advertisement

เปิดตำนานลับ ราชวงศ์วินด์เซอร์ ผ่านกล่องความทรงจำของหลานรักควีนมัม

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.ย. 2554 05:45

มาร์กาเร็ต  โรดส์

แม้เรื่องราวของราชวงศ์วินด์เซอร์ยุคใหม่ จะได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณชนอย่างแพร่หลายเกือบทุกแง่มุมและทุกมิติ แต่ก็ยังมีมุมส่วนตั๊วส่วนตัว ที่สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สองแห่งอังกฤษ และเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง  ทรงขอสงวนไว้เป็นความลับภายใน คงจะมีก็แต่พระประยูรญาติใกล้ชิดจริงๆเท่านั้น ที่จะได้ร่วมสัมผัสและแบ่งปันความประทับใจ ตลอดช่วงเวลาหลายต่อหลายทศวรรษแห่งความทรงจำอันงดงามลึกซึ้ง

แม้จะไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ใดๆ แต่ประชาชนชาวอังกฤษก็ยกย่องให้ “มาร์กาเร็ต โรดส์” เป็นพระประยูรญาติสนิทที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ของควีนเอลิซาเบธที่สอง ปัจจุบัน “คุณป้ามาร์กาเร็ต” อายุย่าง 86 ปีแล้ว  แต่ความทรงจำยังกระจ่างชัดและแม่นยำเหมือนสาวๆ  คุณป้ามีศักดิ์เป็นหลานสาวแท้ๆของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ “ควีนมัม” สมเด็จยายแห่งปวงชนชาวอังกฤษ เพราะเป็นธิดาคนสุดท้องของ “เลดี้ แมรี่ โบว์ส ลีออน” พี่สาวคนโตของ “ควีนมัม” ซึ่งมีชื่อโดยกำเนิดว่า “เลดี้ เอลิซาเบธ โบว์ส ลีออน” ต่อมาได้อภิเษกสมรสกับดยุคออฟยอร์ค จึงมีศักดิ์เป็นดัชเชส ออฟยอร์ค และได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ เมื่อพระราชสวามีเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่หกแห่งสหราชอาณาจักร


ด้วยวัยที่ไล่เลี่ยกันกับควีนเอลิซาเบธที่สอง  ซึ่งขณะนั้นยังคงดำรงพระยศเป็นเจ้าหญิงเอลิซาเบธ ทำให้ “มาร์กาเร็ต โรดส์” ได้รับการเลี้ยงดูฟูมฟักมาพร้อมกับองค์ควีน และพระขนิษฐา คือ เจ้าหญิงมาร์กาเร็ต ราวกับพี่น้องคลานตามกันมา แม้แต่ “ควีนมัม” เอง ก็ทรงมีรับสั่งถึงหลานสาวคนโปรดว่า แม่หนูนี่เป็นลูกสาวคนที่สามของเรา

“คุณป้ามาร์กาเร็ต” ถ่ายทอดความทรงจำในวัยเยาว์ไว้ในหนังสืออัตชีวประวัติ “The Final Curtsey” ว่า สมัยเด็กๆ เจ้าหญิงเอลิซาเบธ, เจ้าหญิงมาร์กาเร็ต และฉัน มักจะไปวิ่งเล่นอยู่แถวพระตำหนักเบิร์คฮอลล์ ในสกอตแลนด์ พวกเราชอบขี่ม้า วิ่งไล่จับ ปีนต้นไม้ และเล่นเกม ซ่อนหาไปตามเรื่องตามราว โดยเฉพาะ “เจ้าหญิงเอลิซาเบธ” ทรงรักม้าเป็นชีวิตจิตใจมาตั้งแต่เล็กๆ ด้าน “เจ้าหญิงมาร์กาเร็ต” โปรดการร้องเพลงเป็นพิเศษ เพลงโปรดตอนเด็กๆที่ทรงร้องติดปากเสมอก็คือ Old MacDonald Had A Farm โดยมักทำเสียงเลียนแบบสัตว์ชนิดต่างๆเป็นที่สนุก สนานและตลกขบขันอย่างยิ่ง

สิ่งหนึ่งที่ยังจดจำได้ไม่มีลืมก็คือ ไม่ว่า “อังเคิลเบอร์ตี้” (ดยุคออฟยอร์ค ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าเขย) และ “คุณน้าเอลิซาเบธ” (ดัชเชสออฟยอร์ค) จะทรงติด พันภารกิจมากมายขนาดไหน ทั้งสองพระองค์ก็ไม่เคยละเลยหน้าที่สำคัญ นั่นคือ การส่งพระราชธิดาทั้งสองเข้านอน พร้อมกับกู๊ดไนต์คิสเพื่อให้หลับฝันดี “อังเคิลเบอร์ตี้”ทรงหล่อเหลาเหลือเกิน บอกตามตรงว่า บางครั้งฉันก็แอบฝันว่า ท่านจะคิสฉันก่อนนอนบ้าง แต่ก็ต้องรอเก้อ (หัวเราะ)


แม้แต่ในวันสำคัญที่สุดของดยุคออฟยอร์ค ซึ่งต้องเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักร แทนที่พระเชษฐา “พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่แปด” ที่ทรงประกาศสละราชสมบัติ เพื่อเสกสมรสกับม่ายสาวอเมริกัน “วอลลิส ซิมป์สัน” ซึ่งผ่านการหย่าร้างมาแล้ว 2 ครั้ง “คุณป้ามาร์กาเร็ต”ก็มีส่วนร่วมในการบันทึกประวัติศาสตร์หน้าสำคัญด้วยเช่นกัน โดยขณะนั้น เธอกำลังอยู่ในคลาสเรียนเต้นรำที่เอดินเบอระ เมื่อได้ยินข่าวว่า น้าเขยจะได้เป็นกษัตริย์ ฉันเก็บความตื่นเต้นดีใจไว้ไม่อยู่ ถึงขนาดตะโกนดังลั่นห้องเรียนว่า “อังเคิลเบอร์ตี้ของฉันกำลังจะเป็นคิง!!” น่าอายซะจริงๆ

และเมื่อ “อังเคิลเบอร์ตี้” เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่หก พร้อมๆกับการปะทุขึ้นของสงครามโลกครั้งที่สองในเวลาไม่นานหลังจากนั้น หลานรักคนนี้ก็ได้ร่วมเป็นสักขีพยานยืน ยันถึงบทบาทสำคัญของสมเด็จ พระราชินีเอลิซาเบธ “ควีนมัม” ในฐานะป้อมปราการอันแข็ง แกร่ง ที่คอยพิทักษ์ราชบัลลังก์ของพระราชสวามี โดย “คุณป้ามาร์กาเร็ต” ย้อนรำลึกความหลังว่า“คุณน้าเอลิซาเบธ” เป็นสุภาพสตรีที่อบอุ่น เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีอารมณ์ ขันและเข้มแข็งมาก ทรงเป็นกำลังใจสำคัญที่ผลักดันให้ “อังเคิลเบอร์ตี้” มีความเข้ม แข็ง และมั่นอกมั่นใจในตัวเองยิ่งขึ้น  โดยคุณน้าเป็นคนคะยั้นคะยอให้พระราช สวามีฝึกพูดจนเอาชนะโรคติดอ่างและสามารถรับสั่งได้อย่างสง่าผ่าเผยต่อหน้าสาธารณชน คุณน้ายังช่วยสร้างบรรยากาศให้เกิดความเป็นกันเองระหว่างตามเสด็จออกปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่างๆ

เหตุการณ์สำคัญที่สุดที่ทำให้ประชาชนชาวอังกฤษซึ้งในน้ำพระทัยของทั้งสองพระองค์ก็คือ แม้ในขณะที่อังกฤษกำลังตกอยู่ท่ามกลางภาวะสงครามโลกครั้งที่สอง และมีรายงานว่าเยอรมนีทิ้งระเบิดลงที่พระราชวังบั๊กกิ้งแฮม ทั้งสองพระองค์ก็ยังคงปฏิเสธที่จะอพยพหนีภัยสงครามไปอยู่ที่แคนาดาตามคำแนะนำของรัฐบาล พร้อมกับยืนกรานว่า จะปักหลักอยู่ในลอนดอน ร่วมเผชิญชะตากรรมกับประชาชนชาวอังกฤษ โดยในช่วงนั้น ทั้งองค์คิงและควีนได้เสด็จออกเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยจากเหตุระเบิดหลายต่อหลายพื้นที่ทั่วประเทศ สร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชนเป็นอย่างยิ่ง


นอกจากเรื่องความเข้มแข็งดุจเหล็กกล้าแล้ว ในสายตาของหลานสาวคนนี้  สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ “ควีนมัม” ยังมีพรสวรรค์พิเศษในการสร้างรอยยิ้ม และนำความสุขสดชื่นมาสู่ผู้คนทรงทำให้คนรอบข้างหัวเราะ และมีความสุขได้ราวกับมีมนต์วิเศษ คงเพราะอย่างนี้นี่เอง จึงทรงได้รับการยกย่องให้เป็นควีนที่มีพระชน มายุยืนยาวที่สุดของราชวงศ์วินด์เซอร์ โดยมีพระชนมพรรษาถึง 101 พรรษา สมัยยังมีพระชนม์ชีพอยู่ เคยรับสั่งอย่างอารมณ์ดีว่า เคล็ดลับที่ทำให้พระองค์อายุยืนยาวก็คือ “เรารักชีวิต นั่นละคือเคล็ดลับสำคัญ!! ความกระฉับกระเฉงร่าเริงทำให้เราสนุกกับการใช้ชีวิต เรื่องตื่นเต้นก็ช่วยให้เลือดสูบฉีดดี”

สำหรับประชาชนทั่วไปแล้ว ต่างก็เทิดทูนยกย่อง “ควีนมัม” ว่าทรงเปี่ยมล้นด้วยน้ำพระทัย ทรงฉลาด เข้มแข็งอดทน มีอารมณ์ขัน ใจดี อ่อนโยน นุ่มนวล และติดดิน อีกทั้งยังทรงเป็นแบบอย่างที่ดีของเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ยุโรปตลอดช่วงเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา

ส่วนใครที่เคยเมาท์ว่า ตัวจริงเสียงจริงของ “ควีนมัม” ทรงเป็นหญิงแก่คร่ำครึ ที่ชอบเหยียดเชื้อชาติ และดูถูกคนจน อาจต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่  เพราะดูยังไงๆ แล้ว ก็ทรงอบอุ่นใจดีสมกับที่ทรงเป็น “สมเด็จยายแห่งปวงชนชาวอังกฤษ” ทุกกระเบียดนิ้ว


ด้านองค์ควีนเอลิซาเบธที่สอง แม้จะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นประมุขของสหราชอาณาจักร ก็ยังปฏิบัติต่อพระประยูรญาติสนิทผู้นี้ไม่แตกต่างไปจากเดิม “คุณป้ามาร์กาเร็ต”เล่าด้วยความซาบซึ้งใจว่า ควีนเอลิซาเบธที่สองไม่ทรงถือพระองค์เลยแม้แต่น้อย ทรงถ่อมเนื้อถ่อมตนมาก และไม่เคยถือพระยศพระศักดิ์ หรือถือว่าพระองค์ทรงเป็นควีนเหนือกว่าคนอื่น แม้แต่ในยามที่ฉันประสบมรสุมในชีวิต เมื่อสามีล้มป่วยอย่างหนัก และเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปอด ก็ได้ควีนเอลิซาเบธที่สองทรงช่วยเหลือจุนเจือทุกอย่าง โดยทรงแสดงน้ำพระทัยอนุญาตให้หญิงม่ายอย่างฉันเข้ามาพักพิงอาศัยอยู่ในตำหนักภายในวินด์เซอร์ เกรต พาร์ค

ขณะที่ในช่วงบั้นปลายชีวิตของ “ควีนมัม” ฉันยังได้ถวายงานรับใช้อย่างใกล้ชิดในฐานะนางสนองพระโอษฐ์ และมีโอกาสได้ถอนสายบัวถวายความเคารพพระองค์ท่านในวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจ และซาบซึ้งใจมิรู้ลืมเลือน!!

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement