advertisement

"เรื่องเล่า เคล้าน้ำท่วม"

โดย โอ๋ หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ 13 พ.ย. 2554 00:00

น้ำท่วม เป็นเร่ืองเจ็บปวด แต่ในความทุกข์ระทม กลับมีแง่มุมที่ยามอยู่สบาย เรามักไม่เคยสังเกตเห็น ดิฉันเช่ือเสมอ ว่าเราคนไทยจะผ่านมันไปได้ อย่างแน่นอน..

“เรื่องเล่า เคล้าน้ำท่วม”


1.Tamina:ลูกครึ่ง เยอรมัน-ไทย
ทามีน่ารับอาสาลงพ้ืนที่น้ำท่วมไปกับทีมงาน TV จากเยอรมันนี
เม่ือวันก่อน เธอพายเรือเข้าไปสัมภาษณ์ชาวบ้านที่อรุณอัมรินทร์
ทามีน่าบอกว่า ส่ิงที่สร้างความประหลาดใจให้เธอที่สุด ไม่ใช่น้ำที่สูงเท่าคอ แต่กลับเป็น
”รอยย้ิม และเสียงหัวเราะ”
“ฉันถามพวกเค้าว่า พวกเค้าคิดว่าเป็นความผิดของใครที่ทำให้น้ำท่วมขนาดนี้?”ทามีน่าเล่าต่อ
“โอ๋เช่ือมั้ย คุณลุงคนนึงตอบไปด้วยหัวเราะไปด้วยว่า ไม่ใช่ความผิดใครหรอก ปีนี้น้ำมันแยะ มันเลยท่วมหนักกว่าทุกปีน่ะ อีกเดี๋ยวก็แห้งแล้ว”
“ไม่อยากจะเช่ือ ว่าคนยังย้ิมกันได้ ถ้าเป็นที่เยอรมันนีนะ คงเครียด บ่น แล้วก็เศร้าตลอดเวลาแน่”


2.ตุล ไวฑูลเกียรติ
จู่ๆพี่ตุลก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงเครียด “เราช้าไปแค่วันเดียว”
“อะไรพี่????” ดิฉันรีบถาม พี่ตุลจึงเล่าเร่ืองทั้งหมดให้ฟัง
“อาทิตย์ที่แล้วเราต่ืนขึ้นมา แล้วคิดว่าควรจะเข้าไปเอา Hard disk เพลงอัลบั้มใหม่ที่อัดเกือบเสร็จแล้ว ในห้องพี่บอล(ห้องอัดเสียงsexy pink ที่ซอยลาดพร้าว15)มาเก็บเอาไว้กับตัว เผ่ือน้ำท่วม
แต่รู้มั้ย พอไปถึง ภาพที่เราเห็นอยู่ตรงหน้าคืออะไร?”
“น้ำท่วมห้องหรอพี่?????”ดิฉันรีบถาม
“ยัง…น้ำยังไม่ท่วม แต่ห้องอัดน่ะ ถูกฉาบปูนปิดตายสูงยันเพดาน เข้าไม่ได้แล้ว ก่อนหน้าเราเข้าไปแค่ 1 วัน”
“เฮ่ยยยย…..แล้วถ้าน้ำดันผุดขึ้นมาจากพ้ืนหรือท่อหรืออะไรก็แล้วแต่ล่ะพี่ แล้วเราจะรู้ได้ไงอะ???????” ดิฉันกังวลแทน
“เอาเหอะ ตอนนี้ก็ได้แต่ภาวนา ขอให้ไม่ท่วม….แต่ถ้าท่วมจริงๆก็ไม่เป็นไร ดีเลย จะได้มีอะไรไว้เล่าตอนออกอัลบั้มหน้า”


3.นุก หนีน้ำจากบางบัวทอง
ครอบครัวของนุกอยู่ที่บางบัวทอง ตอนน้ำมาแบบเร็วมาก ชนิดไม่ทันตั้งตัว คุณแม่ร้องให้นุกเอารถออกไปจากที่นี่ก่อน
นุกรู้ตัวอีกทีว่าลืมกระเป๋าตังค์ก็ตอนจะขึ้นทางด่วน ไม่มีตังค์เลยแม้แต่บาทเดียว เหลียวซ้ายแลขวาเห็นคุณตำรวจยืนอยู่ไม่ไกล นุกขับไปใกล้ ลดกระจกลง แล้วยกมือไหว้ พร้อมอธิบายเหตุการณ์ปัจจุบัน
ทุกวันนี้ นุกยังเล่าให้เพ่ือนๆฟังถึงแบ็งค์ร้อยและน้ำใจที่ตำรวจหยิบย่ืนให้ในวันนั้น ด้วยแววตาปลาบปล้ืมไม่เส่ือมคลาย


4.ลุงแต้ม
ลุงแต้มเป็นคนแข็งแรง ทำงานหนัก จิตใจดี และไม่กลัวอะไรทั้งส้ิน เม่ือครั้งมีคนเห็นจระเข้แหวกว่ายอยู่ใกล้ชุมชนแถวบางบัวทอง ก็ลุงแต้มนี่แหละเป็นคนแรกที่อาสาจะเข้าไปจับจระเข้ให้ได้
ดิฉันสงสัย ว่าลุงไม่กลัวจะโดนจระเข้งาบเอาหรอ
“โอ้ย…ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัว ทั้งงูเหลือมงูหลาม ลุงก็จับมาหมดแล้วทั้งนั้น” ลุงแต้มว่างั้น
“แต่….นี่นะ(ลุงแอบกระซิบเสียงเบา) จระเข้ที่ลอยคอมาน่ะ ลุงไม่กลัวหรอก แต่ไอ้จระขี้ที่ลอยตุ๊บป่องๆมาเนี่ย….โฮ้ยยย หนีกันกระเจิง”ว่าแล้วก็หัวเราะเสียงดังลั่น!


5. อัยยา วัย5ขวบ
อัยยาต้องอพยพออกจากบ้านที่สายไหมพร้อมครอบครัว แม้จะมีอาการคิดถึงบ้านและตุ๊กตาตัวโปรดอยู่บ้าง แต่อัยยาก็อยู่ที่บ้านใหม่(ชั่วคราว)ด้วยอารมณ์สงบ ไม่มีงอแง พร้อมบอกความในใจว่า
“ถึงหนูจะชอบนอนที่บ้านเรามากกว่า แต่หนูก็ชอบอยู่ที่นี่กว่าค่ะ”
“ทำไมล่ะลูก?”
“ก็ที่นี่มีญาติมารวมอยู่ด้วยกันหมดเลย สนุกที่สุด หนูชอบบบบบ”


6. OH+Futon
ครั้งแรกที่ไปร่วมเป็นจิตอาสาขนทรายที่สายไหมซอย43 
จากประสบการณ์ผ่านทางภาพข่าวในTV ที่ดูอยู่ทุกวัน ไม่น่าจะยากเกินกำลัง
ทำให้ดิฉันนำตัวเองเข้าไปแทรกกลางระหว่างแถวลำเลียงถุงทราย ย้ิมให้หนุ่มข้างๆแล้วพูดว่า
“มา! ขอช่วยอีกแรงนะคะ” สายตามองกลับมาแบบไม่ค่อยไว้ใจ ดิฉันจึงรีบชิงบอกก่อนที่ถุงทรายจะมาถึง “เช่ือดิพี่ โอ๋แข็งแรงกว่าที่เห็นนะ”แล้วยักค้ิว1ที
ภาพในจินตนาการจากภาพข่าว คือ เม่ือถุงทรายถูกเหวี่ยงเบาๆมาจากทางขวา เรารับมาผ่านๆ แล้วเหวี่ยงส่งต่อไปทางซ้าย คล้ายการถ่ายน้ำหนักเป็นไปแบบเบาๆ ง่ายจะตาย…เนาะ?
แต่พอถุงทรายเดินทางมาถึงเท่านั้นล่ะ….แม่เจ้าโว้ยยยยยย มันหนักมาก!หนักชนิดที่ร่วงลงไปกองกับพ้ืนแบบหมดสภาพเลยทีเดียว
ดิฉันไม่ใช่คนยอมแพ้ง่ายๆ พยามยามลองใหม่หลายๆลูก หาวิธีการต่างๆนานา โดยมีสายตาให้กำลังใจจากหนุ่มข้างๆคนเดิม
เวลาผ่านไปกว่า 10 ชั่วโมง(ในความรู้สึกของดิฉัน) แต่จริงๆแล้วแค่ 40 นาที หนุ่มข้างๆที่คอยให้กำลังใจ เอ่ยปากเป็นครั้งแรกกับดิฉัน อย่างสุภาพที่สุด!
“เอ่ออออ…คุณครับ ไม่เป็นไรนะครับ เดี๋ยวผมทำเองดีกว่า คุณไปช่วยตักทรายก็ได้นะครับ”
“โอ้ย ไม่เป็นไรค่ะ โอ๋ยังไหว โอ๋อยากช่วย”
“เอ่ออออ…คือ…คือ มันเสียจังหวะน่ะครับ”
“แหะ แหะ……ขอโทษทีค่ะ” แล้วดิฉันก็จากไปตักทรายใส่ถุงอย่างสงบที่สุด

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement