advertisement

มาดูกับมาดาม: ใครว่าการ์ตูนไม่มีสาระ

โดย มาดามอองทัวร์ 31 ต.ค. 2556 09:50

คุณผู้อ่านชอบดูการ์ตูนไหมคะ? มาดามชอบมากเลยค่ะ รองๆ มาจากหนังและละครทีเดียว สมัยเด็กๆ ก็ดูเรื่องบังคับที่เชื่อว่าคุณๆ หลายท่านต้องเคยดู เช่น ซินเดอเรลล่า ปีเตอร์แพน เจ้าหญิงนิทรา สโนไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด อาละดิน อลิซในดินแดนมหัศจรรย์ มิกกี้เม้าส์ โดราเอมอน อิคคิวซัง เซเลอร์มูน ดราก้อนบอล และอีกหลายเรื่องมากมาย แล้วรู้ความลับไหมคะว่าอะไรทำให้การ์ตูนพวกนี้ครองใจเด็กๆ หรือผู้ชมทั่วโลก?

ตอบง่ายๆ เลยคงเป็นเรื่องของสีสันสวยงามและความน่ารักของตัวการ์ตูน แต่ที่แฝงไว้อย่างแนบเนียนและเหมือนเป็นกลไกพิเศษทำให้เด็กๆ ตามติดจอคงเป็นแง่คิดหรือบทเรียนจากเรื่อง เพราะสีสันสวยงามและการร้อยเรื่องที่ชวนติดตามทำให้คนดูพลอยคิดตามไปด้วย จะคิดหรือไม่เราไม่รู้ แต่ว่าต้องผ่านหูหรือผ่านตาบ้างแหละ วันนี้ฤกษ์งามยามดี มาดามบังเอิญไปเห็นบทความที่พูดถึงการ์ตูนว่าเป็นแหล่งขัดเกลาเด็กและเยาวชน (อาจจะรวมถึงผู้ใหญ่ด้วยในบางกรณี) ชั้นดี ทำให้ได้คิดและเป็นที่มาของเรื่องที่จะนำเสนอวันนี้ค่ะ

ความจริงแล้วเรื่องแบบนี้ไม่ใช่หัวเรื่องแปลกใหม่หรอกค่ะ เพราะจริงๆ มีการศึกษาและพูดถึงกันมานานในวงกว้างว่าการ์ตูนมีสาระแฝงอยู่ไม่น้อย เหมือนๆ กับแนวคิดว่าละครน้ำเน่าจะให้แง่คิดดีๆ บางอย่าง เพียงแต่แอนิเมชั่นหรือการ์ตูนของต่างประเทศ (ที่ยกมาจะมีแต่ของค่าย Pixar โปรดักชั่นเฮาส์ชื่อดังในเครือของดิสนีย์ แถมส่วนใหญ่ยังเป็นเจ้าของรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยมอีกต่างหาก) เหล่านี้แฝงแง่คิดได้เนียนมากค่ะ ที่สำคัญเป็นแนวคิดกระแสหลักที่คนทั่วไปเข้าถึงง่าย เพียงแต่อาจมองข้ามหรือลืมมันไปเท่านั้น

“You and I are a team. There is nothing more important than our friendship.”
“นายกับฉันเป็นทีมเดียวกัน ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความเป็นเพื่อนของเราหรอก”
Mike Wazowski, Monster Inc. (2001)


เริ่มกันที่เรื่องแรก “Monters Inc.” (2001) ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยม ผลงานกำกับและเขียนบทโดย Pete Doctor เรื่องราวของสองเพื่อนซี้ปิศาจร้าย (Mike Wazowski และ Sulley) ที่ทำงานในโรงงานผลิตพลังงานจากการสร้างความหวาดกลัวหรือฝันร้ายให้แก่เด็กๆ วรรคทองหรือ Quote ที่ได้มาจากเรื่องนี้คือเรื่องความสำคัญของมิตรภาพระหว่างเพื่อนรัก ต่อให้มีเรื่องวุ่นวายแค่ไหน แต่เพื่อนย่อมไม่ทิ้งกันอยู่แล้ว...ไม่งั้นเราจะมีเพื่อนไปทำไม จริงไหมคะ?


“Our fate lies within us. You only have to be brave enough to see it.”
“โชคชะตาอยู่กับเรานี่แหละ คุณแค่ต้องกล้ามากพอจะเห็นมันหรือเปล่า”
Princess Merida, Brave (2012)



เรื่องที่สอง ได้แก่ “Brave” (2012) ภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมที่คว้ารางวัลยอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน ผลงานกำกับของ Mark Andrews และเขียนบทโดย Brenda Chapman เรื่องนี้สนุกมากค่ะ เนื้อหาแม้จะเป็นเรื่องย้อนยุคแต่มีแง่คิดเหน็บกัดวิถีชีวิตและแนวคิดของคนสมัยใหม่ไม่น้อยเลยทีเดียว เจ้าหญิงแมริดาเป็นคนเอาแต่ใจค่ะ เธอมักจะก้าวร้าวและอยากลิขิตชีวิตของตัวเอง แต่ความเชื่อมั่นก็ทำให้เธอก้าวพลาดและทำเรื่องเลวร้ายขึ้นมา สุดท้ายเธอก็ได้ข้อคิดดีๆ ค่ะ ว่าบางครั้งโชคชะตาของเรามันถูกกำหนดไว้แล้ว (ด้วยการเลือกก่อนหน้าของเรา) เพียงแต่เรากล้าพอจะยอมรับหรือเผชิญหน้ากับมันหรือเปล่าเท่านั้น

“Adventure is out there.”
“การผจญภัยที่แท้จริงน่ะอยู่ข้างนอก”
Ellie, Up (2009)



เรื่องต่อมาเป็นเรื่องโปรดของมาดามเลยค่ะ ดูกี่ทีก็ต้องยิ้มกว้างไปถึงหูทุกครั้ง “Up” (2009) เป็นผลงานเขียนบทและกำกับของ Pete Doctor (คนเดียวกับ Monster Inc. แหละค่ะ แถมได้รางวัลมาเหมือนเดิมด้วย) เรื่องราวของตาแก่หัวดื้อที่ยึดติดกับเรื่องราวในอดีตจนไม่ยอมมองปัจจุบัน คำพูดของภรรยาสุดที่รักที่เคยพูดว่า “การผจญภัยที่แท้จริงน่ะอยู่ข้างนอก” ไม่ได้ทำให้เขาได้คิดจนกระทั่งต้องตกกระไดพลอยโจนออกไปผจญภัยในแดนสนธยากับลูกเสือชาวบ้านตัวน้อย ในที่สุดเขาก็รู้ว่าความสุขที่แท้จริงคือการได้รับความรักและการยอมรับจาก บุคคลอันเป็นที่รัก ไม่ใช่จมจ่อมกับตัวเองและอดีตที่ผ่านมาแล้ว

“I never look back, darling. It distract from the now.”
“ฉันไม่เคยมองไปข้างหลังเลยที่รัก มันทำให้ฉันเขวจากปัจจุบัน”
Edna E Mode, The Incredibles (2004)



เรื่องต่อมาเป็นเรื่องที่ได้รับเสียงฮือฮาเป็นพิเศษตอนเข้าฉาย จำได้ว่าเป็นแอนิเมชั่นจิกกัดที่ทำให้การ์ตูนไม่ใช่ของสำหรับเด็กอีกต่อไป “The Incredibles” (2004) เป็นผลงานกำกับและเขียนบทของ Brad Bird อารมณ์ขันแบบร้ายกาจทำให้เรื่องของครอบครัวซุปเปอร์ฮีโร่ตัวแสบมีสีสันขึ้นเยอะเลยค่ะ เนื้อเรื่องเป็นการเสียดสีขนบความเป็นฮีโร่หรือความคาดหวังของคนทั่วไปค่ะ แต่ก็หนีไม่พ้นแง่คิดดีๆ ที่แอบเก็บมาได้จากเรื่องนี้ ที่ว่าอดีตเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว ปัจจุบันต่างหากเป็นเรื่องที่ต้องสนใจและให้ความสำคัญ

“When life gets you down, do you wanna know what you’ve gotta do? Just keep swimming.”
“ตอนที่ชีวิตมันตกต่ำ เธอรู้ไหมว่าต้องทำยังไง? ก็แค่ว่ายน้ำไปเรื่อยๆ”
Dory, Finding Nemo (2003)



เรื่องต่อมาเราลงทะเลกันบ้างดีกว่า แอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมที่กลายมาเป็นเครื่องเล่นอันล่าสุดในดิสนีย์แลนด์ “Finding Nemo” (2003) ผลงานกำกับของ Andrew Stanton ใครจะคิดว่าเรื่องราวการตามหาลูกปลาการ์ตูนที่ถูกจับตัวไปจะกลายเป็นการผจญภัยที่น่าจดจำของเด็กๆ ทั่วโลก (รวมทั้งมาดามด้วย) ข้อคิดดีๆ มาจากปลาเทวดาเพศเมียชื่อว่า “ดอรี่” (ให้เสียงโดยนักแสดงสาวชื่อดัง แซนดร้า บูลล็อก) เธอไม่ค่อยเต็มเท่าไหร่แต่ก็มองโลกในแง่ดีจนน่าประทับใจค่ะ ถูกต้องที่สุดเมื่อเธอบอกว่าชีวิตตกต่ำมันก็เป็นแค่จังหวะหนึ่งของชีวิต เราจะทำอะไรได้นอกจากว่ายผ่านมันไปเท่านั้น...ชีวิตคงไม่ชั่วเจ็ดที ดีเจ็ดหนหรอกน่า!

“The only thing predictable about life is its unpredictability.”
“สิ่งเดียวในชีวิตที่ทำนายได้ก็คือความไม่แน่นอน”
Remy, Ratatouille (2008)


ส่วนเรื่องสุดท้ายก็ฮือฮาค่ะ “Ratatouille” (2008) ผลงานกำกับของ Brad Bird (เรื่องเดียวกับ The Incredibles) แอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมเกี่ยวกับหนูตัวเล็กๆ ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นเชฟมืออาชีพในร้านอาหารชื่อดังในปารีส กระแสตอบรับดีมากๆ สำหรับเรื่องนี้ เพราะคุณภาพโปรดักชั่นและเนื้อหาที่โดนใจใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเรื่องของแรงบันดาลใจเกี่ยวกับอาชีพในฝัน ส่วนวรรคทองน่าจดจำที่มาดามยกมาเป็นเรื่องของสัจธรรมชีวิตค่ะ...ง่ายๆ แต่หลายคนจำไม่ค่อยได้ “ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน” ยังไงล่ะคะ

แน่นอนว่ายังมีคำพูดดีๆ จากเรื่องอื่นๆ (และค่ายอื่นๆ) อีกมากมาย แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็พิสูจน์ได้อย่างหนึ่งว่าการ์ตูนไม่ได้ไร้สาระอย่างที่หลายคนเข้าใจ แถมสาระที่ว่ายังน่าคิดและเป็นเรื่องง่ายๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม ทั้งที่มันเป็นความจริงที่ใครๆ ต้องเจอทั้งนั้น สุดสัปดาห์นี้ถ้าใครไม่มีอะไรทำ ลองหยิบมาดูสักเรื่องสิคะ รับรองว่าต้องได้อะไรดีๆ กลับไปนอนคิดแน่ๆ

จนกว่าจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

โหวตข่าวนี้