advertisement

'จุ๋ย' คุยหนุ่มนอกวงการ รักแฮปปี้แต่ยังไม่หวังไกลถึงวิวาห์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 8 ส.ค. 2556 09:00

จุ๋ย-วรัทยา รับคุยหนุ่มรุ่นพี่นอกวงการอายุห่าง 2-3 ปีแต่ยังไม่ใช่แฟน ยันไม่คิดปิดบังแต่อุบรายละเอียดเกี่ยวกับฝ่ายชายเพราะอยากให้อีกฝ่ายมีความเป็นส่วนตัว ย้ำรักแฮปปี้แต่ยังไม่หวังไกลถึงขั้นแต่งงาน...

เว้นวรรคเรื่องหัวใจมาได้พักใหญ่ แต่ล่าสุดมีกระแสว่านางเอกหน้าคม จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา เปิดใจคุยหนุ่มไฮโซคนใหม่แล้ว ซึ่งเจ้าตัวเปิดใจถึงเรื่องนี้หลังมาร่วมงานเปิดตัวแคมเปญ GUESS Watches for Breast Cancer ที่ฟู้ดลอฟท์ ชั้น 7 ห้างสรรพสินค้าเซ็น ว่าคุยกับหนุ่มคนนี้มาได้ครึ่งปีแล้ว แต่ไม่ใช่หนุ่มไฮโซอย่างที่ใครๆ เข้าใจ และไม่ขอพูดถึงรายละเอียดเกี่ยวกับฝ่ายชายเพราะเป็นคนนอกวงการ ซึ่งความรักครั้งนี้สาวจุ๋ยเองก็ไม่คาดหวังว่าจะดีจนถึงขั้นวิวาห์ แต่ก็จะทำให้ดีที่สุด ทั้งนี้สาวจุ๋ยได้เปิดใจถึงเรื่องการถ่ายแบบเซ็กซี่ในนิตยสารอิมเมจให้ฟังว่าเป็นเพราะอยากจะทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้าง ส่วนกระแสที่มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยนั้นเจ้าตัวไม่ซีเรียสเพราะการวิพากษ์วิจารณ์ตนซึ่งเป็นคนสาธารณะเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วนั่นเอง

 

 

ข่าวว่ากำลังคุยกับหนุ่มไฮโซ? "ไฮโซอะไร ไม่ไฮโซค่ะ (ยิ้ม) ก็มีคนคุยด้วยค่ะแต่ว่าเป็นคนนอกวงการเท่านั้นเองค่ะ พี่เขาไม่ไฮโซหรอก เขาเป็นคนทำงานปกตินี่ล่ะค่ะ" คนนี้เขาเป็นใคร? "ไม่รู้จะบอกยังไงดี พอเป็นคนนอกวงการก็ไม่สามารถที่จะบอกได้ว่าเป็นใคร แต่ว่าก็เจอกันข้างนอกค่ะและคุยกันเท่านั้นเอง" ทำธุรกิจรึเปล่า? "ใช่ค่ะ พี่เขามีงานของเขาอยู่แล้วค่ะ" คุยกันมานานแค่ไหนแล้ว? "สักพักเองค่ะ ประมาณครึ่งปีค่ะ" อะไรที่ทำให้เราเปิดใจหลังโสดมานาน? "เอ่อ ก็งงเหมือนกัน (ยิ้ม) คือมันบอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่มันเป็นความรู้สึกที่คุยแล้วมันไปได้ค่ะ แล้วด้วยงานของเราคือจุ๋ยทำงานเยอะอยู่แล้ว นอกจากงานละคร พิธีกร และมีธุรกิจของตัวเองไง วันว่างจะไม่เต็มอยู่แล้วค่ะ ดังนั้นคนที่คุยด้วยต้องเข้าใจและชอบทำงานเหมือนกันค่ะ" แสดงว่าเขาเอาใจเก่ง? "ไม่หรอก จุ๋ยว่ามันโตๆ กันแล้วค่ะ มันน่าจะเข้าใจอะไรง่ายๆ ค่ะ" อายุห่างกันมากไหม? "ไม่มากค่ะ ประมาณ 2-3 ปี ก็เป็นรุ่นพี่ค่ะ จะได้หมดข่าวหนูชอบกินเด็กซะที (ยิ้ม)"

ไปรู้จักกันได้ยังไง? "ก็เจอกันค่ะ ไม่มีใครแนะนำค่ะ เจอเองตามถนนค่ะ (หัวเราะ)" เขาชื่ออะไร? "ไม่บอกแล้วกัน ให้พี่เขาอยู่อย่างมีความสุขแล้วกัน" ตอนนี้เรียกเขาว่าแฟนได้รึยัง? "เอาเป็นว่าเป็นคนที่เราคุยด้วยแล้วเหมือนศึกษากันอยู่ช่วงนี้ค่ะ" เขาเข้าใจการทำงานเราไหมที่ไม่ค่อยเป็นเวลา? "ก็เข้าใจนะคะ แต่ถ้าคนนอกก็จะประหลาดๆ กับการถ่ายละครสักนิดนึงค่ะ เพราะเวลาการถ่ายละครมันทำงานตั้งแต่เช้าแล้วเลิกดึกค่ะ ก็จะติดต่อไม่ได้ทั้งวันเนื่องจากบทบาทที่เราได้รับมันค่อนข้างเครียดและดราม่า ดังนั้นจุ๋ยจะไม่ค่อยพกโทรศัพท์ ไม่เล่นไลน์ อาจจะหายไปทั้งวัน แต่โชคดีที่เขาเป็นคนทำงาน ดังนั้นเวลาเขาทำงานหรือประชุมก็หายไปเหมือนกัน" แสดงว่าปัญหาหลักคือเรื่องเวลา? "ใช่ค่ะ คือก่อนหน้านี้ที่เราไม่ได้คบใครจริงจัง คุยแล้วไม่คลิกเพราะว่าเป็นเรื่องเวลาค่ะ" ก่อนหน้านี้คบคนในวงการ

พอเป็นคนนอกวงการแล้วต่างกันเยอะไหม? "คือเวลาไปไหนมาไหนคนก็ไม่จับจ้องอะไรมากค่ะ" เลยทำให้สบายใจ? "มันไม่ได้ถือว่าพอเป็นคนนอกวงการแล้วสบายตัวสบายใจ คือเราชินอยู่แล้วกับคนที่มองเรา แต่คนนอกวงการจะไม่ชิน ดังนั้นถ้าคนมองผ่านเลยไปก็ไม่ได้คิดว่าเป็นแฟนเพราะเดินมาเจอแล้วอาจจะไม่ได้สนใจว่าเป็นแฟนจุ๋ยหรือเปล่า เขาก็จะทำตัวปกติได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่เป็นข่าวแล้วเราแค่เป็นห่วงกังวลกับเขาค่ะ" แสดงว่ามีไปไหนด้วยกัน? "ก็มีไปบ้างค่ะ ก็พยายามหาเวลาที่มีอยู่น้อยนิดไปบ้าง แต่เราไม่ได้ปิดบังอะไรนะ เพียงแต่พี่ๆ นักข่าวอาจจะไม่ได้เจอในตอนนั้นพอดีค่ะ ไม่ได้แอบเลย ปกติมาก" คาดหวังกับความรักครั้งนี้มากน้อยแค่ไหน? "คือก็ให้มันไปเรื่อยๆ ค่ะเพราะว่าเราไม่สามารถที่จะทำนายได้ว่ามันจะดีหรือไม่ดี เพราะเราผ่านเรื่องราวความรักมาพอสมควร ก็รุ้แล้วแหละว่าบางอย่างที่เราคาดหวังหรือตั้งใจให้มันดี มันอาจจะมีอุปสรรคที่ก้าวเข้ามาแล้วทำให้เกิดการเลิกราได้ ดังนั้นก็ทำให้มันดีที่สุดค่ะ ก็เต็มที่แต่ไม่คาดหวังว่าจะดีหรือจบด้วยการแต่งงานค่ะ"

 

 

ถามถึงเรื่องที่ถ่ายแฟชั่นเซ็กซี่ค่อนข้างบ่อย? "ไม่บ่อยเลยค่ะ มีเล่มเดียวค่ะ เล่มนั้นเป็นเล่มที่สไตลิสต์และช่างภาพสนิทกันอยู่แล้วค่ะ ก็ไม่ได้ถามเลยว่าที่จะถ่ายเป็นแบบไหน เพราะว่าเชื่อใจกันอยู่แล้ว และเป็นเล่มที่ติดต่อจุ๋ยถ่ายทุกปีคือหนังสืออิมเมจ แล้วช่างภาพคือพี่จอร์จ-ธาดา สไตล์ลิสต์คือพี่เบิ้ม ซึ่งเรารู้จักกันมาเป็น 10 ปีแล้วตั้งแต่ทำงานในวงการ เราก็เชื่อมั่นในผลงานของพี่เขา ไม่ถามเลยว่าคอนเซปต์แบบไหน พอมาถึงหน้างานถึงรู้ว่าเป็นชุดไฮแบรนด์แต่อาจจะมีการใช้แสงเงานิดนึง ที่ไปถ่ายก็แปลกๆ แล้วก็มีโพสต์นิดหน่อย จุ๋ยก็ไม่ได้เปิดอะไรมากนะ ไม่ได้สลัดผ้าถ่ายเซ็กซี่ชุดว่ายน้ำแบบนั้น ก็อาจจะมีถกนิดๆ ใช้แสงเงา ซึ่งเรามั่นใจในผลงานพี่เขา กีแค่เล่มเดียว เล่มอื่นก็ปกติทั่วไป"

กระแสตอบรับเป็นไง? "ไม่ค่อยรับสื่ออะไรมากมาย แต่แฟนคลับก็เอารูปมาลง ไปหาซื้อกันให้วุ่นวายแค่นั้นเอง ส่วนตัวก็คิดว่ามันเปลี่ยนดีค่ะ ถ้าเราทำงานอะไรแล้วได้เปลี่ยนแปลงผลงานใหม่ๆ เราก็โตแล้ว อยู่ในวงการมา 10 ปีแล้ว ถ้าจะไปถ่ายคิกขุอาโนเนะมันก็ไม่ใช่วัยเรานะ มันก็ต้องพัฒนาก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่อยากให้มองว่าถ่ายบ่อยหรือถ่ายตลอดหรือเปลี่ยนตัวเองเซ็กซี่ มันมีปัจจัยภายในที่เกิดจากการสนิทกันกับคนทำงานมากกว่า" แต่หลายคนก็ขัดใจบอกว่าไม่เข้ากับลุคของเราที่ดูเรียบร้อย? "อันนั้นเราก็แล้วแต่ นานาจิตตัง เพราะเราคาดหวังไม่ได้ว่าเขาจะพูดหรือวิจารณ์อะไรออกมา แต่ส่วนตัวไม่เคยได้ยินตรงนี้ แต่ถ้ามีก็ไม่เป็นไรเพราะการเป็นคนสาธารณะก็ต้องมีการวิพากษ์วิจารณ์อยู่แล้ว แต่จุ๋ยมั่นใจว่าสิ่งที่เราตัดสินใจทำมันกลั่นกรองจากความคิดต่างๆ เรารอบคอบพอแล้วว่ามันไม่เสียหายอะไรกับเรา แล้วจริงๆ ไม่ได้เป็นคนที่แบบรูปร่างหน้าตาแบบนี้จะทำอะไรไม่ได้เลย เราทำได้หลายๆ อย่างค่ะ" ติดใจด้านเซ็กซี่ไหม? "จริงๆ จุ๋ยไม่ได้ชอบอะไรนะ คือเรามั่นใจในทีมงานของเรา เราเป็นไม้แขวนเสื้อ เราก็ต้องทำหน้างานให้ไม่มีปัญหา ทำงานง่าย พี่เขาถ่ายออกมาดีแน่นอนเราก็เชื่อใจค่ะ".

โหวตข่าวนี้