advertisement

ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ 80 ปี สุเทพ วงศ์กำแหง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ต.ค. 2556 17:43

คอนเสิร์ตของศิลปินแห่งชาติเจ้าของตำนาน “นักร้องเสียงขยี้แพรในฟองเบียร์” ก็การันตีได้ถึงความประทับใจของแฟนเพลงอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อ “สุเทพ วงศ์กำแหง” และสมาคมนักร้องแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ บริษัท พล นิกร กิมหงวน จำกัด จัดคอนเสิร์ตครั้งสำคัญแห่งปี “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ 80 สุเทพ วงศ์กำแหง” ที่เนรมิตคอนเสิร์ตระดับตำนาน มอบความประทับใจแก่ผู้ชมทั้งจากน้ำเสียงทรงพลัง ทรงเสน่ห์ของขุนพลเพลง พร้อมนำเสนอรูปแบบการดำเนินเรื่องราวการแสดง การอำนวยเพลงที่ไม่ซ้ำใคร เพื่อมอบความเพลิดเพลินอิ่มเอม และความประทับใจตลอดระยะเวลาคอนเสิร์ตกว่า 2 ชั่วโมง ที่บีซีซี ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว

เหล่าคอเพลงลูกกรุงและแฟนเพลง “สุเทพ วงศ์กำแหง” พร้อมใจมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในช่วงเวลาแห่งความประทับใจนี้ ไม่เว้นแม้แต่คนดังเซเลบริตี้จากหลากหลายวงการ ที่จูงมือกันมาชมคอนเสิร์ตครั้งนี้เช่นกัน งานนี้ บูรพา อารัมภีร และนพรุจ กีรติกุลอเนก ผู้บริหาร บริษัท พล นิกร กิมหงวน จำกัด ในนามผู้จัดงานที่มุ่งเรียกกระแสความสนใจเพลงลูกกรุงและกิจกรรมบันเทิงในอดีตให้กลับมาผงาดอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้พวกเขาทุ่มเทพลังเนรมิตคอนเสิร์ต “ตามรอยแพร บนฟองเบียร์ สู่ปีที่ 80 สุเทพ วงศ์กำแหง” ให้เป็นคอนเสิร์ตระดับตำนาน เพื่อให้ผู้ชมได้ซาบซึ้งอิ่มเอมไปกับบทเพลงกว่า 40 บทเพลง พร้อมถ่ายทอดและเรียงร้อยเรื่องราวชีวประวัติของ “สุเทพ วงศ์กำแหง” ผ่านเพลงยอดนิยมและภาพประวัติศาสตร์ในแต่ละช่วงชีวิตที่แฟนเพลงอาจไม่เคยเห็นมาก่อน

ทั้งยังนำเทคนิคคอมพิวเตอร์ กราฟฟิก มาสร้างสีสันให้รูปแบบการแสดงน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.ญาดา อรุณเวช อารัมภีร และ บูรพา อารัมภีร ร่วมเรียงร้อยเรื่องราว ในการถ่ายทอดครั้งนี้ ส่วนผู้สร้างสรรค์งานดนตรีและอำนวยเพลง คือ อรรถพร กำภู ณ อยุธยา หนึ่งในสมาชิกวงดนตรี พิ้งแพนเตอร์ และโปรดิวเซอร์มากฝีมือที่ผูกพันกับเพลงลูกกรุงและอยู่เบื้องหลังศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมาย โดยมีนักดนตรีรุ่นใหม่ในนาม “วงดนตรีมิตรต่างวัย” ที่ก่อตั้งโดย บริษัท พล นิกร กิมหงวน พร้อมเครื่องดนตรีกว่า 30 ชิ้น ร่วมสร้างสรรค์ดนตรีในคอนเสิร์ตครั้งนี้ ซึ่งทุกๆ บทเพลงจะได้รับการเรียบเรียงท่วงทำนองใหม่ให้ละมุนละไม แต่ยังไม่ทิ้งโครงของท่วงทำนองเพลงเดิมพร้อมเพิ่มกลิ่นอายของความทันสมัยเข้าไปอย่างกลมกลืน”

ความประทับใจในคอนเสิร์ต เริ่มต้นตั้งแต่วินาทีแรกของการแสดง ที่เปิดฉากด้วย “เมดเล่ย์เพลงยอดนิยม” ไม่ว่าจะเป็นเพลง “ฉันยังอยู่”  “โลกกับความรัก” , “ม่านประเพณี” , “ฉันยังเฝ้าคอย” และ “ในโลกแห่งความฝัน” ที่ถ่ายทอดผ่านกลุ่ม  “สุเทพ จูเนียร์” เรียกบรรยากาศที่ทุกคนเฝ้าคอยกลับมาอีกครั้ง จากนั้นวินาทีที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ด้วยการถ่ายทอดเรื่องราวชีวิต “สุเทพ วงศ์กำแหง” เริ่มเข้าสู่ชีวิตในช่วงชีวิตนักร้องกับบทเพลงแรกสู่สาธารณชน กับบทเพลง “แทบตักเทวี” ซึ่งคุณสุเทพได้เคยฝากผลงานเพลงประกอบละครวิทยุจากการชักนำของ “ครูไศล ไกรเลิศ” และในการร้องเพลงนี้ “สุเทพ วงศ์กำแหง” ยังได้เซอร์ไพรส์สุดพิเศษจาก “พัฒนา นายเรือ” พระเอกละครวิทยุที่มาร่วมแสดงความยินดีในวันนี้ด้วย ซึ่งจากบทเพลงแรกสู่สาธารณชนนี่เอง “สุเทพ วงศ์กำแหง” ได้รับโอกาสจาก “ครูสง่า อารัมภี” มอบโอกาสสำคัญให้บันทึกเสียงเพลง “รักลอยลม” ซึ่งเป็นบทเพลงที่โด่งดังมากในยุคนั้น และในวันนี้ “สุเทพ วงศ์กำแหง” ได้ร้องบทเพลงนี้ให้แฟนเพลงฟังอีกครั้ง ต่อด้วยอีกบทเพลงยอดนิยมอย่างเพลง “ไม่มีวัน” ที่แฟนเพลงยังคงคิดถึงบทเพลงไพเราะนี้ไม่เสื่อมคลาย

จากนั้นแฟนเพลงก็ปรบมือลั่นฮอลล์ต้อนรับแขกรับเชิญพิเศษ “โฉมฉาย อรุณฉาน ” ที่มาร่วมขับร้องบทเพลง “มนต์รักนวลจันทร์” กับ “สุเทพ วงศ์กำแหง” ก่อนที่แฟนเพลงจะได้ฟังน้ำเสียงทรงเสน่ห์ของ “สุเทพ วงศ์กำแหง” แบบต่อเนื่องทั้งเพลง “คุณจะงอนมากไปแล้ว” , “รักไม่รู้คลาย” , “สวรรค์มืด” , “บ้านเรา” , “จะคอยขวัญใจ” และ “พรุ่งนี้ฉันจะรักเธอจนตาย” ก่อนที่ “วิชัย ปุญญะยันต์” อดีตสมาชิกวงพิ้งแพนเตอร์ ร่วมขับร้องบทเพลง “กลิ่นโลมใจ” และ “ดาวเรือง” จากนั้น “สุเทพ วงศ์กำแหง” ก็ปิดท้ายความประทับใจในช่วงแรกด้วยเพลง “เศรษฐีน้ำตา”

เปิดฉากการแสดงช่วงที่สอง ด้วยบรรยากาศไนท์คลับ (Lolita) สุดฮอตในตอนนั้น ซึ่งเรียกเสียงปรบมือเกรียวกราวจากแฟนเพลงเมื่อได้เห็น “สุเทพ วงศ์กำแหง” พาย้อนบรรยากาศขับร้องบทเพลง “นางใจ” ที่เสมือนพาแฟนเพลงทั้งฮอลล์กลับไปรำลึกบรรยากาศแสนสุขในช่วงนั้น ก่อนที่แขกรับเชิญคู่ขวัญวงการเพลง “สวลี ผกาพันธ์” จะปรากฏโฉมพร้อมร่วมขับร้องที่สุดแห่งบทเพลงยอดนิยมตลอดกาลทั้งเพลง “เธออยู่ไหน” , “คู่หมั้นคู่หมาย” และ “บทเรียนก่อนวิวาห์” ที่แฟนเพลงร่วมร้องเพลงไปพร้อมๆ กับชมภาพบรรยากาศการขับร้องบทเพลงร่วมกันรวมถึงภาพการเดินทางไปจังหวัดต่างๆ ของกลุ่มเพื่อน “สุเทพ-สวลี” เมื่อครั้งอดีต ซึ่งภาพเหล่านั้นล้วนแล้วแต่หาชมได้ยากและหลายภาพได้รับการเผยแพร่สู่สาธารณชนครั้งแรกในคอนเสิร์ตนี้ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยเสียงหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของ “สวลี ผกาพันธ์” กับบทเพลง “รักจริงหรือเปล่า”

มาถึงอีกหนึ่งช่วงเวลาที่การันตีความประทับใจ คือ การถ่ายทอดช่วงชีวิตของการพบรักและการสร้างครอบครัวของ “สุเทพ วงศ์กำแหง” ด้วยการถ่ายทอดผ่านภาพถ่ายพิเศษมากมายทั้งภาพศรีภรรยาคู่ชีวิต ภาพครอบครัว ที่ล้วนแล้วแต่เป็นภาพซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าของ “สุเทพ วงศ์กำแหง” ที่นำมาให้ชมพร้อมๆ กับบทเพลงหวานซึ้ง “เสน่หา” ที่  “สุเทพ – ผุสดี วงศ์กำแหง (อนัฆมนตรี)” ขับร้องคู่กันสร้างความประทับใจให้ผู้ชมอย่างยิ่ง และทิ้งท้ายน้ำเสียงไพเราะของ “ผุสดี วงศ์กำแหง” ด้วยเพลง “ดาวประดับใจ” ก่อนจะนำเข้าสู่บทเพลงที่ผ่านการนำเสนอของนักร้องรุ่นใหม่ผู้มีใจรักในบทเพลงลูกกรุงและเพลงของ “สุเทพ วงศ์กำแหง” ซึ่งมีทั้ง “ดวงพร พงศ์ผาสุก” หรือ ปุ้ย The Voice ที่มาร้องเพลง “ไฟรัก” , กลุ่มสุเทพ จูเนียร์ มาถ่ายทอดเพลง “คอยเธอ” และ “ป่าลั่น”  พร้อมปิดท้ายด้วยลูกศิษย์ที่อายุน้อยที่สุด “เชี่ยวชาญ สมบัติเทพ” ผู้ที่หลงใหลในบทเพลง “สุเทพ วงศ์กำแหง” ตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ และในคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ถ่ายทอดบทเพลง “ละอองดาว” ได้อย่างน่าประทับใจ

ในช่วงท้ายของคอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของงานที่นำเอาบทเพลงยอดนิยมมาเรียบเรียงและถ่ายทอดในสไตล์เพลงอะคูสติก แต่ยังเต็มเปี่ยมด้วยความไพเราะ โดยมีนักร้องเสียงนุ่มอย่าง “สุเมธ องอาจ” เป็นแขกรับเชิญในช่วงนี้ ซึ่งมีทั้งร้องเพลงคู่กับ “สุเทพ วงศ์กำแหง” ในเพลง “รักคุณเข้าแล้ว” ก่อนที่จะโซโล่เพลงนุ่มๆ อย่าง “เพียงคำเดียว” และมอบเวทีนี้คืนให้แก่ “สุเทพ วงศ์กำแหง” ร้องเพลง “จงรัก” ในแบบอะคูสติกที่ยังคงความไพเราะไม่เสื่อมคลาย ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเสียงขยี้แพรในฟองเบียร์อันเป็นเอกลักษณ์ของ “สุเทพ วงศ์กำแหง” ที่ถ่ายทอด 3 บทเพลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ “โลกคือละคร”, “คนขายเสียง” และ “จนกว่าจะพบกันใหม่” ก่อนที่จะปิดท้ายความประทับใจด้วยการรวมตัวของศิลปินและแขกรับเชิญมอบเพลง “ลาก่อนสำหรับวันนี้” เป็นเพลงปิดท้าย เป็นคอนเสิร์ตแห่งความประทับใจของตำนานขุนพลเพลง “สุเทพ วงศ์กำแหง” ที่ยังคงเต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดผู้ชมให้ตกอยู่ในภวังค์ทุกครั้งเมื่อได้ยินบทเพลง.

 

 

โหวตข่าวนี้