advertisement

น้ำท่วมแล้วหรือยัง !!! ปรากฏการณ์ ชุดคำทักทายใหม่ 'นิว ไทยแลนด์....!!!'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 พ.ย. 2554 05:30

วิปโยคใหญ่น้ำท่วมใหญ่หรือที่ใครๆ เรียกกันว่า “สึนามิน้ำจืด” ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ามา “น้ำท่วมแล้วหรือยัง!!!” กลายเป็นชุดคำทักทายใหม่ของคนไทยแทนที่ ชุดคำทักทายที่ชอบพูดทักทายกันติดปากว่า “กินข้าวแล้วหรือยัง!!!” ของคนไทยมาแต่ก่อนเก่าไปซะแล้ว !!!

เรื่องนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.ดวงมน จิตร์จำนงค์ ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ประจำปี 2553 เจ้าของรางวัลภาษาไทยดีเด่น วิเคราะห์พร้อมกับสะท้อนปรากฏการณ์ชุดคำทักทายใหม่ "น้ำท่วมแล้วหรือยัง" ของคนไทยปัจจุบันนี้ผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่า ชุดคำทักทายน้ำท่วมแล้วหรือ ที่ไถ่ถามกันทุกหัวระแหง ณ วันนี้เป็นคำทักทายที่สะท้อนสถานการณ์แสดงความเป็นห่วง และอยากรู้ข่าวคราวความเคลื่อนไหว


“สมัยก่อนคำทักทายที่เราเคยชินกันก็คือ “กินข้าวแล้วหรือยัง” ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นชุดคำทักทายที่พูดมานานตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะไม่มีใครบันทึกเอาไว้ เหมือนชุดคำทักทายยอดฮิตของคนไทยอย่างคำว่า “สวัสดี” ที่มีบันทึกเอาไว้ว่าเพิ่งมีใช้ตอนสมัย ร.6 นี่เอง สวัสดี มาจากคำว่า สวัสดิ หมายถึง ปลอดภัย พูดสวัสดีคือ อวยพรให้ปลอดภัย แต่เท่าที่ศึกษามาชุดคำทักทายกินข้าวแล้วหรือยังนี้ถือว่าสะท้อนบุคลิกของคนไทยถึงความห่วงหาอาทรระหว่างกัน โดยจะใช้มากตอนที่มีคนมาหา มาเยี่ยมที่บ้านของเรา เนื่องจากสมัยก่อนคนไทยก็จะมีข้าวติดหม้อทุกบ้าน หรือชุดคำทักทายอีกคำแหน่งก็คือ “ไปไหนมา…?” เหมือนกับเป็นคำเกริ่นนำเป็นชุดคำที่คนถามนั้นไม่มีข้อมูล จึงถามออกมา อย่างชุดคำถามว่า “กินข้าวหรือยัง” มักจะต่อด้วยคำว่า “มากินด้วยกันไหม” 

ผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยยังบอกอีกว่า ชุดคำทักทายนี้ไม่แน่หากสถานการณ์น้ำท่วมซ้ำซากเกิดขึ้นทุกปี หรือ ปีเว้นปี อนาคตอาจจะใช้ชุดคำทักทาย จากสบายดีหรือยัง กลายเป็นน้ำท่วมแล้วหรือยังก็เป็นไปได้


“อย่างคำทักทายโทรศัพท์มือถือมันก็จะมีชุดคำทักทายหลักว่า “อยู่ที่ไหน” เพราะมือถือเราไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนแต่โทรติดต่อได้ แต่ถ้าเป็นโทรศัพท์บ้านเราก็จะไม่ถามว่าเขาอยู่ที่ไหน แต่ส่วนตัวก็ภาวนาว่าชุดคำทักทายว่า น้ำท่วมแล้วหรือยัง อย่าให้ชุดคำนี้มันเป็นคำฮิตติดปากและเป็นความจริงเลย”

ขณะที่ในมุม นายวัลลภ ปิยมโนธรรรม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจิตวิทยา วิเคราะห์ชุดคำทักทายใหม่ในขณะนี้ว่า น้ำท่วมแล้วหรือยัง เป็นคำทักทายที่สะท้อนภายในจิตใจ สะท้อนถึงสถานการณ์ที่ประสบอยู่ในปัจจุบัน

“ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าห่วงพอสมควร เพราะตอนนี้คนหมกมุ่นและสับสนกับสถานการณ์น้ำท่วม ความเอาตัวรอดของคนกรุงเทพ ไม่มองในแง่ดี อย่าคำว่าน้ำท่วมแล้วหรือยังก็เช่นกันเป็นคำทักทายมองโลกในแง่ร้ายเกินไป ไม่กี่วันมานี่ผมเพิ่งกลับจากนครสวรคค์อ่างทอง สถานการณ์น้ำท่วมดีขึ้น เมื่อน้ำท่วมกรุงเทพฯ เราควรจะดีใจ เปรียบเสมือนร่างกายถ้ามันจุกที่หน้าอก คือ จ.พิจิตร จ.อยุธยา ทำให้เราตายได้ หลังจากนั้นก็มาจุกที่ท้องคือ จ.นครสวรรค์ จ. ปทุมธานี มันก็คือตายคาที แต่ถ้าเรามองโลกในแง่ดี เมื่อน้ำไหลลงมายังลำไส้คือกรุงเทพฯ จะได้ถ่ายออกแล้ว ไม่ใช่มาตกใจกัน” อย่างหลายวันก่อนฝนตกตลอด ทางจิตวิทยาห้ามพูดว่าฝนตกจะตก ให้พูดว่าแดดออกๆ เราต้องมองโลกในแง่ดี อย่างคนไทยช่วยเหลือกันภาพที่ออกมามันสวยงามเราต้องมองกันว่าไม่เห็นมีใครในโลกที่รักกันเท่ากับคนไทย เราต้องมองด้านบวก ตรงกับสุภาษิตไทยที่ว่า ยิ้มได้เมื่อภัย”


สุดท้าย ผู้เชี่ยวชาญเรื่องจิตวิทยาแนะนำชุดคำทักทายมองโลกในแง่ดีปี 2554 แทนคำว่าน้ำท่วมแล้วหรือยังด้วยว่า ให้ใช้คำว่า ปลอดภัยใช่ไหม ไปเที่ยวที่ไหน

“ตามหลักจิตวิทยาเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ เราควรจะพูดในสิ่งที่ดี มองโลกในแง่ดี อย่างน้ำท่วมใหญ่นี้เราต้องมองโลกในแง่ดีว่า มันทำให้สามีภรรยาจากที่ไม่คุยกันพอน้ำท่วมก็คุยกัน เพื่อนบ้านจากที่เดินสวนกันก็คุยกัน น้ำท่วมทำให้ชีวิตสมรสดีขึ้นเยอะเพราะว่าต้องใช้ชีวิตร่วมทุกข์ร่วมสุขกันขึ้น ไม่เช่นนั้นมันจะทำให้เราถูกความทุกข์กดทับ” นักวิชาการจิตวิเคราะห์กล่าวสรุป

นอกจากจากคำทักทายชุดใหม่ของคนไทยปี 2554 ที่กำลังฮิตแล้ว ล่าสุดในโซเชียลมีเดียยังมีคนตั้งชื่อใหม่ให้กับกรุงเทพอีกด้วย โดยแผลงเนื้อร้องมาจากต้นฉบับก็ถือว่าได้รับความนิยม เพราะสะท้อนสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่มาเยือนหลังจากนี้และตลอดไปที่คนไทยต้องเผชิญว่า

กรุงท่วมมหานคร น้ำนองรัตนโกสินทร์ มหินทราอยุทธยาคันดินถล่ม พบน้ำทะลักราชธานี บุรีรมย์ท่วมจมราชนิเวศน์มหาสถาน ดอนเมืองวิมานรัฐบาลสถิต อยากจะย้ายไปไหน ตอนนี้คงไม่มีสิทธิ์ (Credit : ขุนศึก มหิธรปุระ)

Twitter : raydo_thairath

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement