่เกิน 3 กิโลเมตรจากบ้าน นัยหนึ่งคือได้ทุกที่ยกเว้นโต๊ะอาหาร? … ข้าวถ้วยเดียว ล่อเป็นชั่วโมง สมมติว่ามื้อเย็น ถ้าเริ่มช่วงบ่ายแก่ๆ อาจเสร็จสิ้นคำสุดท้ายเอาตอนค่ำพอดี

สิ่งนี้นับเป็นจิตวิทยาที่ผิดพลาดรุนแรง เพราะเท่ากับผู้ปกครองหรือคนเลี้ยง กำลังเพาะบ่มมารยาทจิตหลุดบนโต๊ะอาหารให้ลูกหลานตัวเองโดยไม่รู้ตัว เวลาพาไปกินข้าวนอกบ้าน เด็กจะเกิดอาการไม่รู้จักโต๊ะเก้าอี้ ก่อกวนทำลายบรรยากาศคนอื่น แรมต่ำ สมาธิสั้นซะอย่างงั้น ทำตัวแปลกแยกจากสังคมให้พ่อแม่นั่งกลุ้มใจเอาทีหลังว่าลูกกูเป็นอะไร … คำตอบง่ายๆ ทว่าคนโตมักมองข้าม คือ “เคยตัว” … เคยตัวกับการเดินไปกินไป ชินกับสิ่งที่ผู้ใหญ่นิสัยพิกลปลูกฝังให้ตั้งแต่สมัยหัดกินข้าว สุดท้ายกลับเป็นเพียงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ลำบากดัดกันใหม่ให้วุ่นวายซ้ำซ้อน

ถามไปถามมากระทั่งสรุปได้ใจความว่า ที่ต้องพาทัศนศึกษารอบหมู่บ้านกันแทบทุกมื้อ เพราะลูกกินยาก … โถ่ … มันจะไปยากอะไร แค่เลิกเอาตำลึงสับกับตับบดคลุกข้าวให้เด็กกินก็สิ้นเรื่อง!

ทั้งแกว่งทั้งไกว ใครบอกเด็กชอบ?
เปล สี่เหลี่ยม แกว่งซ้าย ไกวขวา มีปลาตะเพียน (ยุคเก่าหน่อย) ของเล่น ตุ๊กตุ่นตุ๊กตาแขวนไว้เหนือเปลให้ดูเล่นเพลินๆ ก่อนนอน สมัยนี้พัฒนาแล้ว ไม่ต้องใช้ระบบแมนนวล เปลืองแรงคนเลี้ยงนั่งแกว่งให้เมื่อยแขนอีก เพราะมีแบบอัตโนมัติ ไกวเองเสร็จสรรพ … ผู้ใหญ่ก็นั่งยิ้มกันไปด้วยความพอใจ พลางชี้ชวนให้ชาวบ้านใกล้เคียงดูว่าเห็นมั๊ย ลูกชั้นหลานชั้นเลี้ยงง่าย กล่อมเดี๋ยวเดียวก็หลับ … อืม … ตีความอวัจนะภาษาของเด็กได้เข้าข้างตัวเองไปมั๊ย มิทราบใครเป็นคนบอกว่ามันชอบ เพลินมากจนหลับ? วิธีเลี้ยงชนิดนี้แฝงไว้ด้วยจิตวิทยาหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ คือกูทนเวียนหัวไม่ไหว ชิงหลับตัดปัญหาต่างหาก! ถ้ายังคิดสภาพไม่ออกก็อาการเดียวกับผู้ใหญ่เมารถครับ … อธิบายอย่างง่าย ถ้าถึงเวลาเด็กจะนอน ไม่ต้องอาศัยใครมาแกว่ง ไกว เขย่า … มันก็หลับ!

โอ๋พร่ำเพรื่อ …
การตามใจ เป็นส่วนหนึ่งของการเอาใจ ทางกลับกัน การตามใจ หมายถึง ‘ช่างมึงเถอะ’ ได้เช่นกัน … นี่จัดเป็นจิตวิทยาขั้นแอดวานส์ที่ควรฝึกไว้เผื่อรับมือกับสถานการณ์ลูกผี เข้าในที่สาธารณชน แม้ต้องอาศัยความมั่นคงเข้มแข็งของพ่อแม่มากไปหน่อยแต่พบว่าได้ผล

เด็กสมัยนี้ไม่โง่ครับ มันรู้ดีว่าจะทำอย่างไรเพื่อได้มาในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ดังนั้นมุขเก่า กุศโลบายโบราณทั้งหลาย อาทิ ปลอบ ง้อ เจรจาไกล่เกลี่ย ขู่ หรือการสรรหาเงื่อนไขใดมาต่อรอง จงเก็บทิ้งให้หมด แทนที่จะโอ๋ไม่ดูเหนือดูใต้ ให้ใช้วิธี “ตามใจ!” จากนั้นโชว์แปลกหน้าเดินหนีไปเลย คล้ายๆ กูกะมึงต่างมาจากคนละดาว คนละเอกภพ รับประกันทุกคลื่นรบกวนจะหายสนิท … อาจดูเป็นการแก้ปัญหาแบบไม่แก้อะไร แต่พ่อแม่ยุคใหม่ ต้องเลี้ยงอย่างรู้เท่าทัน!

ทำไมต้องขู่เด็กด้วยตำรวจ หมอ ตุ๊กแก และผี
“อย่าแกล้งเพื่อนนะ เล่นโง่ ตำรวจจับไม่รู้ด้วย” … ตกลงตำรวจมีหน้าที่อะไรวะ?
“ถ้ายังไม่เลิกร้อง จะให้ตุ๊กแกมากินตับ!!” … เกิดมาไม่เคยเห็นแม่งซักตัว แต่ก็กลัวล่วงหน้าไว้ก่อน
“ดื้อมากๆ เดี๋ยวหมอจับฉีดยาซะเลย!” … ถ้าการดื้อจัดเป็นความเจ็บไข้ ยังไงขอส้นตีนแทนอาจชะงัดกว่า
“เด็กคนไหนโกหก คอยดูกลางคืนผีจะมาหลอก” … ก็ขู่กันแต่เล็กซะแบบนี้ โตมาถึงกลายเป็นผู้ใหญ่กลัวผีไร้เหตุผลกันหมด
“เด็กวันนี้คือผู้ใหญ่ในวันหน้า”.....เลี้ยงยังไงก็ได้อย่างงั้นนะครับ.....

 


น้าเน็ก
www.twitter.com/na_nake

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement