advertisement

'ผู้หญิง' กับเรื่อง 'เพศสัมพันธ์' กิจวัตร(ไม่)ประจำวัน แต่สำคัญต่อชีวิตคู่

โดย โรงพยาบาลเวชธานี 8 ก.ย. 2553 15:30

อาจฟังดูแรง หากผู้หญิงจะพูดคุยกันด้วยเรื่องเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะในสังคมบ้านเราที่ยังรู้สึกว่าการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ นับเป็นสิ่งต้องห้ามและไม่ควรพูดถึง ทำให้หลายครั้งที่เกิดความผิดปกติ หรือเกิดข้อสงสัย ผู้หญิงหลายคนลังเลที่จะปรึกษา ได้แต่เก็บความกังวลใจเอาไว้ จนส่งผลกระทบต่อชีวิตในด้านอื่นๆ

ดังนั้น นับเป็นโอกาสดีที่ฉบับนี้ เราได้เปิดพื้นที่ไขข้อข้องใจในเรื่องเพศสัมพันธ์สำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะค่ะ...

เพศสัมพันธ์ – การตอบสนองทางเพศ

เป็นที่ทราบกันดีว่าการตอบสนองทางเพศนั้น ประกอบด้วยสาเหตุต่างๆ หลายประการกล่าวคือ อายุของทั้งสองฝ่ายที่ใกล้เคียงกัน หรือห่างกันมาก ช่วงระยะเวลาที่ก่อให้มีเพศสัมพันธ์เกิดขึ้น ตลอดจนพฤติกรรมทางเพศที่เกิดขึ้น อารมณ์ ความรู้สึกของแต่ละบุคคลที่ก่อกำเนิดจากพฤติกรรมความสัมพันธ์ของตนเองที่ได้รับจากบิดามารดา และค่านิยมทางเพศนานาประการ อันเป็นผลมาจากขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมในแต่ละประเทศ ภาพฝังใจในอดีต เช่น เคยได้รับบาดแผลทางอวัยวะสืบพันธ์มาก่อน ภาวะเจ็บป่วยทางกาย ที่มีการใช้ยารักษาเป็นประจำบางชนิด และการใช้สิ่งเสพติด สุราต่างๆ ทั้งที่สม่ำเสมอและเป็นครั้งคราว

สุขภาวะทางจิตใจ

การขาดอารมณ์ร่วมในทางที่ดีถือเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะเพศสัมพันธ์ที่ผิดปกติ ได้มีการศึกษาในตอนเหนือของอเมริกา ในปี ค.ศ. 1993 ที่ศึกษาการตอบสนองทางเพศในสตรีที่เป็นมะเร็งเต้านมและรับการรักษาครบถ้วนขบวนการแล้ว ติดตามผลเป็นเวลา 10 ปี พบว่าภาวะทางจิตใจเป็นส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้ความต้องการทางเพศของสตรีเหล่านี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

การศึกษาในปี ค.ศ. 1999 ก็พบว่ามีความเกี่ยวพันอย่างชัดเจนระหว่างการทดสอบ พบว่าสตรีเหล่านี้มีปฏิกิริยาทางลบต่ออารมณ์และความรู้สึก รวมถึงการขาดความมั่นใจในตนเอง, รู้สึกถึงภาวะไม่มั่นคงในการมีเพศสัมพันธ์ และสูญเสียความเป็นเพศหญิง

การขาดความรู้สึกในการมีเพศสัมพันธ์พบมากในภาวะซึมเศร้าของสตรี ผู้หญิงที่มีความรู้สึกซึมเศร้านั้นจะทำการช่วยตัวเองมากกว่าในผู้หญิงปกติอย่างชัดเจน โดยไม่คำนึงถึงการเจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ และความยากลำบากในการปลุกเร้าอารมณ์ต่าง ๆ นานา

อายุ

การมีอายุมากขึ้นของสตรีที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภาวะฮอร์โมนในรังไข่ อันทำให้เกิดการหมดประจำเดือนมีผลต่อเพศสัมพันธ์มากน้อยเพียงใดนั้น  จากการศึกษาในปี ค.ศ. 2000 ในอเมริกา พบว่าราว 40% สตรีวัยหมดประจำเดือนมีการลดลงต่อการปลุกเร้าอารมณ์ของเพศสัมพันธ์อย่างชัดเจน การลดลงของความต้องการมีเพศสัมพันธ์นั้นเกิดก่อนภาวะหมดประจำเดือน 22% และหลังภาวะหมดประจำเดือนแล้ว 32% ความรู้สึกทางเพศที่ลดลงเกิดจากความยากลำบากในการปลุกเร้าอารมณ์ที่ใช้เวลานานมากขึ้น ระยะเวลาการศึกษาเริ่มจากก่อนหมดประจำเดือน ตลอดจนหลังหมดประจำเดือนแล้วนั้นใช้เวลา 10 ปีในการศึกษาที่พบการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

สตรีที่อายุมากกว่า 45 ปี ไม่ถือว่าการลดความต้องการทางเพศเป็นเรื่องสำคัญที่ถือว่าผิดปกติ เพราะการมีเพศสัมพันธ์ที่สุขสมบูรณ์ต้องอาศัยทั้ง 2 ฝ่ายในการกระทำให้เกิดขึ้น  ในบางคู่มีเพศสัมพันธ์ตามปกติ เช่นเดียวกับภาวะก่อนอายุ 45 ปีก็พบได้  ทั้งนี้ ต้องขึ้นกับสุขภาพทางกาย และจิตใจของคู่ครองด้วยเช่นกัน

เนื่องจากสรีระร่างกายของสตรีวัยหมดประจำเดือนที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้มีความเจ็บปวดแสบร้อนบริเวณอวัยวะสืบพันธ์ทำให้ชีวิตคู่ไม่สามารถดำเนินไปตามปกติ อันมีผลต่ออารมณ์ และพฤติกรรมที่ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่ายต่อบุคคลใกล้ชิดสืบไป นอกจากนี้ภาวะโรคของความเสื่อมตามวัยที่เกิดในบุรุษ อาทิเช่น ความดันสูง, ภาวะไขมันในเลือดสูง, เบาหวาน และโรคทางหลอดเลือดหัวใจ ล้วนแต่มีส่วนทำให้ความรู้สึกทางเพศสัมพันธ์เปลี่ยนแปลงในทางเสื่อมลดถอยลงเป็นส่วนใหญ่

ยาต่าง ๆ รวมทั้งแอลกอฮอล์ และเครื่องดื่มมึนเมา

ยาที่มีรายงานเชื่อถือว่าลดความต้องการทางเพศ ได้แก่ ยาลดความดันบางชนิด, ยาลดการซึมเศร้าบางชนิด, ยาแก้แพ้ผื่นคัน, ยานอนหลับ, ยาคุมกำเนิดรับประทาน, ยาเสริมฮอร์โมนเอสโตรเจน, ยากันชัก, สารเสพติดโคเคน

ภาวะความเจ็บป่วยเรื้อรังต่าง ๆ

ภาวะความเจ็บป่วยต่าง ๆ โรคที่กระทบต่อประสาทอัตโนมัติในช่องเชิงกราน เช่น multiple sclerosis, อุบัติเหตุบริเวณกระดูกสันหลัง, ภาวะปวดเรื้อรังในส่วนต่างๆ ของร่างกาย, การปัสสาวะกะปริดกะปรอย ไม่สามารถควบคุมการถ่ายปัสสาวะได้, การรับเคมีบำบัดที่กดการทำงานของรังไข่, ภาวะโรคซึมเศร้าจากการเจ็บป่วยทางกาย, ไขข้ออักเสบต่างๆ, โรคทางระบบหัวใจ และหายใจ ที่ขัดขวางความรู้สึกทางเพศ

ความผิดปกติทางพยาธิสภาพของร่างกาย

สตรีที่ผ่านการคลอดบุตรโดยเฉพาะบุตรที่มีน้ำหนัก และโตมาก ทำให้เนื้อเยื่อของผนังช่องคลอดบางรายไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อย่างสมบูรณ์ จำเป็นต้องมีการซ่อมแซมแก้ไข ตามแต่พยาธิสภาพที่เกิดขึ้นในแต่ละรายไป ขึ้นอยู่กับการตรวจภายในโดยสูติแพทย์ และดุลพินิจของแพทย์แต่ละท่านไป

การแก้ไขซ่อมแซมเนื้อเยื่อช่องคลอดที่เรารู้จักกันในภาษาทั่วไปคือ การทำรีแพร์ นั่นเอง และวีธีการที่ทำนั้นมีหลายขั้นตอนสุดแต่ความรุนแรงของพยาธิสภาพเนื้อเยื่อบริเวณช่องคลอดนั้นๆ

สุดท้ายนี้หวังว่าบทความดังกล่าวจะทำให้ท่านสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีทั้งหลายที่มีเพศสัมพันธ์เกี่ยวข้องกัน มีเพศสัมพันธ์ที่สุขสมยิ่งขึ้น ปลอดภัยกันถ้วนหน้า ปัญหาต่าง ๆ ย่อมมีทางแก้ไขเพียงแต่ท่านต้องใช้การตรวจสอบด้วยตนเอง และบางกรณีต้องอาศัยสูติแพทย์ในการไขข้อข้องใจซึ่งเป็นส่วนน้อยเท่านั้น...

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement