advertisement

ตกเลือดก่อนคลอด…ลูกจะรอดหรือไม่?

โดย ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลเวชธานี 3 พ.ย. 2553 15:30

ตลอดเวลาของการตั้งครรภ์ 9 เดือน คุณแม่ส่วนใหญ่โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่หรือท้องแรก อาจจะกังวลมากเป็นพิเศษกับความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้เสมอทั้งจากภายในและภายนอกร่างกาย การที่คุณแม่มีความรู้ความเข้าใจถึงความผิดปกติต่างๆ จะทำให้สามารถสังเกต ป้องกัน ดูแลตนเองอย่างถูกวิธี รวมทั้งมาพบแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างทันท่วงที เนื่องจากความผิดปกติระหว่างการตั้งครรภ์นี้มีหลายประการ ซึ่งหนึ่งในภาวะฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นระหว่างตั้งครรภ์และเป็นอันตรายทั้งต่อมารดาและทารกคือ “ตกเลือดก่อนคลอด”

พญ.ปวีณา ศรีมโนทิพย์ สูติ-นรีแพทย์ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวถึงการตกเลือดก่อนคลอดว่า คือการที่มีเลือดออกทางช่องคลอดตั้งแต่ตั้งครรภ์ได้ 28 สัปดาห์ เป็นต้นไปจนถึงก่อนการเจ็บครรภ์คลอด การตกเลือดก่อนคลอดเป็นภาวะฉุกเฉินที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตของมารดาและทารก ทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนดสูงขึ้น พบได้ประมาณ 3-4 % ของการตั้งครรภ์ สาเหตุมากกว่า 50% เกิดจากภาวะรกเกาะต่ำ และรกลอกก่อนกำหนด

ภาวะรกเกาะต่ำ หรือรกเกาะขวางช่องทางคลอด

เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตำแหน่งที่อยู่ของรก  ซึ่งโดยทั่วไปรกจะเกาะอยู่กับผนังมดลูกด้านบนค่อนไปด้านหลัง แต่เมื่อมีสาเหตุบางอย่าง เช่น ผนังมดลูกบริเวณนั้นไม่เหมาะสมต่อการเกาะ มีเนื้องอก การผ่านการขูดมดลูกมาหลายครั้ง เคยผ่าตัดคลอด คุณแม่ที่สูบบุหรี่ ครรภ์แฝด เป็นต้น จะทำให้รกมาเกาะบริเวณด้านล่างของมดลูก ปิดบริเวณปากมดลูก กั้นขวางทางเข้าออก ในบางรายอาจเกาะชิดขอบปากมดลูกด้านใดด้านหนึ่ง การเกาะของรกในบริเวณส่วนล่างหรือปิดปากมดลูกนี้จะไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อการตั้งครรภ์จนระยะใกล้คลอด เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของมดลูก หรือปากมดลูกจะทำให้มีการแยกตัวของรกออกจากผนังมดลูก ทำให้เกิดอาการเลือดออกทางช่องคลอด และกระตุ้นให้เกิดการหดรัดตัวของมดลูก นำไปสู่การคลอดก่อนกำหนด ส่วนของรกที่ขวางอยู่ทำให้ทารกไม่สามารถคลอดผ่านทางช่องคลอดได้ จะต้องผ่าตัดคลอดซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเสียเลือดระหว่างผ่าตัดมากกว่าการผ่าตัดคลอดปกติ

อาการ

อาการที่พบคือ มีเลือดสดๆ ออกทางช่องคลอด โดยไม่มีอาการเจ็บครรภ์หรือท้องแข็ง มักเกิดภายหลังอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 34-38 สัปดาห์ ในปัจจุบันส่วนใหญ่สามารถตรวจพบภาวะรกเกาะต่ำนี้ได้จากการทำอัลตราซาวด์ระหว่างตั้งครรภ์เป็นระยะ ทำให้สามารถวางแผนการดูแลรักษา เตรียมความพร้อมต่างๆได้ดียิ่งขึ้น

การรักษา

ในรายที่ตรวจพบตั้งแต่อายุครรภ์น้อยๆ หรือขณะไม่มีอาการ แนะนำให้พักผ่อน หลีกเลี่ยงงานหนัก ไม่ทำให้เกิดการกระทบกระเทือนใดๆ ต่อมดลูกหรือปากมดลูกที่จะทำให้รกลอกตัวก่อนเวลา

หากมีอาการเลือดออกทางช่องคลอด ต้องให้คุณแม่พักเพื่อยืดเวลาการคลอดออกไปให้ครบกำหนด โดยจะให้นอนพักในโรงพยาบาล จำกัดกิจกรรมต่างๆ ประเมินและดูแลภาวะเลือดออกอย่างใกล้ชิด อาจจะต้องให้เลือดหรือผลิตภัณฑ์ของเลือดหากจำเป็น และตรวจสุขภาพทารกในครรภ์เพื่อดูความพร้อม โดยเฉพาะสมรรถภาพการทำงานของปอดทารก ในบางรายแพทย์จะให้ยาเพื่อกระตุ้นการทำงานของปอดทารก หากเลือดที่ออกหยุดเองได้ จะนัดผ่าตัดคลอดหลังอายุครรภ์ครบกำหนด แต่หากเลือดออกเป็นปริมาณมากหรือออกหลายครั้งจนเป็นอันตรายต่อคุณแม่ แม้ว่าทารกในครรภ์จะตัวเล็ก แพทย์อาจจำเป็นต้องผ่าตัดเอาทารกมาดูแลภายนอกแทน

ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด

คือ ภาวะที่รกมีการลอกตัวก่อนที่ทารกจะคลอด พบมากในคุณแม่ที่เคยตั้งครรภ์หลายครั้ง ผู้ที่เป็นความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์ สูบบุหรี่ เป็นต้น สาเหตุอื่นๆ เช่น ทารกมีสายสะดือสั้น หรือการที่คุณแม่ได้รับอุบัติเหตุโดยตรงที่มดลูก

อาการ

จะมีเลือดออกจากช่องคลอด ในช่วงแรกอาจจะมีปริมาณไม่มากคล้ายกับการมีประจำเดือนวันแรก ร่วมกับมีอาการปวดเกร็งท้องบริเวณกล้ามเนื้อมดลูก กดบริเวณยอดมดลูกจะมีอาการเจ็บมาก  หากเลือดออกมากขึ้นเรื่อยๆ จะเกิดภาวะช็อคขึ้น ทั้งนี้อาการช็อคอาจจะไม่สัมพันธ์กับปริมาณเลือดที่ออกมา เนื่องจากเลือดที่ออกอาจจะขังอยู่ใต้รก ไม่ไหลออกมาให้เห็นได้ ทารกจะเริ่มมีภาวะขาดออกซิเจน หัวใจเต้นช้าลง และเสียชีวิตในครรภ์ได้ ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดนี้เป็นได้ตั้งแต่รกค่อยๆ ลอกตัวช้าๆ ไปเรื่อยเป็นชั่วโมง หรือรกลอกตัวทั้งหมดในระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่นาทีได้ หากเป็นในกรณีหลังโอกาสที่จะช่วยทารกได้มีน้อยมาก

การรักษา

ในกรณีที่รกลอกตัวเพียงเล็กน้อยและหยุดเอง ให้คุณแม่พักผ่อน จำกัดกิจกรรม สังเกตอาการอย่างใกล้ชิด ถ้าเลือดหยุดและอาการของทารกในครรภ์ปกติ การตั้งครรภ์จะดำเนินต่อจนกระทั่งครบกำหนดคลอด หากเลือดออกมากจนเป็นอันตรายถึงชีวิต ทารกเริ่มมีการเต้นของหัวใจผิดปกติ แพทย์จะยุติการตั้งครรภ์ทันที

จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่าการที่มีเลือดออกระหว่างการตั้งครรภ์ ถึงแม้จะมีปริมาณไม่มาก อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์ได้ เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ ตรวจอัลตราซาวน์ดดูทารกในครรภ์เป็นระยะ มีการประเมินสุขภาพทารกในครรภ์อย่างเหมาะสม เมื่อมีอาการผิดปกติควรรีบมาพบแพทย์ทันที

 

ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลเวชธานี
www.vejthani.com

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement