'แคลช' ยุบวงเหตุฝันแตกต่างแต่ไม่เคยแตกแยก - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

'แคลช' ยุบวงเหตุฝันแตกต่างแต่ไม่เคยแตกแยก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 ก.ค. 2553 16:19
9,092 ครั้ง


วงดนตรีขวัญใจวัยโจ๋ "แคลช" ยุบวงเหตุทัศนคติเรื่องการทำเพลงที่ต่า่งกัน-ขอย้ายตัวเองทำงานเบื้องหลัง รับเสียใจแต่ขอเลือกทำตามฝัน ด้านแบงค์รับค่ายเพลงอเมริกาชวนโกอินเตอร์-รับเล่นละครเวทีเพราะท้าทาย...

เหลือเพียงแค่ตำนานในวงการเพลงไทยอีกวงไปเรียบร้อยสำหรับวงดนตรีขวัญใจวัยโจ๋สังกัดจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ แคลช (Clash) หลังจากสมาชิกในวงทั้ง 5 หนุ่ม แบงค์-ปรีติ บารมีอนันต์ (ร้องนำ), พล-คชภัค ผลธนโชติ (กีตาร์), แฮ็ค-ฐาปนา ณ บางช้าง (กีตาร์), สุ่ม-สุกฤษณ์ ศรีเปารยะ (เบส) และ ยักษ์-อนันต์ ดาบเพ็ชรธิกรณ์ (กลอง) ที่รวมตัวกันเล่นดนตรีประกวดในรายการ Hot Wave Music Awards มาตั้งแต่สมัยเรียนที่ รร.ราชวินิตบางแก้ว ตัดสินใจยุบวงหลังจากทำอัลบั้มในนามวงแคลชมากว่า 7 อัลบั้ม เดินบนถนนสายดนตรีมากว่า 9 ปี โดยอัลบั้มล่าสุด (และสุดท้าย) ของพวกเขาคืออัลบั้ม "Nine Miss U2" ซึ่งทั้ง 5 หนุ่มประกาศการยุบวงให้แฟนๆได้ทราบระหว่างถ่ายทำมิวสิกวิดีโอเพลง "เพลงสุดท้าย" เชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจแบบนั้น ทั้ง 4 หนุ่ม แบงค์-พล-สุ่ม-ยักษ์ ยกเว้นหนุ่ม แฮ็ค ที่มาไม่ได้เพราะไม่สบาย จึงขอเปิดใจตอบทุกข้อสงสัยในงานแถลงข่าวยุบวงที่อาคารจีเอ็มเอ็มแกรมมี่แบบหมดเปลือก

 

มีข่าวว่าแคลชจะยุบวง อยากบอกอะไรบ้าง?

พล : ผมคิดว่าวันนี้พวกพี่ๆคงได้ข่าวว่าพวกผมกำลังจะยุบวง ซึ่งขอบอกว่าเป็นเรื่องจริง เราไม่ได้ทะเลาะกันแล้วมาเลิกเล่น คือจะเรียกว่าอิ่มตัวก็คงไม่ใช่ แต่ว่าเราอยากมีความฝันต่อที่อยากจะเดินต่อไป แล้วเราคิดว่าต้องหยุดไว้เท่านี้ แล้วแยกย้ายเดินตามหาความฝันที่เราวางไว้ในอนาคต เรื่องที่จะหยุดวงเราคุยกันมาแล้วประมาณ 2-3 ปี จริงๆเราจะหยุดตั้งแต่อัลบั้มที่แล้ว แต่ผู้ใหญ่ก็เรียกไปคุยว่าทำไมถึงใจร้ายอย่างนี้ เราก็เลยคิดว่าควรจะทำอีกอัลบั้มนึงแล้วก็บอกทุกคนตรงๆว่าเรากำลังจะเลิก แต่ว่าเราเลิกไปเพื่อทำอะไร ทุกคนจะได้เข้าใจ

จะไปทำอะไรกันบ้าง?

สุ่ม : จริงๆตอนนี้พวกเรามีงานเบื้องหลัง เช่น โปรดิวเซอร์ อย่างที่ผ่านมาพี่พลทำงานกับน้องตีน่า (พิมพ์นารา ไรท์) ตอนนี้ก็มีที่เริ่มทำอีกคนนึงครับ
พล : ใช่ครับ แล้วก็เริ่มจะมีมาเรื่อยๆ ซึ่งผมมองว่าตอนนี้พวกเราย้ายตัวเองจากเบื้องหน้าไปเบื้องหลัง แล้วทำเป็นทีมโปรดักชั่นนึงที่สามารถสร้างศิลปินได้

 

หลายคนมองว่าสาเหตุอาจมาจากการที่วงไปด้วยกันไม่ได้ หรือแตกแยกขัดแย้งกัน?

แบงค์ : จริงๆเราอยู่กันมา 15 ปีครับ ทะเลาะกันพรุ่งนี้เช้าก็หาย คือเราเป็นเด็กมัธยมเตะบอลตัวดำๆ กินมาม่าหม้อเดียวกัน มันคงตัดไม่ได้ เรื่องเงินเรื่องผู้หญิงตัดไปเลย คือด้วยทัศนคติทางการฟังเพลงมันเริ่มแตกต่าง แล้วภาระหน้าที่แต่ละคนมันก็ทำให้ค่อยๆห่างออก ถึงวงแคลชจะไม่มีแล้วแต่เราก็ยังทำงานเพลงต่อไป ผมก็เป็นคนเขียนเนื้อเพลง เมโลดี้ ก็ช่วยกันไป ก็คอยดูในอัลบั้มสุดท้าย เพลงที่ 1-5 จะเป็นของแคลช อีก 5 เพลงจะเป็นเพลงโซโล่ของแต่ละคนว่าแต่ละคนฟังเพลงแนวไหนอยู่ ก็ทำแนวนั้น อนาคตจะเป็นยังไงก็คงคล้ายๆกับเพลง 5 เพลงหลังของแต่ละคน

ที่มีข่าวว่าแบงค์จะโกอินเตอร์ทำงานเพลงต่างประเทศล่ะ?

แบงค์ : ยังตอบตรงนี้ชัดเจนไม่ได้เพราะอยู่ในช่วงการพูดคุยครับ พูดไปเดี๋ยวไม่ตรงกันเดี๋ยวโดนวิพากษ์วิจารณ์อีก ที่ติดต่อมาคือที่อเมริกาครับ

 

แล้วเรื่องสัญญาของทั้งวงล่ะ เป็นสัญญาใจหรือเอกสาร?

แบงค์ : เป็นเอกสารอยู่ครับ ก็เหลือสัญญาประมาณปีครึ่งหรือ 2 ปี
พล : แต่ที่เราเลิกเราไม่ได้ฉีกสัญญา คือเราไม่ทำอัลบั้มแคลชแล้วแต่ทุกคนย้ายตัวเองไปทำงานเบื้องหลัง สร้างงานใหม่ๆ สร้างสิ่งใหม่ๆให้กับวงการเพลงครับ
แบงค์ : เรื่องการต่อสัญญาคือเราเกิดที่นี่ เราก็ต้องอยู่ที่นี่ ไม่ว่าใครจะออกโปรเจ็กต์อะไรต้องออกที่นี่ เรานึกภาพตอนอยู่ที่อื่นไม่ออก

ถ้าบริษัทที่โน่นตกลงปลงใจให้เราไปจริงๆ หลังจาก 2 ปีแบงค์จะเซ็นกับเขามั้ย?

แบงค์ : คือตอนนี้อยู่ในช่วงคุยน่ะครับ ยังตอบไม่ได้ แต่ไม่ใช่บริษัทที่พาเรนไปอเมริกาครับ

 

เสียใจมั้ยที่จะไม่มีแคลชแล้ว?

แบงค์ : เสียใจครับ แต่มันเป็นเรื่องที่เราคุยกันมา 3 ปีแล้ว เราไม่ได้ทะเลาะกันเมื่อวานนี้แล้วมาแถลงข่าว อันนั้นอาจจะเสียใจ แต่นี่คือเป็นเรื่องที่ตกลงวางแผนกันมาว่าในช่วงเวลาไหนที่เราแยกย้ายกันทำตามความฝันตัวเองจริงๆ แต่มันเป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกสำหรับการบอกแฟนคลับแต่ละคน เพราะบางคนรับไม่ได้เลย  บางคนบอกว่าเพิ่งตามพี่มาสองปีเองแล้วพี่ไป ทำไมพี่ทำร้ายหนูแบบนี้ บางคนเข้าใจก็ขอบคุณ บางคนด่าก็มี เขาเสียใจจนโมโหว่าทำไมไม่เห็นใจเขาบ้าง

อนาคตจะมีโอกาสเห็นทั้งวงมาทำอัลบั้มพิเศษร่วมกันมั้ย?

แบงค์ : มันเป็นไปได้ทั้งหมดแหละครับ อาจจะไม่รวมเลยก็ได้ หรืออาจจะกลับมารวมกันอีก เราตอบไม่ได้ตรงนี้ แล้วแต่หน้าที่ของแต่ละคนที่ไม่เหมือนกัน

 

แคลชจะมีคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของวงเมื่อไหร่?

แบงค์ : 30 ต.ค. ที่ยามาฮ่าสเตเดี้ยมครับ หลังจากนั้นจะมีโชว์ต่างๆตามมาอีก 50 โชว์ทั่วประเทศครับ ถามว่ามีอะไรพิเศษมั้ยคงเป็นคอนเสิร์ตที่ไม่มีรูปแบบมากมาย ก็ตั้งใจเล่นเพลงให้เยอะที่สุด เล่นให้ดีที่สุดมากกว่า  ตอนนี้เพิ่งเริ่มซ้อม 5-6 เพลงเอง เพราะ 5 เดือนที่ผ่านมาไม่มีคอนเสิร์ตเลย
พล : จริงๆตอนนี้มีเอ็มวีแค่ตัวที่ 2 เรายังมีงานที่ผมคิดว่าหลายๆคนอาจจะตกใจ เพราะขนาดพวกเราคุยกันเองยังสนุกมากกับงานที่จะเกิดขึ้น ยังไงก็รอดู สนุกแน่นอน

 

ทำไมถึงเลือกที่จะบอกแฟนคลับที่มาดูการถ่ายทำเอ็มวีเป็นกลุ่มแรก?

แบงค์ : เราไม่รู้ว่าเขาโชคดีหรือโชคร้ายที่ได้รู้ก่อน แต่เราอยากแสดงความจริงใจ เราไม่อยากมีแผนการมากนักที่จะมาบอก วันนั้นเราอยากบอกก็บอกครับ
ยักษ์ : อยากบอกว่าขอโทษที่เราตัดสินใจกันไปแบบนี้ เราใช้เวลาในการเดินเส้นทางนี้มา 9 ปี มันถึงจุดที่เราอยากไปตามความฝันของเราบ้าง ขอบคุณน้องหลายๆคนที่เข้าใจ แต่เราไม่ได้ไปไหน เราก็ยังทำงานให้ทุกคนเห็นอยู่ตลอดเวลา

 

วันนั้นที่เห็นแฟนคลับร้องไห้รู้สึกยังไงบ้าง?

แบงค์ : วันนั้นเรายืนอยู่ตรงที่นั่งร้านแล้วขึ้นไปพูด มันเป็นช่วงที่เราลำบากใจ เจอคนในคอนเสิร์ตยังไม่ตื่นเต้นเท่านี้ มันสั่นไปหมด ผมบอกพี่พลว่าวันนี้พี่พูดแล้วกัน ผมไม่กล้าพูด
สุ่ม : คือมันเป็นอารมณ์ที่ยากกว่าการที่เราเล่นดนตรีซ้อมคอนเสิร์ตหลายเท่าครับ เราเห็นแฟนเพลงร้องไห้เราก็เศร้า ตรงนั้นเราก็คิดว่ามันจะดีหรือเปล่า แต่ที่สุดแล้วมันเป็นสิ่งที่พวกเราตัดสินใจแล้ว เราไม่รู้ว่าต่อไปจะดีหรือร้าย แต่เอาแค่พวกเรา 5 คนคิดเหมือนกัน พร้อมลุยก็ลุย หยุดก็คือหยุด

เสียดายมั้ยที่เป็นแบบนี้?

แบงค์ : ก็คงจะเสียดายแหละ แต่ว่าโลกมันหมุนไป เวลามันก็เปลี่ยน ฉะนั้นทัศนคติบางอย่างมันก็เปลี่ยน เราก็ไปทำในสิ่งที่ตรงกับทัศนคติแต่ละคนดีกว่า จริงๆเราก็อยากจะเป็นวงนึงที่อายุ 40 กว่ากลับมาแล้วทุกคนยังสนใจอยู่ แต่มันช่วยไม่ได้จริงๆที่แต่ละคนฟังเพลงไม่เหมือนกันเท่าไหร่ คือมันค่อยๆเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มันเปลี่ยนไปเอง โตขึ้นด้วย อย่างเมื่อก่อนเราฟังเพลงเยอะ แต่ตอนนี้เราอาจจะตัดบางอย่างทิ้งไปบ้าง เหลือแค่สิ่งที่เราชอบอย่างเดียว แล้วเราก็อยากเป็นอย่างนั้นอย่างเดียวที่อยากจะเป็น

 

แบงค์จะมีละครเวทีเรื่องหงส์เหนือมังกรด้วย เล่าให้ฟังหน่อย?

แบงค์ : ก็เป็นมิวสิคัลครับ เพิ่งทราบเมื่ออาทิตย์ที่แล้วว่าจะเล่นเป็นจางเห่าแค่นั้นเอง ต้องเปลี่ยนวิธีการร้องหมด ตอนนี้ปรับตัวอยู่ ถามว่าทำไมถึงตัดสินใจเล่น คือจริงๆเป็นคนไม่เข้าใจละครเวที เมื่อ 2-3 ปีก่อนยังไม่เข้าใจว่าเขาดูอะไรกันเหรอ มาร้องเพลงแล้วเล่นละครให้ด้วยมันจะสนุกเหรอ แต่มีอยู่วันนึงคุณย่าอยากดูนางนาค เราก็พาไปดู แล้วก็เฮ้ย นี่มันรวมทุกศาสตร์นี่ คนไปเล่นได้ต้องเก่ง เราก็รู้สึกว่าท้าทาย หนักใจมั้ยคือร้องไม่หนักใจ แต่กลัวว่าทำได้ไม่เต็มที่อย่างที่ใจอยากให้เป็น แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับการแยกวง อาชีพหลักคือการร้องเพลงครับ.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement