จากหนุ่มไอที ซึ่งผันตัวเองมาเป็นพ่อครัวแกงกะหรี่ญี่ปุ่น วันนี้ของคุณภานุ วสุสิน นอกจากจะได้ทำธุรกิจที่ตัวเองชอบแล้ว เขายังได้ขลุกอยู่กับการทำอาหารที่ชอบทาน หลายคนก็ติดใจในรสมือ แม้ว่าก่อนหน้านี้เจ้าตัวไม่เคยเข้าครัวทำอาหารทานเองเลยด้วยซ้ำ
จะเรียกว่าเป็นพรสวรรค์บวกกับความเป็นคนชอบเที่ยว ชอบทานก็ว่าได้ ที่ทำให้วันนี้ ภานุ วสุสิน ผันตัวเองจากอาชีพที่มั่นคงในแวดวงไอที กลายเป็นพ่อครัวหัวป่าก์ประจำร้าน Nana Curry ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่นที่เขาลงทุนลงแรง ทุ่มเทเวลาทั้งหมด ทั้งด้านการตกแต่งร้าน คิดเมนูอาหาร รวมไปถึงได้ลงมือทำอาหารเอง พร้อมๆ ไปกับการนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทำงานทางอินเทอร์เน็ตไปด้วย
...
จุดเริ่มต้นจากการเปลี่ยนตัวเองมาเป็นพ่อครัว และเจ้าของร้านอาหารน่ารักๆ อย่าง Nana Curry นั้นไม่ใช่แค่ความชอบทานอย่างเดียว แต่ทุกอย่างเกิดจากการได้ซึมซับวัฒนธรรม วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นเอาไว้ เมื่อครั้งที่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่เขาชื่นชอบมาก ทั้งเรื่องวัฒนธรรม การใช้ชีวิตของคนที่นั่น รวมไปถึงอาหารที่เจ้าตัวบอกว่าถูกปากที่สุด
"ผมได้ไปเที่ยวพักผ่อนที่ญี่ปุ่นบ่อยๆ เพราะมีเพื่อนอยู่ที่นั่น ตัวเองก็เป็นคนชอบทานอาหารที่มีเครื่องเทศด้วย พอไปที่นั่นได้ทานข้าวแกงกะหรี่เลยติดใจ จนอยากกลับมาเปิดร้านที่เมืองไทย เลยคุยกับเพื่อนๆ อีก 6 คน ซึ่งเขาก็มีความคิดเหมือนเรา เลยร่วมกันเปิดร้านใช่ชื่อว่า Nana Curry (นานะ เคอรี่)"
กว่าที่ร้าน Nana Curry จะเป็นรูปเป็นร่าง คุณภานุเองก็ต้องเตรียมตัวอะไรหลายอย่างมากกว่าเงินที่ร่วมหุ้นกันลงทุน แต่ด้วยความมุ่งมั่น ใจรักอยากจะทำจริงๆ ทำให้ต้องทิ้งงานประจำ และหันมาเป็นพ่อครัวอย่างเต็มตัว ซึ่งก็ต้องใช้เวลาอยู่นาน เพราะก่อนหน้านี้เขาทำแต่งานไอที พอมีโอกาสได้ศึกษางานครัว ก็เลยจริงจังมากเป็นพิเศษ เรียกว่าทุกวันนี้กลายเป็นกูรูด้านแกงกะหรี่ไปแล้ว
"ร้านนี้ผมออกไอเดียค่อนข้างเยอะครับ อยากให้เป็นไปตามที่คิดไว้แต่แรก ซึ่งผมเองก็มาเป็นพ่อครัวเองด้วย ทั้งที่ผมเองไม่เคยเรียนทำอาหารมาก่อนเลย แต่อาศัยประสบการณ์จากการกินอาหารมามากครับ อย่างที่บอกว่าผมเป็นคนชอบเดินทางเยอะ และไปญี่ปุ่นบ่อย ก็จะไปหาข้างแกงกะหรี่กิน ซึ่งกินมาทั่วเกาะญี่ปุ่นแล้วครับ เหลือที่เดียวที่ยังไม่ได้ไปคือโอกินาวา พอร้านไหนที่รู้สึกว่ารสชาติมันดี ผมก็จะดูว่าเขาใส่อะไรบ้าง แล้วลองเอามาทำที่บ้าน หาความรู้เพิ่มเติมว่าใส่อะไร แล้วรสชาติจะออกมาแบบไหน ซึ่งผมใช้เวลาศึกษาเรื่องแกงกะหรี่ร่วม 5 ปีเลยนะ ว่าแกงกะหรี่ของแต่ละประเทศเป็นยังไง โชคดีที่ผมมีเพื่อนอยู่ต่างประเทศเยอะ พอมาเจอกันที เขาก็ซื้อเครื่องเทศมาฝากตลอด ผมเลยได้เรียนรู้เครื่องเทศของหลายๆ ชาติว่าแตกต่างกันยังไง และแกงกะหรี่ญี่ปุ่นเองเดี๋ยวนี้ก็มีหลายสูตรมาก ผมก็คิดทำเป็นสูตรของที่ร้านเลยต้องใส่ใจมันเยอะ ซึ่งร้านเราผมมั่นใจเลยนะว่าไม่เหมือนแกงกะหรี่ีที่อื่น เพราะส่วนมาก 80 % ของร้านที่ขายอาหารพวกนี้จะใช้กะหรี่ก้อนทำน้ำซุป เพื่อประหยัดเวลา แต่ที่นี่เราทำเอง ใช้เครื่องเทศเยอะถึง 30 ชนิด มากกว่าพื้นฐานของแกงกะหรี่ทัั่วไป ที่ใช้เพียง 4-5 ชนิด และเราเน้นรสชาติและกลิ่นที่เผ็ดร้อนมากกว่า และของเราเนื้อที่ใช้ก็ 100% ครับ นอกจากนี้เราก็มีมเนูอื่นด้วยอย่างสปาเก็ตตี้เจแปนนิสคาโบนาร่า และกิมจิญี่ปุ่นที่ลูกค้าชอบมาก และเราก็ทำเองด้วย"
...
นอกจากจะหลงเสน่ห์อาหารขึ้นชื่ออย่างแกงกะหรี่ญี่ปุ่นจนถึงขั้นเปิดร้านแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่เจ้าตัวรู้สึกชื่นชอบก็คือวิถีชีวิตแบบคนญี่ปุ่น เขาบอกว่าบางอย่างก็นำมาปรับใช้กับตัวเองด้วย
"ผมชอบคนญี่ปุ่นนะ วิถีชีวิตเขาเรียบง่ายมาก แต่ในความเรียบง่าย เขาก็มีระเบียบวินัย ซึ่งตรงนี้ผมชอบตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปญี่ปุ่นเลย ไม่ว่าจะซื้อของ ซื้อข้าวแกง ขึ้นบันไดเลื่อน ทุกคนต่อแถวกันหมด ทำอะไรก็เป็นระเบียบ ไม่ทิ้งขยะ ซึ่งผมก็มีเอามาสอนลูกๆด้วย ว่าเวลาทำอะไรต้องจัดระเบียบความคิดให้ดีๆ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องจุกจิกนะ ผมว่ามันน่ารักดี".
...