advertisement

กะเทาะเปลือก ว่าที่เจ้าบ่าว "พินทองทา ชินวัตร" ตี๋อินเตอร์...อบอุ่น...จริงใจ...ไม่หน่อมแน้ม!!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ต.ค. 2554 05:45

ทันทีที่ “พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศว่าจะเดินทางกลับเมืองไทยเพื่อร่วมงานแต่งงาน ของลูกสาวคนกลาง “เอม–พินทองทา ชินวัตร” ในเดือน ธ.ค.นี้ ทุกคนต่างก็หูผึ่งเด้งจากเก้าอี้ และถามไถ่กันให้ลั่นเมืองว่า ลูกเขยผู้โชคดีของอดีตนายกฯทักษิณ เป็นลูกเต้าเหล่าใคร และไปไงมาไงจึงสามารถพิชิตใจทายาทสาวหมื่นล้านของตระกูลชินวัตรไปครองได้

ท่ามกลางข่าวลือสับสนมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะลือกันผิดๆซะด้วย ชายหนุ่มที่ฮอตที่สุดในวินาทีนี้ “พงศ์–ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์” เปิดใจให้สัมภาษณ์แบบไม่มีกั๊กเป็นครั้งแรกกับทีมข่าวสตรีไทยรัฐ ระหว่างเดินทางมาแจกการ์ดแต่งงานที่สำนักงานหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เตรียมจูงมือทายาทสาวหมื่นล้านเข้าประตูวิวาห์ตามประเพณีไทย เช้าวันที่ 11 เดือน 11 นี้ ณ บ้านจันทร์ส่องหล้า ก่อนจะจัดงานเลี้ยงฉลองสมรสที่โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน วันที่ 12 เดือน 12 ตามฤกษ์มงคลที่ได้จากสมเด็จเกี่ยว วัดสระเกศฯ

มีคนอยากรู้ทั้งบ้านทั้งเมืองค่ะว่า ลูกเขยคนแรกของนายกฯทักษิณเป็นใครมาจากไหน

ก็ขอแก้เรื่องประวัติส่วนตัวนิดหนึ่งครับ ก่อนอื่นต้องบอกว่า ที่บ้านผมไม่ได้อยู่โบ๊เบ๊ แต่อยู่ประตูน้ำ ครอบครัวผมทำธุรกิจการ์เมนต์ผลิตเสื้อผ้าส่งออก ทำมา 20 กว่าปีแล้ว ปาป๊าผมชื่อ “วรวิทย์” ส่วนหม่าม้าชื่อ “อัญชลี” ผมมี พี่สาว 1 คน น้องชายอีก 2 คน ผมเรียนจบปริญญาตรีจากคณะสถาปัตย์ จุฬาฯ จากนั้นบินไปเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ ที่เดอพอล ยูนิเวอร์ซิตี้ เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา พอกลับมาเมืองไทยก็ทำงานด้านอสังหาฯ เพราะอยากเป็นดีเวลลอปเปอร์ เคยทำงานกับอารียา พรอพเพอร์ตี้ และเน็กซัส พรอพเพอร์ตี้ คอนซัลแทนท์ เมื่อต้นปี 2010 ร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดธุรกิจของตัวเอง ชื่อว่า บริษัท ฟิชแมน จำกัด รับปรึกษาด้านการตลาด พัฒนาอสังหาฯ และวางแผนสื่อโฆษณา ขณะเดียวกัน ผมก็เข้าหุ้นกับปาป๊าเปิดบริษัท คูณ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ โดยเริ่มโปรเจกต์แรกเป็นโครงการสร้างบูติกโฮเต็ลแถวประตูน้ำ ขอที่ดินจากทางบ้านมาทำ ส่วนที่ว่าผมบวชเพื่อเตรียมแต่งงานก็ไม่ใช่ เพราะบวชให้ปาป๊า ซึ่งไม่สบาย

แล้วมาปิ๊งรักกับลูกสาวคนเด่นคนดังของบ้านเมืองได้อย่างไร

เจอกันเมื่อ 3 ปีที่แล้วครับ ระหว่างที่ผมกับ “เอม” เรียนคอร์สอบรมอสังหาฯ ด้วยกันที่สถาปัตย์ จุฬาฯ รู้สึกว่า “เอม” เป็นคนน่ารัก ไม่ถือตัวเลย แต่จริงๆ เริ่มจากเป็นเพื่อนมากกว่า ในคลาสมี 150 คน และกลุ่มที่สนิทกันราว 50 คน บังเอิญว่าเราสองคนมีเพื่อนสนิทคนเดียวกัน เลยทำให้มีจังหวะเจอกันเรื่อยๆ

ถาม “เอม” บ้างนะคะ แล้ว “พี่พงศ์” เริ่มเข้ามาจีบตอนไหน

เอม : ไม่มีจีบแบบวัยรุ่นให้ดอกไม้ แต่จะปรึกษาเรื่องงานมากกว่า เพราะโตกันแล้ว คุยไปคุยมาก็เริ่มปรึกษาเรื่องส่วนตัวเรื่องที่บ้าน คือ “พี่พงศ์” เป็นคนอบอุ่นน่าเล่าน่าคุยให้ฟัง ก็เลยเริ่มสนิทและเห็นใจกัน แต่ที่ได้มาสนิทกันจริงจัง เพราะความบังเอิญมากกว่า ตอนนั้นเรียนจบไปแล้ว 2 ปี มีอยู่วันหนึ่งนัดทานข้าวกับเพื่อนเป็นกลุ่ม “พี่พงศ์” ก็มาด้วย ช่วงนั้น “เอม” ไปเรียนรู้งานด้านธุรกิจอสังหาฯกับ “อาปู” (นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร) เพื่อนสนิทของ “พี่พงศ์” ซึ่งสนิทกับ “เอม” ด้วย แนะนำให้ปรึกษา “พี่พงศ์” เพราะเขาทำงานด้านนี้โดยตรง

แฟนคลับฝากถามว่า คิดยังไงถึงกล้าจีบลูกสาวอดีตนายกฯทักษิณ

ผมไม่ได้คิดว่า “เอม” เป็นลูกใคร ผมคุยกับ “เอม” เพราะ “เอม” คือ “เอม” และเรียนรู้ “เอม” ที่ตัวตนของ “เอม”

“เอม” น่าจะมีคนจีบเยอะนะคะ ทำไมถึงเลือกแต่งงานกับ “พี่พงศ์”(นิ่งไปพักใหญ่) มันเป็นความสบายใจเวลาที่ได้อยู่ใกล้ “พี่พงศ์” คือ “เอม” รู้สึกว่าชีวิตไม่ต้องการอะไรหวือหวา หรือต้องลุ้นอีกแล้ว...รู้สึกเหนื่อย!! “เอม” เลยอยากให้เรื่องความรักเป็นเหมือนจุดพักผ่อน!! “พี่พงศ์” เป็นผู้ชายอบอุ่น ไม่เคยเจอใครแบบนี้มาก่อน รู้สึกว่าอยากฝากชีวิตไว้กับเขา คิดว่าเขาคือคนที่เรารอคอย!! เวลาเรามีปัญหากับที่บ้าน “พี่พงศ์” จะไม่ใช่ประเภทเข้าข้างเราตลอดเวลา และว่าคนในครอบครัวเรา มีแต่จะช่วยอธิบายว่าต้องเข้าใจความรู้สึกคนอื่นนะ และ “พี่พงศ์” ก็ดูแลทุกคนในครอบครัวเราดีมาก ไม่เคยทำให้รู้สึกผิดหวังเลย

ไม่กลัวตกเป็นเป้าโจมตีหรือคะ เพราะก็มีคนจำนวนมากไม่ชอบคุณทักษิณ

พงศ์ : คนเราคิดต่างกันได้ แต่ก็อยู่ด้วยกันได้ ถ้ามีใครทำหยาบคายแยกไม่ถูก ผมก็ไม่พอใจ และคงต้องปกป้อง “เอม”!! แต่จริงๆเรื่องของเราสองคนตัดประเด็นการเมืองได้เลย ผมเจอคนที่ใช่แล้ว ก็ไม่อยากรออะไร ผมปรึกษา “อิ๊ง” ว่าถ้าจะขอ “เอม” แต่งงานจะยังไงดี ก็ช่วยกันวางแผนเป็นเดือน ไปคุกเข่าขอแต่งงานที่เมืองฟลอเรนซ์ อิตาลี

เอม : สำหรับ “เอม” กับเพื่อนสนิทหรือไม่สนิท ไม่เคยถามว่าใครชอบสีไหน เพราะเป็นมุมมองของแต่ละคน “เอม” อยากให้ทุกคนคบเราในฐานะที่เราเป็นเรา มีอะไรก็จะเล่าให้เพื่อนฟังเหมือนทั่วไปว่าพ่อแม่เราโดนแบบนี้ “พี่พงศ์” เองก็ไม่เคยถามเรื่องพวกนี้ เพราะไม่ค่อยสนใจเรื่องการเมือง แต่จะรับฟังและให้คำปรึกษาทุกอย่าง

พา “พี่พงศ์” ไปพบคุณพ่อคุณแม่เมื่อไหร่

คุณแม่เจอก่อนค่ะ ตอนนั้นเริ่มคุยกันแล้ว แต่ยังไม่ถึงกับตกลงเป็นแฟน วันนั้นโจทย์ยากเลย เพราะเป็นวันเกิดคุณแม่ เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว เลี้ยงกันเฉพาะญาติๆกับเพื่อนสนิท 40 คน “เอม” โทร.หา “พี่พงศ์” ตอนสองทุ่มครึ่งว่า มาเจอคุณแม่เลยไหม “พี่พงศ์” ก็ตกใจนิดหนึ่ง แต่ก็ตอบว่าได้ และเดินเข้ามาพร้อมรังนกตะกร้าใหญ่มาก

เจอ “คุณหญิงพจมาน” ครั้งแรก ตื่นเต้นไหมคะ

พงศ์ : คุณแม่ใจดีมากครับ ครอบครัว “เอม” ต้อนรับผมอบอุ่น เลยรู้สึกสบายใจมาก

เอม : วันนั้นเพื่อนๆคุณแม่กระซิบกระซาบกันใหญ่ เพราะรู้ว่า “เอม” จะพาหนุ่มมาเปิดตัว ทุกคนชมว่า “พี่พงศ์” น่ารัก และเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดี คุณแม่ไม่ได้คอมเมนต์อะไรมาก แต่จะดูว่า ลูกมีความสุขหรือเปล่า

ด่านหินที่สุดคือ การพาไปแนะนำตัวกับคุณพ่อ?!

เอม : พอแน่ใจว่าคนนี้ใช่ ก็คิดว่า ต้องพา “พี่พงศ์” ไปสวัสดีคุณพ่อที่ดูไบ แต่พ่อทราบทุกอย่างจากคุณแม่แล้ว

ครั้งแรกที่ได้พบอดีตนายกฯทักษิณ รู้สึกเกร็งไหมคะ

ตื่นเต้นมากครับ ทั้งในฐานะที่เป็นคุณพ่อของ “เอม” และเป็นท่านทักษิณ ชินวัตรด้วย แต่พอได้พบท่าน ทำให้สบายใจไม่เกร็ง เพราะคุณพ่อใจดีมาก พอไปถึงท่านก็เรียกมานั่งข้างๆ และชวนคุย วันนั้นคุณพ่อเข้าครัวทำกับข้าวให้พวกเราทานด้วย ผมชื่นชมท่านในฐานะนักธุรกิจอยู่แล้ว เพราะเป็นคนเก่ง และมีวิสัยทัศน์

คุณพ่อปลื้มว่าที่ลูกเขยคนนี้มากไหม

อุ๊งอิ๊ง : คุณพ่อเห็นตอนแรกบอกว่าโหงวเฮ้งเป็นคนดีนะ!! “อิ๊ง” ไม่เคยเห็น “พี่เอม” มีความสุขขนาดนี้มาก่อน

เอม : คุณพ่อพูดตลอดว่า “เอม” เป็นผู้ใหญ่เกินอายุ เป็นศูนย์กลางของครอบครัว ต้องทำหน้าที่ดูแลแม่แทนพ่อ แต่ยังไงแล้วผู้ชายก็ต้องนำผู้หญิง ผู้ชายที่จะนำ “เอม” ได้ก็ไม่ง่าย แต่คุณพ่อมองว่า “พี่พงศ์” สามารถนำเราได้

น้อยใจไหมคะถ้าวันแต่งงานจะไม่มีคุณพ่ออยู่ด้วย

เอม : ครอบครัวเราสนิทกันมาก ก็รู้สึกว่าเราแต่งงาน อยากให้คุณพ่อมาอยู่ด้วย ก็สงสารคุณพ่อ แต่คุณพ่อไม่เคยพูดว่าอยากกลับเมืองไทย พ่อจะพูดแต่ว่าไม่ต้องห่วง ตอนแรกที่ “เอม” จะแต่งงานก็ถามคุณพ่อว่า ถ้าจะแต่งงานปีนี้มันยังไง คุณพ่อจะกลับมาไหม คุณพ่อบอกว่า ไม่ต้องห่วงพ่อ ถ้ารักกันก็แต่งงานไปเลย ชีวิตไม่ต้องมาขึ้นกับว่าพ่อจะกลับเมืองไทยเมื่อไหร่!! สำหรับ “เอม” คงไม่ใช่เรื่องจะเศร้า ต้องเข้าใจสถานการณ์ ไม่ใช่ว่าคุณพ่อไม่ว่างไม่มา อันนี้อาจร้องไห้ แต่เรารู้ว่ามีอะไรมากกว่านั้น ไม่อยากให้คุณพ่อต้องกลับมา แล้วพอถึงเวลาเกิดผลร้ายต่อชาติ

พงศ์ : ผมได้พาปาป๊ากับหม่าม้าไปขอ “เอม” กับท่านที่ดูไบมาแล้ว ท่านก็น่ารักมาก ไม่เรียกสินสอดอะไรเลย เพียงแต่เล่าว่า สมัยที่ท่านขอคุณแม่แต่งงาน คุณตาบอกว่า เรื่องสินสอดไม่สำคัญ ถ้าคนสองคนรักกันและดูแลกันดีๆ ยังมีอนาคตอีกไกล!! แต่ผมก็ต้องทำตามธรรมเนียม และจัดให้สมเกียรติของเจ้าสาวครับ
แต่งงานแล้ว เรือนหออยู่ที่ไหน และจะมีลูกเลยไหมคะ

เอม : ปลูกต่อเติมจากบ้านคุณแม่ค่ะ จะได้ดูแลท่านใกล้ๆ “เอม” อยากมีหลานให้คุณพ่อคุณแม่เร็วๆ เพราะจะได้มีอะไรให้ชุ่มชื่นหัวใจ เพียงแต่ขอใช้ชีวิตคู่แป๊บหนึ่ง...ถึงจุดนี้แล้ว “เอม” คิดว่าสิ่งที่คุณพ่ออยากเห็นที่สุดคือ ลูกได้เป็นฝั่งเป็นฝา มีหลานให้อุ้ม คุณพ่ออยากกลับมาอยู่กับครอบครัว อยากเลี้ยงหลาน และสอนหนังสือ...เอมอายุแค่ 29 ปี แต่ผ่านอะไรมาเยอะมาก จนรู้สึกว่าชีวิตคนเราไม่มีอะไรมาก และเงินก็ไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิต!!

 

 

ทีมข่าวหน้าสตรี

โหวตข่าวนี้