บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'วิทยาศาสตร์'ไขปริศนา10ข่าวดังระดับโลกทำให้'โลกแตก'ได้จริงเหรอ...?

หลังจากที่นำเสนอเรื่องโลกแตก (www.thairath.co.th/content/life/176984) กับปฏิทินชาวมายัน ของชนเผ่ามายา ผู้เลื่องชื่อด้านอารยธรรมแห่งอเมริกากลาง ที่ระบุชัดว่า วันที่ “21 ธันวาคม ค.ศ. 2012” ที่ถือเป็น “วันสุดท้าย” ตามปฏิทิน 5,125 ปี (Mesoamerican Long Count calendar) แล้ว

สิ่งที่น่าสนใจและมีคนไถ่ถามมามากมาย โดยเฉพาะข้อมูลที่เว็บไซต์ต่างประเทศกล่าวถึงสาเหตุการที่จะทำให้โลกแตกในวันดังกล่าวได้ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์


เรื่องการเชื่อว่าโลกจะแตกเพราะมีการเปลี่ยนแปลงด้านฟิสิกส์อย่างรวดเร็วฉับพลันของจักรวาล  ...?
เชื่อว่าโลกจะแตกเพราะการเคลื่อนตัวของหลุมดำ (black hole ) เข้าใกล้ระบบสุริยจักรวาล ...?
เชื่อว่าโลกจะแตกเพราะการระเบิดของรังสีแกมมาครั้งใหญ่นอกโลก ...?     
เชื่อว่าโลกจะแตกเพราะการลดลงหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของพลังงานในดวงอาทิตย์ ...?   
เชื่อว่าโลกจะแตกเพราะการสลับขั้วอย่างฉับพลันของแกนโลกและขั้วแม่เหล็กโลกจากเหนือเป็นใต้-จากใต้เป็นเหนือ ...?
เชื่อว่าโลกจะแตกเพราะการเคลื่อนที่ของระบบสุริยะผ่าน "ฝุ่นผงคอสมิก" ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรงบนโลก ...? 
เชื่อว่าโลกจะแตกเพราะการที่โลกถูกพุ่งชนอย่างรุนแรงจากอุกกาบาตหรือวัตถุอื่นๆในอวกาศ ...?
เชื่อว่าโลกจะแตกเพราะการเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ สึนามิครั้งใหญ่ ...?
เชื่อว่าโลกจะแตกเพราะแพลเน็ต เอ็กซ์  หรือ นิบิรู กระทั่งเชื่อว่าโลกจะแตกเพราะ “มนุษย์ต่างดาว” ...?

นักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศมากมายสันนิษฐานว่าสิ่งเหล่านี้นั่นแหละจะทำให้โลกแตกในอนาคตได้..!!! ไทยรัฐออนไลน์สอบถามไปยัง นายบุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เพื่อใช้วิทยาศาสตร์อธิบายด้วยภาษาง่ายๆ ไขปริศนาทั้งหมด ...?


Q : โลกจะแตกเพราะการเปลี่ยนแปลงด้านฟิสิกส์อย่างรวดเร็วฉับพลันของจักรวาล


A : ไม่จริงแน่นอน ไม่มีอะไรบ่งบอกเลยว่าการเปลี่ยนแปลงทางฟิสิกส์ทางกายภาพอย่างฉับพลัน ซึ่งระบบสุริยะ หรือกาแล็กซี ทางช้างเผือก หรือเอกภพมันจะค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาแต่ช้ามาก ที่สำคัญวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรเป็นตัวบ่งชี้ว่ามันจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลันดังที่กล่าวอ้างกัน

Q : โลกจะแตกเพราะจะมีการเคลื่อนตัวของหลุมดำ (black hole ) เข้าใกล้ระบบสุริยจักรวาล


ตามหลักวิชาการหลุมดำมี 2 ประเภท คือหลุมดำที่เกิดจากซากของดาวอย่างดวงอาทิตย์ ซึ่งปัจจุบันเขามีอายุราว 5,000 ล้านปีแล้ว อีกราว 5,000 ปีข้างหน้าดวงอาทิตย์จะตาย หากดวงอาทิตย์ตายเปลือกนอกเขาจะระเบิดแล้วเหลือแต่แกนกลาง หลายคนเชื่อว่ามันจะกลายเป็นหลุมดำได้ แต่จริงๆ ไม่มีความน่าจะเป็นได้ เพราะความหนาแน่นมันมีไม่เพียงพอ หลุมดำจะมีอีกประเภทหนึ่งที่เกิดพร้อมกับบิ๊กแบง เมื่อราว 12,000 ล้านปีมาแล้ว เอกภพมีการระเบิดใหญ่เรียกว่าบิ๊กแบง พอตูมออกมามันก็จะมีระเบิดมาก และก็จะมีแรงบีบอัดของสสารช่วงแรกๆ ของการเกิดเอกภพเมื่อประมาณ 12,000 ล้านปีที่แล้ว ทำให้เกิดหลุมดำเล็กๆ เต็มไปหมด เราเรียกว่าหลุมดำขนาดจิ๋วกระจายเต็มไปหมด

แต่ไม่มีใครเคยค้นพบหลุมดาวขนาดนี้ เป็นเพียงทฤษฎีของ “สตีเฟน ฮอว์คิง” ที่กล่าวว่ามีหลุมดำขนาดจิ๋วเกิดขึ้นมาพร้อมกับ บิ๊กแบง และก็กระจายออกไป ระบบสุริยะวิวัฒนาการ โลกเราเกิดขึ้นมา ตัวหลุมดำขนาดจิ๋วก็อาจจะลอยอยู่ในอวกาศได้ แต่ก็ยังไม่มีใครเคยค้นพบ และมีหลักฐานหรือใครเคยทำนายว่ามันตกลงใส่โลกจริงๆ

อย่างไรก็ดี ผมย้ำตรงนี้ว่า หลุมดำขนาดใหญ่ที่คนหวาดวิตกกันไม่มีแน่นอน แต่ว่าหลุมดำเล็กตามทฤษฎีของ ฮอร์คิง บอกว่าอาจจะมีก็ได้ แต่ว่าเนื่องจากอวกาศนี้มันกว้างใหญ่มาก ดังนั้นโอกาสที่โลกเราจะโคจรไปเจอกับหลุมดำแบบนี้โอกาสแทบจะเป็นศูนย์

Q: โลกจะแตกเพราะมีการระเบิดของรังสีแกมมาครั้งใหญ่นอกโลก


A : ต้องทำความเข้าใจความหมายของรังสีแกมมา คือ คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงานสูงมากมันน่าจะเกิดจากการระเบิดของดาวใหญ่ๆ จะปล่อยรังสีแกมมาออกมาหรืออาจจะเป็นการชนกันของดาวในอวกาศอะไรต่างๆ อย่างแสงเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดหนึ่งแต่พลังงานต่ำ รังสีแกมมาเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีพลังงานสูงสุด อันตรายมากๆ เพียงแต่ว่าการระเบิดของรังสีแกมมาไกลมากๆ ต้องใช้กล้องส่องลึกมากในอวกาศ แต่บริเวณใกล้กับระบบสุริยะจักรวาลเราไม่มีแหล่งกำเนิดรังสีแกมมาซึ่งก็กำลังศึกษาและเฝ้าระวังอยู่การเกิด การระเบิดของรังสีแกมมาเกิดขึ้นได้อย่างไรซึ่งมีหลายทฤษฎีและกำลังหาองค์ความรู้ในเรื่องที่เกิดขึ้น

ในอนาคตสถาบันวิจัยดาราศาสตร์ของไทยจะร่วมกับสหรัฐอเมริกา ตอนนี้กำลังจะติดตั้งกล้องที่ประเทศชิลีเพื่อศึกษาการระเบิดของรังสีแกมมาในอวกาศ แต่รังสีแกมมาที่ระเบิดอยู่ไกลจากโลกมากเป็นล้านปีแสง ฉะนั้นการระเบิดของรังสีแกมมาก็ยังไม่ทราบว่าระเบิดได้อย่างไร นักดาราศาสตร์กำลังศึกษาอยู่ แต่รู้ว่ารังสีแกมมาที่ระเบิดแหล่งกำเนิดอยู่ไกลมาก มีการระเบิดจริง แต่ในบริเวณระบบสุริยะจักรวาล ที่ระเบิดใกล้ๆ โลกไม่มีครับสบายใจได้

Q: โลกจะแตกเพราะมีการลดลงหรือเพิ่มขึ้นของพลังงานในดวงอาทิตย์


A : ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์เย็นๆ มีแสงในตัวเองดาวที่เห็นเป็นเม็ดเล็กๆ ใจกลางของดาวฤกษ์รวมถึงดวงอาทิตย์ของเราจะมีปฏิกิริยาเรียกว่า “เทอโมนิวเคลียร์” เพราะใจกลางมันหนาแน่นมาก ดวงอาทิตย์มีบรรยากาศห่อหุ้มอยู่ พลังงานที่ออกมาจึงไม่มากนัก ทั้งนี้พลังงานในดวงอาทิตย์ก็สามารถเพิ่มขึ้นได้และลดลงได้ โดยสังเกตได้จากจุดบนดวงอาทิตย์ ถ้าเราใช้กล้องส่องดวงอาทิตย์จะเห็นว่ามี “ซันสปอต” (จุดบนดวงอาทิตย์) เกิดขึ้น ตั้งแต่ศูนย์สูตรของดวงอาทิตย์และขึ้นไปจนถึงละติจูดสูงสุดแล้วมันจะมีจำนวนมากน้อยต่างกัน ซึ่งช่วงเวลาในทุกๆ  11 ปี จุดซันสปอตจะมีมากที่สุดครั้งหนึ่ง โดยครั้งต่อไปในช่วงกลางปี ค.ศ.  2013 จะมีจุดบนดวงอาทิตย์มากที่สุด

หลังจากนั้นก็จะลดลง เมื่อปี ค.ศ.2000 ก็เคยมากที่สุดครั้งหนึ่งแล้ว จุดบนดวงอาทิตย์สามารถบ่งชี้ได้ถึงความเข้มของสนามแม่เหล็กสูง สนามแม่เหล็กสูงมันจะเป็นแรงผลักพลังงานออกมาจากดวงอาทิตย์มากผิดปกติ ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์พายุสุริยะ ซึ่งพายุสุริยะส่วนมากจะส่งผลกระทบให้กับสิ่งที่อยู่ชั้นสูงๆ บรรยากาศของโลก แล้วไม่สามารถทำให้โลกแตกได้แน่นอน

Q : โลกจะแตกเพราะจะมีการสลับขั้วฉับพลันของแกนโลก และขั้วแม่เหล็กโลกจากเหนือเป็นใต้-จากใต้เป็นเหนือ


A : จริงๆ แล้วทุกๆ 11 ปี เกิดสนามแม่เหล็กเยอะ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือขั้วแม่เหล็กของดวงอาทิตย์เกิดการสลับขั้วได้สนามแม่เหล็กเป็นดวงอาทิตย์ จะกลับขั้นทุกๆ 11 ปี คนก็กลัวสนามแม่เหล็กบนดวงอาทิตย์เกิดการกลับแล้วสนามแม่เหล็กของโลกเกิดการสลับด้วยหรือไม่ โลกกับดวงอาทิตย์อยู่ไกลกัน 150 ล้านกิโลเมตร การเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กของดวงอาทิตย์กลับไม่สามารถส่งผลถึงโลกได้

นอกจากลมพายุสุริยะ แล้วสนามแม่เหล็กโลกสามารถกลับขั้วได้ตอนนี้ขั้วใต้ของสนามแม่เหล็กโลกชี้ทิศเหนือ แล้วขั้วเหนือชี้ทิศใต้อยู่ ตอนนี้ซีกโลกเหนือกำลังจะเป็นซีกโลกใต้ ขั้วโลกใต้เป็นเหนือของโลกสลับกัน สนามแม่เหล็กโลกเราทำหน้าที่ป้องกันรังสี ประจุกไฟฟ้าที่ส่งมาจากดวงอาทิตย์สู่โลก ถ้าไม่มีสนามแม่เหล็กโลกที่มากันเอาไว้ โลกเราก็จะถูกอนุภาครังสีคอสมิกจากดวงอาทิตย์พุ่งเข้าชนจนคนอยู่ไม่ได้ บรรยากาศโลกก็สำคัญมากซึ่งจะป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต รังสีเอ็กซ์ รังสีแกมมาจะถูกบรรยากาศโลกป้องกันไว้ และอานุภาคที่มีประจุไฟฟ้าก็จะถูกสนามแม่เหล็กป้องกันไว้ แต่ถ้าสนามแม่เหล็กเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ซึ่งจะมีบางเวลาที่สนามแม่เหล็กหายไปฉับพลันนี้ก็จะอันตรายมาก และแม่เหล็กไฟฟ้าเกิดการสลับขั้วได้แต่เป็นแสนๆ ปีไม่มีใครรู้ว่าจะสลับเมื่อใด แต่ขณะนี้ขั้วแม่เหล็กทางด้านเหนือที่เป็นขั้วใต้ตอนนี้ก็เลื่อนมาจับขั้วโลกเหนือมากพอสมควร ซึ่งสนามแม่เหล็กโลกเกิดจากข้างในโลกของเราเอง โลกของเราข้างในโลกร้อนมาก

เมื่อโลกเราหมุนประจุไฟฟ้าก็หมุนด้วยข้างใน การหมุนของ ประจุไฟฟ้าทำให้เกิดสนามแม่เหล็กโลกตอนนี้ข้างในโลกเป็นของเหลวและหมุนไปเรื่อยๆตามแรงโลกหมุน เพราะฉะนั้นขั้วเหนือของแม่เหล็กโลกกับขั้วโต้ก็จะค่อยๆเลื่อน แต่ไม่มีนักดาราศาสตร์หรือนักธรณีวิทยาสามารถทำนายได้ว่าแกนโลกจะกลับโดยสมบูรณ์เมื่อไร แต่ขณะนี้มีตัวบ่งชี้ว่ามันค่อยๆ กลับ

Q: โลกจะแตกเพราะมีการเคลื่อนที่ของระบบสุริยะผ่าน “ฝุ่นผงคอสมิก” ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรงบนโลก

ฝุ่นผงคอสมิก เกิดจากดวงอาทิตย์จะปล่อยอนุภาคเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวรังสี อนุภาค ฝุ่นผงอะไรต่างๆ มีทั้งมีประจุไฟฟ้าและไม่มีประจุไฟฟ้า แต่สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นปกติ เพราะตอนนี้โลกเราก็เคลื่อนตัวผ่านฝุ่นผงคอสมิก อย่างดาวห่างเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ก็ทิ้งเศษที่เรียกว่า ฝุ่นผงไว้ เวลามันตกก็เป็นฝนดาวตกอะไรอย่างนี้ เป็นเพราะโลกเราเคลื่อนที่ผ่านฝุ่นผงคอสมิก ระบบสุริยะของเราเป็นส่วนหนึ่งกาแล็คซีทางช้างเผือกก็วนอยู่ในกาแล็คซีทางช้างเผือก เพราะฉะนั้นระบบสุริยะก็เคลื่อนที่ไปในฝุ่นผงคอสมิก แต่ไม่ได้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก ที่สภาพอากาศแปรปวรเป็นเพราะแวดล้อมของเราที่เปลี่ยนไปด้วยกระทำของมนุษย์มีผลต่อระบบนิเวศในทะเล เช่นปรากฏการณ์เอลนินโญและลานินญา เนื่องจากกระแสน้ำร้อน กระแสน้ำอุ่นในแปซิฟิกผิดปกติ ผลที่เกิดในอวกาศและผลที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์เทียบกันไม่ได้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศไม่ได้ทำให้คนตาย แต่ทำให้เรารู้สึกแปลกขึ้นเรื่อยๆ เพราะในหนึ่งวันจะมีถึง 3 ฤดู

 


Q: โลกจะแตกเพราะการที่โลกถูกพุ่งชนอย่างรุนแรงจากอุกกาบาตหรือวัตถุอื่นๆในอวกาศ


A : เรามีโปรแกรมเช็คดาวเคราะห์น้อยหรืออุกกาบาตเฝ้าดูอยู่แล้ว ซึ่งความจริงบนอวกาศมันมีเยอะมากมีแทบทุกวันอวกาศมีขนาดกว้างมากโอกาสที่ชนมีน้อยมาก แต่ในอดีตทั้งโลกและดวงจันทร์เคยถูกชนแน่นอน และดวงจันทร์กับโลกก็เคยถูกชน อย่างที่รัสเซียก็มีหลุมขนาดใหญ่ แต่ว่าการชนอย่างนั้นต้องมีจำนวนที่มากซึ่งมีความเป็นไปได้ ซึ่ง 68 ล้านปีที่ผ่านมา เชื่อว่าไดโนเสาร์สูญพันธุ์ก็น่าจะเป็นเพราะการชนของดาวหางพุ่งหรือดาวเคราะห์น้อย

ฉะนั้นการมาของดาวหางก็อาจจะมาเป็นครั้งคราว ซึ่งอาจห่างกันประมาณร้อยล้านปีบริเวณรอบๆระบบสุริยะจักรวารเราถูกหุ้มด้วยคอสมิกมีทั้งก้อนหิน ดิน น้ำแข็ง อยู่ในบริเวณที่ห่างจากโลก ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ประมาณ 1 ปีแสง ถ้ามีอะไรไปกระแทกดาว Nemesis ที่เป็นคู่ของดวงอาทิตย์ และถ้ามันโคจรเข้ามาใกล้จนกระแทกและเกิดเป็นก้อนดาวหางพุ่งเข้ามาระดมชนโลก โลกเราก็จะไม่รอด เช่นเมื่อปีพ.ศ. 2537 มีดาวหางชูเมกเกอร์-เลวี 9 พุ่งชนดาวพฤหัส ตอนนั้นเราตื่นเต้นมาก เห็นเป็นรอยใหญ่บนดาวพฤหัส ช่วงนั้นดาวหางมาเต็มไปหมด ซึ่งตอนนั้นโลกเรามวลไม่มาก จึงดึงดาวหางไว้ไม่อยู่ แต่ถ้าดาวหางมาเยอะๆโลกก็อาจโดนชนได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าจะมีการโคจรดังกล่าวเข้ามา

ส่วนดวงที่ใกล้ที่สุดตอนนี้คือ YU55 นักดาราศาสตร์ทำนายไว้วันที่ 8 พ.ย. จะเข้ามาใกล้ประมาณ 3,206,000 กิโลเมตร เข้าใกล้มากกว่าวงโคจรดวงจันทร์ แต่ไม่มีผลต่อโลกในระยะนี้ ซึ่งเคยมีใกล้กว่านี้ก็มีแล้วขนาดประมาณ 400 เมตรใกล้พอสมควรถ้าชนก็แหลก แต่ก็ไม่มีการชนเกิดขึ้น

Q: โลกจะแตกเพราะการเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ สึนามิ


A : ปรากฏการณ์ธรรมชาติมันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เสมอ แต่ช่วงเวลาการเกิดในแต่ละครั้งมันยาวนาน เป็นเรื่องธรรมชาติของเปลือกโลกที่ทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ภูเขาไฟระเบิดครั้งใหญ่ สึนามิ ถือว่าเป็นวัฏจักรการขยับตัวของเปลือกโลก โลกประกอบไปด้วยแผ่นเพลทมาต่อและทับกัน ถ้าแผ่นดินไหวในแนวตั้งฉากก็เกิดสึนามิ และน้ำแข็งถ้าขยับก้อนหนึ่งที่เหลือก็ขยับ ในวันหนึ่งเกิดแผ่นดินไหวเป็นสิบครั้งขึ้นอยู่ว่าจะน้อยหรือมาก น้ำท่วมก็อาจจะเกิดจากคนและโอโซนชั้นที่สองก็ถูกทำลายไปเยอะเนื่องจากสารไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน รังสีคอสมิกและยูวีก็จะทะลุเข้ามาได้เยอะขึ้น

Q: แพลเน็ต เอกซ์ หรือ นิบิรุ คืออะไร สามารถทำให้โลกแตกได้หรือไม่


A : เป็นข่าวลวงโลกครับ เพราะ นิบิรุ เป็นดาวเคราะห์ดวงที่ไม่เคยพบเจอ มีวงโคจรตัดกับวงโคจรของโลกและจะชนโลกและนาซ่า ได้ออกมาแถลงข่าวแล้วว่าเป็นข่าวหลอก และที่บอกว่าปี 2012 มันจะสว่างกว่าดวงอาทิตย์นั้นไม่จริง อย่างตอนที่ดาวหางเฮล-บอปป์มา เราก็ทำนายได้ล่วงหน้าเป็นปีว่ามันจะสว่างมาก

Q: ก่อนถึงปี 2012 จะมีการเคลื่อนตัวเรียงตัวของดาวทั้งหมดอยู่ในระนาบองศาเดียวกันจนทับสนิท เป็นลางบอกเหตุโลกแตกไหม


A : ทับกันสนิทนี้ไม่มี แต่ใกล้กันนี้มี วันศุกร์ 20 พ.ค. 2554 ก็มีดาวใกล้กันอยู่ 3 ดวง ดาวอังคาร ดาวพุธ ดาวศุกร์ อยู่ใน ราศีพฤษภ และอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ ตอนนี้ดาวอังคาร พุธ พฤหัส ศุกร์ อยู่ใกล้กันมากเรื่องแบบนี้เกิดบ่อย มันเป็นเรื่องปกติที่ดาวมาอยู่ใกล้ๆกัน มองบนท้องฟ้าจะเป็น 2 มิติความจริงก็ไกลกัน แต่เพราะอยู่ในทิศเดียวกันก็เลยดูใกล้กัน อย่างของล้านนาก็เคยบันทึกไว้ว่าดาวเคยอยู่ใกล้กัน 7 ดวง ในส่วนของทางฟิสิกส์คำนวณแรงโน้มถ่วง ซึ่งเป็นแรงที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง ส่วนดาวที่มีผลทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง คือ ดวงจันทร์ การเกิดสุริยุปราคาหรือจันทรุปราคาที่จะเกิดขึ้นวันที่ 15-16 มิ.ย.54 ราวตี 2 ปลายปีวันที่ 10 ธ.ค.54 ประมาณเวลา 20.00 – 21.00 น. ตอนเกิดสุริยุปราคา ดวงจันทร์กับดวงอาทิตย์จะอยู่ในแนวเดียวกันกับโลกและก็ไม่ได้ทำให้น้ำขึ้นน้ำลงมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นดาวอังคาร พุธ พฤหัส เสาร์ แรงทำให้น้ำขึ้นน้ำลงได้น้อยมาก ไม่ว่ามันจะอยู่รวมกันหรือกระจายกันอยู่ก็ไม่มีผลอะไรต่อการเกิดน้ำท่วมโลกหรือดึงให้โลกแยกกันเป็นเสี่ยงๆ

 

 


Q: โลกจะแตกเพราะมนุษย์ต่างดาว

A : ถามว่ามีมนุษย์ต่างดาวไหม ผมเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตนอกโลกมีแน่นอน ถ้าไม่มีก็เป็นเรื่องที่แปลก โลกเรามีสิ่งมีชีวิตอย่างเดียว แต่ในกาแล็คซีทางช้างเผือกมีดาวแบบดวงอาทิตย์เราเป็นล้านๆ ดวง และนักดาราศาสตร์ก็เจอดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะหลายดวง และมีหลายดวงที่ลักษณะคล้ายๆ โลกเราและนักดาราศาสตร์กำลังศึกษาว่าสภาพแวดล้อมต่างๆที่เอื้อทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตได้ มีหลายดาวหลายดวงที่เอื้อต่อการกำเนิดสิ่งมีชีวิต มีหลายดวงที่จะทำให้เกิดสิ่งมีชีวิตได้ สิ่งมีชีวิตไม่ใช่เกิดได้ง่ายๆเหมือนโลกเราโคจรรอบดวงอาทิตย์พอดีไม่ร้อนเกินไปไม่หนาวเกินไป ดวงอื่นไม่มีอากาศแบบเราก็ไม่สามารถสร้างสิ่งมีชีวิตได้ อย่างโลกมีก๊าชไนโตรเจน ออกซิเจนใช้หายใจใจ แสงกำลังดี สภาพแวดล้อมเหมาะสม มีน้ำมีอะไรต่างๆ ซึ่งในเรื่องนี้เป็นความพยายามของนักดาราศาสตร์ ที่จะหาดาวเคราะห์และสิ่งมีชีวิตนอกระบบสุริยะ แต่ขณะนี้ยังไม่พบ แต่มีความเป็นไปได้ว่าดาวเคราะห์ที่อยู่รอบดาวฤกษ์ดวงอื่นๆ คล้ายๆระบบสุริยะของเราตอนนี้เราก็เจอหลายที่ ก็มีโอกาสที่จะพบสิ่งมีชีวิต

ส่วนถ้าถามว่าสิ่งมีชีวิตที่ดาวเคราะห์มันมาโลกเราได้ไหมอันนี้ผมไม่แน่ใจ ผมเชื่อว่ามีวิ่งมีชีวิต แต่ไม่รู้ว่าเป็นเหมือนมนุษย์เราไหม เพราะรูปร่างหรือองค์ประกอบต่างๆ ของมนุษย์ต่างดาวอาจจะต่างไปจากมนุษย์ ขึ้นอยู่กับความจำเป็นหรือการใช้งานเพื่อการอยู่อาศัย และอาจมีวิวัฒนาการหรือความเจริญก้าวหน้าน้อยหรือล้าหลังกว่าโลก 100 ล้านปีมากหรือน้อยกว่านี้ ในอวกาศมันกว้างมากแต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันที่เรามีอยู่ใช้ในการสำรวจ ยังไม่สามารถไปดาวซิริอุส 12 ปีแสง ยังไปไม่ได้ ยานไพโอเนียร์ 10 ที่ส่งไปนานมากตอนนี้ออกไปขอบๆ ของระบบสุริยะ ยังอยู่แถวๆดาวพลูโต ส่วนในอนาคตคาดว่าเราจะได้รู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตอยู่ที่ไหนบ้าง

Q: ถ้าโลกแตกเราจะไปอยู่ที่ไหนได้บ้าง...?

A : เราคงตาย หรือเหมือนหนัง 2012 ก็คงจะมีอยู่แค่กลุ่มเดียวที่รอดแต่ก็คงไม่สุขสบาย ถ้ามีการไปสร้างเมืองที่ข้างในมีอากาศอย่างที่เราใช้หายใจแต่มันก็เป็นจินตนาการของนักเขียน ซึ่งในอนาคตก็คงมีคนทำเพื่อจะเตรียมการแต่ไม่มีใครคาดการณ์อนาคตว่าโลกเราจะอยู่หรือจะไป ซึ่งมนุษย์มีส่วนร่วมมากคืออย่าทำให้โลกร้อนและสร้างมลพิษให้แก่ธรรมชาติ...

สรุปแล้วนอกจาก ทั้งหมดนี้ผู้เชี่ยวชาญกำลังจะสื่อสารว่าจงฟังอะไรแบบมีเหตุมีผล หาข้อเท็จจริงก่อนจะปักใจเชื่อแล้ว ยังย้ำด้วยว่าข่าวลือที่น่าเชื่อถือทั้งหมดนี้ คุณต้องไม่เชื่อแบบงมงาย ต้องหาคำอธิบายก่อนจะเชื่อและตื่นตระหนก สุดท้ายถ้าฟังให้ดี ถ้าโลกจะแตกจริงๆ ก็เป็นเพราะฝีมือมนุษย์ที่เห็นแก่ตัวอย่างเราๆ ท่านๆ นั่นเอง...!

twitter: raydo_thairath