advertisement

บำรุงราษฎร์ อัดฉีดศูนย์ทางเดินอาหาร-ตับ ใหม่ เพื่อประสิทธิภาพในการวินิจฉัยและรักษา

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ส.ค. 2553 05:00

นพ.รุจาพงศ์ สาธิตการทำงานของกล้องส่องระบบทางเดินอาหาร.

เพื่อก้าวทันความเจริญด้านวิทยาการทางการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ เดินหน้าปรับโฉม "ศูนย์ระบบทางเดินอาหารตับ" เพิ่มศักยภาพด้วยอุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย พร้อมบริการ ตรวจวินิจฉัยและรักษาพยาบาลอย่างครอบคลุม  ซึ่งได้จัดงานเปิดศูนย์ใหม่  เมื่อเร็วๆนี้  โดย  นพ.รุจาพงศ์  สุขบท  หัวหน้าศูนย์ ทางเดินอาหารและตับ กล่าวว่า ปัจจุบันความเจ็บป่วยเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และตับมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งต้นเหตุที่แท้จริงของโรคมาจากสภาพพยาธิวิทยา นอกจากนี้ ยังมีตัวแปรอื่นๆที่ส่งผลทำให้เกิดอาการ อาทิ สภาพจิตใจ สภาพแวดล้อม อาหารการกิน และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เปลี่ยนแปลงไปมาก

คุณหมอรุจาพงศ์กล่าวต่อว่า ศูนย์ ระบบทางเดินอาหารและตับจึงได้มีการพัฒนาให้พร้อมในทุกด้าน ทั้งแพทย์ พยาบาล เทคโนโลยี และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัย การมีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและครบครันในจุดเดียว มีส่วนช่วยให้แพทย์สามารถตรวจประเมินหาสาเหตุ ตลอดจนกำหนดแนวทางการรักษาได้อย่างแม่นยำ รวดเร็ว และเหมาะสมกับแต่ละบุคคล ที่ล้วนมีอาการที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  ภายในศูนย์ จึงมีห้องให้คำปรึกษาแผนกผู้ป่วยนอก, ห้องตรวจทาง เดินอาหารด้วยการส่องกล้อง นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจทางเดินอาหารด้วยเอกซเรย์และคลื่นเสียง, เครื่องตรวจการบีบตัวของทางเดินอาหาร, เครื่องตรวจหาภาวะตับแข็ง เป็นต้น


นพ.รุจาพงศ์ สุขบท กับกมลรัตน์ ชัยวัฒนไชย คนไข้ ที่รับการปลูกถ่ายตับและไต พร้อมกันรายแรก.

นอกจากนี้ ในงานยังได้เชิญผู้ปลูกถ่ายตับและไต พร้อมกันรายแรกของเมืองไทย คือ คุณกมลรัตน์ ชัยวัฒนไชย มาถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้เผชิญกับโรคร้ายด้วย โดยคุณกมลรัตน์ บอกว่า เธอเป็นคนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและอายุยังไม่มาก ไม่คิดว่าจะเป็นโรคไต จนวันหนึ่งไปวัดความดัน

เห็นว่าสูงผิดปกติ จึงได้รับคำแนะนำให้ไปพบแพทย์ เฉพาะทาง แพทย์ได้วินิจฉัยว่าเป็นโรคไตระยะสุดท้าย ต้องฟอกเลือด คิดว่าไม่รอดแน่ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ล้างไตเป็นประจำ เข้าออกโรงพยาบาลทุกสัปดาห์ สุขภาพกายและใจย่ำแย่ อดทนจนโอกาสมาถึง มีผู้มาบริจาคไต

แต่มรสุมชีวิตยังไม่หมด โชคร้ายซ้ำซ้อนเพราะไตที่ได้รับมีเชื้อไวรัส เนื่องจากในช่วงนั้นไม่มีการตรวจคัดกรอง ส่งผลให้เชื้อลุกลามไปยังตับ ด้วยร่างกายตอนนั้นแย่มาก คิดว่าไม่รอดแน่ แต่ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สุดท้ายได้รับคำแนะนำจากแพทย์โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ให้เปลี่ยนตับและไตไปพร้อมกัน ตอนนั้นคาดหวังแค่ยื้อชีวิตให้รอดก็โอเคแล้ว แต่ผลตอบรับดีเกินคาด หลังผ่าตัดร่างกายขับของเสียได้ รวมทั้งสามารถพูดเสียงดังขึ้น ทุก
วันนี้ดำเนินชีวิตได้เหมือนปกติ เหมือนได้รับของขวัญ เป็นชีวิตใหม่เลยทีเดียว.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement