advertisement

เทคนิคจัดการ 'น้ำนมแม่'ให้ลูกน้อยอิ่มหนำสำราญ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ม.ค. 2555 14:00

“นมแม่” สุดยอดอาหารจากอกแม่ที่อุดมไปด้วยคุณประโยชน์ แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่ อาจคิดว่าการให้นมลูกเป็นเรื่องน่ากังวล จนหมดกำลังใจที่จะให้นมบุตรอีกต่อไป วันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆเพื่อให้คุณแม่จัดการน้ำนมอย่างถูกวิธี

''พญ.วิมล เสกธีระ'' กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านทารกแรกเกิด โรงพยาบาลเวชธานี เผยข้อมูลที่เป็นแนวทางในการจัดการกับสารพัดปัญหาอันเนื่องมาจากน้ำนมแม่ ให้กับคุณแม่ทั้งหลายได้นำข้อมูลอันเป็นประโยชน์นี้ไปปรับใช้กับตนเองและลูกน้อยได้

"การผลิตน้ำนมของแม่เป็นกระบวนการอุปสงค์อุปทานค่ะ ถ้าลูกดูดเยอะ ดูดบ่อย น้ำนมก็จะผลิตเยอะ แต่ถ้าลูกดูดน้อย น้ำนมก็ผลิตน้อย ทำให้คุณแม่อาจเข้าใจผิดคิดว่าที่น้ำนมไม่ค่อยออกเพราะมีน้ำนมน้อย พอน้ำนมน้อยก็ไม่ยอมให้ลูกดูด แล้วน้ำนมก็จะแห้งไปในที่สุด เมื่อไม่มีการดูดกระตุ้น น้ำนมก็ไม่ผลิต ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติ โดยวิธีการกระตุ้นน้ำนมที่ดีที่สุด คือการให้ลูกดูดนม ดังนี้
- ดูดเร็ว คือเมื่อลูกคลอดออกมาภายใน 15-30 นาที ควรให้ลูกดูดนมเลย เพื่อกระตุ้นน้ำนมครั้งแรก
- ดูดบ่อย คือให้ลูกดูดนมบ่อยๆ ประมาณวันละ 8-12 ครั้ง หรือตามที่ลูกต้องการ ถ้าลูกร้องงอแงหรือหิวก็ให้ดูดทันที
- ดูดนาน คือในแต่ละครั้งที่ลูกดูดนม ให้ดูดนานๆ ประมาณข้างละ 15 นาที หรือดูดจนกว่าลูกจะเลิกดูดไปเอง
วิธีดังกล่าวจะทำให้น้ำนมผลิตมาอย่างสม่ำเสมอ มีน้ำนมออกมาเต็มที่ โดยในช่วง 2-3 วันแรกหลัง คลอด ลูกอาจจะดูดน้อย ธรรมชาติสร้างให้แม่กับลูกคู่กัน จึงไม่ต้องกังวลว่าน้ำนมจะไม่พอ ถ้ากระตุ้นด้วยการดูดเร็ว ดูดบ่อย ดูดนาน รับรองว่าจะมีน้ำนมเพียงพอต่อความต้องการของลูกแน่นอน"

รู้ได้อย่างไร...น้ำนมเพียงพอต่อความต้องการของลูก
คุณแม่อาจกังวลว่าลูกต้องการกินนมมากเท่าไร กินอิ่มหรือยัง หรือต้องการนมอีกไหม จึงให้นมตลอดเวลา แม้ลูกอิ่ม พอถึงเวลาให้นมก็ปลุกขึ้นมาดูด ซึ่งทำให้ลูกอารมณ์หงุดหงิด ร้องไห้งอแงได้ คุณแม่สามารถสังเกตว่าลูกอิ่มแล้ว ได้น้ำนมเพียงพอ ดังนี้
1. ลูกจะนอนหลับง่าย หลับสบาย ไม่ร้องกวนงอแง
2. อึบ่อยฉี่บ่อย
3. มีน้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์
4. ก่อนให้ลูกดูดนมจะมีอาการคัดเต้านม แต่พอลูกดูดเสร็จ เต้านมจะนิ่ม ขณะที่ลูกดูด เต้านมอีกข้างหนึ่งจะมีน้ำนมไหลซึมออกมา ถือเป็นกลไกที่บอกว่าเรามีน้ำนมเพียงพอสำหรับลูกน้อย

 

มาบีบน้ำนมด้วยมือกันเถอะ
หากบางครั้งน้ำนมน้อย ไม่ค่อยไหล การบีบน้ำนมด้วยมือจะช่วยกระตุ้นให้น้ำนมไหลได้
1. ล้างมือให้สะอาด
2. ต้องอยู่ในภาวะที่สบาย อย่าเครียด ผ่อนคลาย และจัดท่านั่งให้อยู่ในท่านั่งที่สบาย
3. อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สะอาด สงบ เป็นส่วนตัว มิดชิด ไม่มีคนพลุกพล่าน
4. ถ้ามีลูกอยู่ด้วยจะยิ่งดี เพราะการที่แม่ได้เห็นลูก ได้โอบกอดลูก เป็นการกระตุ้นให้คุณแม่มีความสุข ซึ่งมีผลให้น้ำนมไหลได้ดีขึ้น
6. ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ กดลงไปบริเวณลานหัวนม ให้ห่างจากหัวนมประมาณ 3 เซนติเมตร ให้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้อยู่ตรงกันข้ามกัน แล้วกดเข้าหาตัวเบาๆ กดแล้วบีบให้เป็นจังหวะ เหมือนเป็นการรีดน้ำนมจากบริเวณท่อน้ำนมให้ไหลออกมาตรงปลายสุด อีกมือหนึ่งใช้ประคองเต้าไว้ด้านล่าง เพราะเต้านมมีขนาดขยายใหญ่ มีน้ำหนัก ต้องช่วยประคองไว้
7. เมื่อบีบจนรู้สึกว่ามุมนี้ไม่มีน้ำนมออกแล้ว ก็ขยับเปลี่ยนมุม โดยหมุนนิ้วชี้และนิ้วโป้งไปยังมุมอื่นๆ ตามขอบลานหัวนม จนไม่มีน้ำนมออกมาแล้วก็ให้พอ ควรใช้เวลาบีบน้ำนมไม่เกิน 30 นาที เพื่อลดอาการเมื่อยล้า
8. ไม่ควรบีบแรงจนเกินไป หรือบางคนใจร้อนเห็นว่าน้ำนมยังไม่ออกก็ขยำเต้านม ซึ่งการทำแบบนี้อาจทำให้เต้านมเกิดการช้ำได้

นวดเต้านมอย่างไร ให้น้ำนมไหลดี
ก่อนที่คุณแม่จะให้นม โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีน้ำนมน้อย การนวดเต้านมอาจช่วยให้น้ำนมไหลดีขึ้นได้โดย

1. ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบทิ้งไว้ 3-5 นาที

2. ใช้นิ้วมือ 3 นิ้ว ค่อยๆ คลึงเบาๆ ที่เต้านม โดยคลึงเป็นวงกลมจากบริเวณฐานเต้านมไปถึงตรงปลายใกล้หัวนม คลึงนวดเบาๆ ก็จะช่วยให้น้ำนมไหลออกมาได้ง่ายขึ้น

**ส่วนคุณแม่ที่มีน้ำนมเยอะ อาจคัดตึงเต้านมได้ ดังนั้น ก่อนให้นมควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบไว้ 3-5 นาที แล้วนวดคลึงเบาๆ ก่อนบีบน้ำนมออก จะช่วยให้รู้สึกสบาย น้ำนมไหลกระจายดี บีบออกมาได้เยอะขึ้น

น้ำนมเยอะ ทำให้ลูกสำลักได้ไหม
คุณแม่ที่น้ำนมเยอะอาจทำให้เวลาที่ลูกดูด แล้วกลืนไม่ทัน หรือน้ำนมพุ่งลงไปที่คอหอย ทำให้เกิดการสำลักได้ สัญญาณบอกว่าคุณแม่มีน้ำนมเยอะ ดูได้จากการดูดนมของลูก ว่าลูกดูดนมทันหรือไม่ ดังนี้
- ดิ้นทุรนทุรายระหว่างดูดนม เพราะอาจจะดูด และกลืนไม่ทัน เกิดการสำลักได้
- หลังจากลูกดูดนมเสร็จแล้ว ให้สังเกตที่หัวนม ถ้ามีสีซีดขาว หัวนมเป็นรอยพับ แสดงว่าน้ำนมเยอะ ทำให้ลูกเอาลิ้นดันไว้ เพราะกลืนไม่ทัน
ดังนั้น ถ้าน้ำนมเยอะ คุณแม่ควรบีบเก็บเป็นสต๊อกไว้ หรือปั๊มนมเก็บไว้ให้ลูกกิน เพื่อให้น้ำนมเหลืออยู่ในเต้าไม่เยอะเกินไป ป้องกันการสำลักนมแม่ได้

ภาพ/ข้อมูล : Super Kid’s Center โรงพยาบาลเวชธานี, loveshopsiam

โหวตข่าวนี้