advertisement

มาดูกับมาดาม: นักรบครึ่งเทวดา

โดย มาดามอองทัวร์ 30 ส.ค. 2556 08:00

เรื่องราวปิศาจลึกลับในตำนานที่คุณอาจไม่รู้ว่า...เป็นเรื่องจริงทั้งหมด! ใน ‘The Mortal Instruments City of Bones’ ...


“Demons exist across the world, in their varying different forms.” (Jace Wayland)
“ปิศาจร้ายมีอยู่ทั่วโลก ในรูปแบบที่แตกต่างกันมากมาย” (เจซ์ เวย์แลนด์)


ตอนแรกก็ว่าจะดูขำๆ ค่ะ แต่เมื่อได้ยินประโยคด้านบนของพระเอกแล้วต้องคิดใหม่เพราะค้นพบว่าหนังแนวแอ็กชั่นแฟนตาซีก็มีคำพูดน่าคิดและตีความได้หลากหลายดีเหมือนกัน จากที่คิดว่าเป็นเรื่องเพ้อฝันและเข้าถึงยาก ก็กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวและสะท้อนมาจากชีวิตจริงของเราๆ นี่แหละค่ะ

เรื่องแฟนซีที่ว่าได้แก่ “The Mortal Instruments: City of Bones” หรือชื่อไทยตามคาแรกเตอร์นางเอกพระเอกว่า “นักรบครึ่งเทวดา” เป็นผลงานกำกับของ “Harald Zwart” (The Karate Kids, 2010) และนำแสดงโดย “Lily Collins” (Mirror Mirror, 2012) และ “James Campbell Bower” (The Twilight Saga และ Harry Potter) ถ้าใครเป็นแฟนหนังประเภท Twilight คงมีแนวโน้มสูงจะเลือกชมเรื่องนี้


แต่เรื่องราวไม่ได้เกี่ยวกับแวมไพร์หล่อและแวร์วูล์ฟสุดเท่เหมือนทไวไลท์หรอกค่ะ แต่ว่าเกี่ยวกับการต่อสู้และขับเคี่ยวกันระหว่าง “นักรบเงา” กับเหล่าปิศาจชั่วร้าย จะว่าไปแล้วพล็อตหลักก็คล้ายๆ กับการ์ตูนญี่ปุ่นสมัยก่อนเลยค่ะ แต่ว่าคราวนี้ถูกนำมาแสดงด้วยนักแสดงที่มีตัวตนจริงๆ ทำให้ดูสมจริงสมจังและเร้าใจมากขึ้น


กลับมาที่เนื้อเรื่องโดยรวม...เปิดเรื่องด้วยชีวิตราบเรียบของเด็กสาว “แคล์รี่” (Lily Collins) ตามมาด้วยเงื่อนงำบางอย่างนำพาให้เธอพบเจอกับกลุ่มนักรบเงา ซึ่งนำโดย “เจซ์” (James Campbell Bower)...ภาพการสังหารโหดบรรดาอสูรร้ายทำให้แคล์รี่สติแตก และเธอถึงกับช็อกเมื่อกลับมาค้นพบที่บ้านว่าแม่ของเธอได้ถูกลักพาตัวหายไป พร้อมการปรากฏตัวของกลุ่มนักรบเงาอีกกลุ่ม นำโดยวายร้ายที่ชื่อ “วาเลนไทน์” (Jonathan Rhys Meyers)


เจซ์รู้สึกถูกชะตากับแคล์รี่อย่างประหลาดจนนำเสนอตัวช่วยเหลือและปกป้องเธอจากเหล่าร้าย รวมทั้งหาทางช่วยนำตัวแม่ของเธอกลับมา แต่ถึงกระนั้นเรื่องราวก็ไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะที่มาและตัวตนแท้จริงของแคล์รี่ถูกนำมาเปิดเผยเสียก่อน ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคนโดยเฉพาะตัวเธอเอง

 

 

 


“Everything you’ve heard about monster, about nightmares, legends whispered around campfires. All the stories are true.” (Hodge Starkweather)
“ทุกอย่างที่คุณเคยได้ยินเกี่ยวกับสัตว์ประหลาด ฝันร้าย เรื่องเล่ารอบกองไฟ ทั้งหมดคือเรื่องจริง” (ฮอด์จ สตาร์กเวเทอร์)

 


การผจญภัยของแคล์รี่จะเป็นเช่นไรต่อไป ตัวตนแท้จริงของเธอจะช่วยแม่ได้หรือไม่ คุณผู้อ่านคงต้องไปตามชมในโรงภาพยนตร์ ขอบอกว่าสีสันของเรื่องอยู่ที่จินตนาการกว้างไกล แบบห่างไกลและหลีกหนีความเป็นจริงสุดๆ ถ้าใครชอบฟังเรื่องเกี่ยวกับความเชื่อหรือนิทานปรัมปราคงจะชื่นชอบอยู่ไม่น้อย


มาถึงเรื่องที่เกริ่นไว้ตอนแรก คำพูดของเจซ์ที่พูดถึงปิศาจชั่วร้ายทำให้มาดามฉุกคิดค่ะ “ปิศาจร้ายมีอยู่ทั่วโลก ในรูปแบบที่แตกต่างกันมากมาย” ถ้าตัดเรื่องจินตนาการเกี่ยวกับปิศาจรูปแบบต่างๆ ออกไปและคิดให้ลึกกว่านี้สักหน่อย “ปิศาจชั่วร้าย” ที่ว่า...แท้จริงก็คือความชั่วร้ายที่สิงสถิตในจิตใจมนุษย์ทุกคน เพียงแต่จะอยู่อย่างสงบหรือออกมาเพ่นพ่านนำความเดือดร้อนมาให้คนอื่นเท่านั้นเอง


เคยมีคำกล่าวที่ว่า “นิยายหรือเรื่องแต่งขึ้น รวมถึงเรื่องเล่าต่างๆ ล้วนมีที่มาที่ไปและถูกแผลงมาจากเรื่องจริงของเราทั้งนั้น” และเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะเป็นข้อยกเว้น แทนที่จะป่าวประกาศโต้งๆ ว่ามีปิศาจและสิ่งชั่วร้ายแฝงอยู่ในใจเราทุกคน ก็เปลี่ยนเป็นเรื่องราวสุดแฟนซี พร้อมการปรากฏตัวของเหล่าร้ายในรูปแบบต่างๆที่เก็บกวาดเท่าไหร่ก็ไม่หมด


ถ้าสังเกตดีๆ ตัวละครหลายตัวเริ่มต้นจากการเป็นคนดียึดมั่นในอุดมการณ์ทั้งนั้น แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่งซึ่งความหวังและความฝันไม่อาจเป็นจริงได้ “ความอยากได้ อยากมีและอยากเป็น” ทำให้เรื่องมันเลวร้ายลง เมื่อเขาและเธอเหล่านั้นพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยไม่สนใจว่าผู้คนรอบข้างโดยเฉพาะคนที่รักและหวังดีกับเราเสมอมาจะเป็นตายร้ายดียังไง

ลองคิดเล่นๆ นะคะ...ว่าทุกวันนี้เราทำร้ายใครบ้างหรือเปล่าเพื่อความสำเร็จและความก้าวหน้า คงไม่สนุกแน่ถ้าประสบความสำเร็จแต่ต้องเดินคนเดียวไม่มีคนร่วมแชร์ความสุขด้วย


Caption: ตัวอย่างภาพยนตร์  ‘The Mortal Instruments City of Bones’ (2013)

จนกว่าจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

 

โหวตข่าวนี้