วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุยๆ ปฏิบัติการพิฆาตสมรภูมิเดือด

สะสมประสบการณ์มาหลายปี “มาร์ค วอห์ลเบิร์ก” พร้อมแล้วที่จะนั่งแท่น อำนวยการสร้าง  และร่วมเล่นเองเลยในบทสุดหฤโหด “มาร์คัส ลัทเทรล”


มาร์ค วอห์ลเบิร์ก (The Fighter, Contraband) นำทีมนักแสดง สวมบทบาท มาร์คัส ลัทเทรล นายทหารเจ้าของหนังสือ “Lone Survivor” กลายเป็นสิ่งสร้างแรงจูงใจอย่างมากมาย Lone Survivor ปฏิบัติการพิฆาตสมรภูมิเดือด สร้างจากหนังสือเบสต์เซลเลอร์ของนิวยอร์กไทม์

เรื่องราวที่เหลือเชื่อของสมาชิกสี่คนของหน่วยนาวีซีล ที่ออกปฏิบัติภารกิจในการเด็ดชีพแกนนำระดับสูงของอัลเควดา แต่แล้วพวกเขาก็ถูกซุ่มโจมตีจากศัตรูในเขตภูเขาของอัฟกานิสถาน เมื่อเผชิญหน้ากับการตัดสินทางทางศีลธรรมที่น่าหนักใจ คนกลุ่มนี้ถูกตัดขาดจากความช่วยเหลือและถูกล้อมไปด้วยกองกำลังตาลีบันที่พร้อมจะทำสงคราม ในตอนที่พวกเขาเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่ถาโถมเข้ามา ทั้งสี่ก็ค้นพบความเข้มแข็งและความกล้าหาญในตัวเองที่จะยืนหยัดต่อสู้จนถึงที่สุด

เมื่อผู้กำกับ ปีเตอร์ เบิร์ก ได้บทภาพยนตร์ เขาส่งมันไปให้กับ วอห์ลเบิร์ก ซึ่งไม่ได้อ่านหนังสือของลัทเทรลล่วงหน้าเลย  “ปัญหาในการดัดแปลงเรื่องราวแบบนั้น คือคุณจะรู้สึกเสมอว่ามีบางสิ่งขาดหายไป ผมอยากจะอ่านมันจากมุมมองนี้มากกว่าครับ”  หลังจากอ่านจบ วอห์ลเบิร์ก ก็อยากจะทำหนังเรื่องนี้ให้ได้

วอห์ลเบิร์ก เล่าถึงบทบาทที่ได้รับว่า "มาร์คัส ลัทเทรล : จ่าเอก มาร์คัส ลัทเทรล  เขาคือแพทย์ทหารประจำปฏิบัติการ ปีกแดง และเป็นสมาชิกซีลหน่วย 10 แห่งแบแกรม แอร์ฟิลด์ในอัฟกานิสถาน ภารกิจของทีม ภายใต้คำสั่งของร้อยโทเมอร์ฟีย์ คือการสืบเรื่องนราวของชาห์ และในฐานะหนึ่งในนักแม่นปืน เขามีบทบาทสำคัญในการยับยั้งการรุกคืบของศัตรู การปฏิบัติหน้าที่ของเขาทำให้เขาได้รับเหรียญตรา นาวี ครอส นั่นคือบทที่ผมจะได้รับ ผมประทับใจกับบทภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมก็เลยรู้สึกเหมือนเรามาถูกทางแล้ว ผมชื่นชอบสมดุลระหว่างดราม่า แอ๊กชั่น อารมณ์ขันและอารมณ์ของเรื่องครับ ในหนังช่วงแรกคุณจะได้พบกับพวกเขา ได้เห็นว่าพวกเขารักกันและกันมากแค่ไหนและได้เห็นสิ่งที่พวกเขาทำที่นั่น แล้วในตอนที่ปฏิบัติการปีกแดงเริ่มต้นขึ้น คุณจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากความขี้เล่นไปเป็นความจริงจังครับ  

"ผมว่าความไม่เห็นแก่ตัวของทั้งหน่วยซีลและชาวอัฟกันสั่นคลอนจิตใจเขาอย่างรุนแรง ในช่วงต่อมา  และสิ่งที่ทำให้เรื่องราวนี้พิเศษสุดคือสายสัมพันธ์และความเป็นพี่น้องของคนกลุ่มนี้ รวมถึงสถานะของพวกเราในโลกปัจจุบันนี้ด้วย วีรกรรมและเพื่อนร่วมหมู่บ้านของเขาทำให้ผมประทับใจมากที่สุด ผมพบว่ามันสร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก และมันก็ทำให้ผมมีความหวังกับโลกใบนี้ครับ แต่ในขณะเดียวกันผมรู้สึกกดดันเสมอ ในตอนที่รับบทคนที่มีชีวิตอยู่จริง ไม่ว่าเขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม ผมอยากจะทำให้มั่นใจว่าผมทำให้พวกเขาและสมาชิกครอบครัวของพวกเขาภูมิใจ

"ผมชอบคุยกับมาร์คัสเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับหนุ่มๆ พวกนี้  เพราะมันทำให้เขารู้สึกดีเสมอที่ได้คุยว่าเขารักพวกเขามากแค่ไหน ว่าพวกเขารักเขามากแค่ไหน และพวกเขาสนิทกันมากแค่ไหนครับ นี่เป็นประสบการณ์การทำงานที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยผ่านมา ภายใต้สถานการณ์ที่โหดที่สุด ผมจำได้ว่าในช่วงเริ่มต้นของการเป็นนักแสดง วันหนึ่งๆ คุณจะต้องทำงานนานและหนัก แต่คุณจะได้ทำในสิ่งที่คุณรู้สึกว่าพิเศษสุด ระหว่างทางกลับบ้านคุณจะหยุดคิดถึงเรื่องนั้นไม่ได้เลย  ผมมีความรู้สึกแบบนั้นทุกวันระหว่างการทำงานในหนังเรื่องนี้ครับ".