advertisement

ชี้ 'ไม่ใช่' กิจของสงฆ์ เตือนวิชา 'เพ่งตะวัน' สยอง อันตรายถึงบอด !!!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ก.ค. 2554 05:30

จักษุแพทย์ชื่อดัง เผยข้อมูลพระตาบอดด้วยวิธีมองพระอาทิตย์อื้อ เตือนมองพระอาทิตย์นานกว่า 10-15 นาทีดวงตามีสิทธิ์ถูกความร้อนเบิร์นหรือโดนเผาไหม้ พระพยอมชี้ไม่ใช่กิจของสงฆ์

เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันในวงกว้างต่อกรณีการที่พระสงฆ์ชื่อดัง ทำพิธีเพ่งตะวันช่วงเช้า นานถึง 30 นาทีเพื่ออ้างว่าจะสามารถเสริมบารมีให้กับนักการเมืองหญิงคนหนึ่งว่าเป็นเรื่องเหมาะสมหรือไม่แล้ว ในเรื่องสุขภาพตายังถือว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมากมายไม่แพ้กัน...

ล่าสุด น.พ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ ประจำโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า กระทรวงสาธารณสุข กล่าวเตือนถึงวิธีเพ่งดวงอาทิตย์ในระยะเวลานานๆ ผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่า นอกจากไม่เหมาะสมไม่ใช่กิจของสงฆ์แล้ว การมองพระอาทิตย์นานกว่า 10 นาที จะทำให้ดวงตาเบิร์น หรือ ถูกเผาไหม้ไป

“ปกติแล้วแสงอาทิตย์ประกอบด้วยรังสีอัลตราไวโอเลตอยู่หลายคลื่นมากที่สามารถเป็นอันตรายต่อดวงตา ตั้งแต่ กระจกตาดำ เลนส์แก้วตา และประสาทตา ซึ่งการมองพระอาทิตย์นานๆ จะทำให้เกิดการเบิร์นที่ดวงตา หรือดวงตาถูกเผาไหม้ทำให้ตาบอดได้ ซึ่งกรณีนี้ทีผ่านมามีพระหลายรูปใช้วิธีนี้แล้วเสียดวงตาไปมากมาย โดยเฉพาะถ้าเป็นเวลา 4-5 โมงเย็น คือ องศาที่พระอาทิตย์อยู่ระดับสายตาพอดี เป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุด”

ผู้เชี่ยวชาญเรื่องตาอีกทั้งยังเป็นผู้ปฏิบัติธรรมเคร่งครัดสายอาจารย์มั่น กล่าวอีกว่า การกระทำพิธีแบบนี้เข้าข่ายปัญหาอจินไตย หรือปัญหาไม่น่าเอานำมาถกเถียงกัน ถกเถียงก็ไร้ประโยชน์รังแต่จะทะเลาะกัน  เป็นญาณวิสัยอันหนึ่งของอจินไตย มีอยู่ 4 อย่าง 1.พุทธวิสัย ถามว่าพระพุทธเจ้าเกิดได้อย่างไร ปัญหานี้เถียงกันไม่จบสิ้น 2.ญาณวิสัย มานั่งเถียงกันว่ามีตา-หูทิพย์ ไม่ต้องพูดกัน เพราะรู้แก่ใจ  3.โลกวิสัย ไก่เกิดก่อนไข่ มนุษย์ต่างดาว และ4.กรรมวิสัยเชื่อไหมเรื่องกรรมอันนี้แล้วแต่บุคคล

“ดังนั้นต้องลองคิดดูว่า ผู้ที่ทำพิธีน่าเชื่อถือได้ไหม เนื่องจากโบราณกาลผู้ที่ปฏิบัติเช่นนี้ต้องเป็นพระที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ถึงจะเกิดญาณวิสัยได้ อย่างไรก็ดีการใช้วิชาแบบนี้มีพระสงฆ์ตาบอดมาเยอะแล้ว ในฐานะพุทธศาสนิกชนและแพทย์เตือนว่าเป็นเรื่องที่ไม่แน่จริงอย่าทำเพราะพระหลายรูปก็ตาบอดมาเยอะแล้ว ได้ไม่คุ้มเสีย ยิ่งเอารูปผู้หญิงมาวางเอาไว้ที่พื้นแล้วนำสายสิญจ์ มาคล้องถูกตัวยิ่งไม่สมควร ดังนั้นไม่ควรเลียนแบบ” ผู้เชี่ยวชาญกล่าวในที่สุด

ขณะเดียวกัน พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวกับไทยรัฐออนไลน์ถึงประเด็นนี้ว่า ท่านทำอย่างอื่นดีกว่าไหม พร้อมยังแสดงความเป็นห่วงพระรูปดังกล่าวว่าเพ่งดวงอาทิตย์นานๆ อาจจะทำให้ท่านตาบอดได้

“ที่ทำอยู่คนเรียกกันว่าวิธีทางไสยศาสตร์ชัดเจน แต่พูดตามตรงวันนี้อาตมาอายุ 60 กว่าๆ เป็นพระมานานยังไม่เคยเห็นวิชาที่เรียกว่าไสยศาสตร์เลยสักครั้ง อีกอย่างกิจของสงฆ์มีมากมาย แต่การเข้าข้างใดข้างหนึ่งแล้วทำให้อีกฝ่ายไม่สบายใจ ทำแล้วคนอื่นมองว่าเข้าข้างอีกฝ่ายไม่ถูกต้อง แต่ถ้าทำแล้วมีเจตนาที่ดี ไม่เกี่ยวไม่มีเรื่องขอการเข้าข้างลำเอียง ทำแล้วอยากให้บ้านเมืองสงบ โดยเจตนาไม่เกี่ยวกับว่า อยากให้ข้างนี้สำเร็จได้เป็น ได้มี กิจแบบนี้ ไม่เคยเห็นมีพระที่ไหนมาก่อน”

พระพยอมบอกอีกว่า ยิ่งไปบอกอีกว่า ทำเพื่อส่งเสริมชะตาให้ใครได้เป็นผู้นายกฯ หรือมีอำนาจนานๆ ยิ่งไม่ควร

“คนที่พูดว่าเป็นนานๆ ไม่ได้เป็นก็เยอะแยะ ทั้งหมดทั้งมวลต้องดูอนิจจัง แล้วแต่เหตุแล้วแต่ปัจจัย สอนแบบนี้ดีกว่า ถ้าเป็นนายกฯ แล้วต้องพยายามทำให้ดีที่สุด ทำให้บ้านเมือง “ปรองดอง” เป็นแล้วอย่าพูดคำไหนมัน “ปองดาบ” พูดคำไหนที่ “แก้ไข” ดีกว่าพูดให้มีการ “แก้แค้น” ที่สำคัญเราต้องเทศน์ให้คนที่เป็นผู้นำมี “ธรรมสัจจะ” ไม่ใช่พูดแล้วทำไม่ได้ เช่น การบอกว่าค่าแรงขึ้นทั่วประเทศ พูดแบบนี้ไม่ได้ เป็นผู้นำต้องพูดความจริงต้องบอกว่าเฉพาะกิจเฉพาะที่ เฉพาะกรณี เฉพาะภาค เฉพาะกลุ่ม เฉพาะนายทุนที่ตั้งตัวใหม่ๆ แล้วจ้างแพง ปลุกสงนกุหลาบใหม่ๆ ค่าแรงวันละ 100 บาท กระโดดไปวันละ 200 บาท แล้วใครจะอยู่รอด ต้องพูดความจริงว่าค่าแรงที่ขึ้น 300 บาท นั้นที่เฉพาะถิ่น เช่น ภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ พัทยา กรุงเทพฯไม่อย่างนั้นระบบพังหมด พระต้องเทศน์ให้คนรู้จักหลักธรรม ไม่ใช่เป็นพระแล้วไปกระทำให้เขาหมดพระเป็นแนะหลักธรรม”

สุดท้าย พระนักเทศน์ชื่อดัง ฝากไปถึงประชาชนว่า ใครจะแนะอะไร ทำอะไรชวนทำอะไร ขอให้ใช้วิจารณญาณ ใคร่ครวญถึงความเป็นไปได้

“เหมือนพระให้หวยท่านรู้แล้วทำไมท่านไม่แทงซะเอง อย่างท่านรดน้ำมนต์แล้วคนอื่นรวย ทำไมท่านไม่รดให้เด็กวัดพระเณร คนข้างวัดรวย พระต้องทำให้คนฉลาดขึ้น อาตมาย้ำว่าไสยศาสตร์ไม่มีจริง อาตมาเชื่อแนวพุทธศาสตร์เยี่ยมที่สุด”


สำหรับวิธีสังเกตอาการอันตรายที่ควรหลีกเลี่ยง หลังจากเพ่งดวงอาทิตย์นานๆ

1.ไม่สบายตา 2.อาการภาพพร่ามัว 3.ถ้าเพ่งนานเข้าไปอีกก็จะเกิดจุดดำที่กลางภาพ เช่น เมื่อมองหน้าใครแล้วไม่เห็นหน้ามัน จะเห็นเป็นสีดำ และ 4.ถ้าเลวร้ายมากกว่านั้นจุดศูนย์กลางจอรับภาพ Macula อาจจะเกิดเป็นรู หมายความว่าจะมีภาพที่เป็นจุดดำอยู่กลางภาพแบบถาวรเลย เรียกว่าทำให้มองไม่เห็นภาพตรงกลาง เรียกว่าอาการของตาบอดก็ได้ ฉะนั้นเตือนว่า มีอันตรายต่อสายตา

Twitter : raydo_thairath

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement