advertisement

มาดูกับมาดาม: 'Pacific Rim'...สงครามอสูรเหล็ก

โดย มาดามอองทัวร์ 18 ก.ค. 2556 08:00

คุณผู้อ่านเคยดูหนังสัตว์ประหลาดอย่าง Godzilla (1954, โดยผู้กำกับชาวญี่ปุ่น Ishiro Honda) ไหมคะ? ภาพยนตร์ที่ว่าถือเป็นตำนานและเป็นหนึ่งในบรรดาหลายเรื่องที่เป็นความทรงจำสมัยเด็กของใครหลายคน แต่ครั้งนั้นเรื่องราวมาจากการคิดค้นนิวเคลียร์ของมนุษย์ทำให้เกิดอสูรกายร้ายกลายพันธุ์ ผ่านมาหลายสิบปี...วันนี้จึงมีหนังอสูรกายเวอร์ชั่นใหม่มาแนะนำ ขอบอกว่าจะทำให้หััวใจคุณเต้นเร็วและแรงจนแทบทะลุเลยทีเดียว

“Pacific Rim” หรือชื่อไทยแบบโหดๆ ว่า “สงครามอสูรเหล็ก” เป็นภาพยนตร์แนวไซไฟที่มีตัวร้ายเป็นสัตว์ประหลาดนอกโลกแต่หน้าตาละม้าย คล้ายเอเลี่ยนผสมกับก็อดซิลล่าชื่อว่า ‘ไคจู’ และพระเอกของเรา...นอกจากที่เป็นมนุษย์ (ซึ่งเป็นคนบังคับ) ก็คือหุ่นยนต์ ‘เยเกอร์’...ฟังดูคล้ายๆ Transformer ใช่ไหมคะ? ความจริงแล้วก็แนวเดียวกันแต่ว่าเรื่องนี้ดิบเถื่อนกว่าเยอะ กลิ่นอายความเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ก็เบาบางกว่าเพราะบรรดาตัวเอกไม่มีใครเพอร์เฟกต์ หรือมีความเป็นอัจฉริยะเหมือนเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญ...วายร้ายหน้าตาน่ารังเกียจก็ร้ายสมชื่อค่ะ ดุเดือดและปรับตัวเก่งจนไม่น่าเอาชนะได้ง่ายๆ

“Pacific Rim” เป็นผลงานกำกับของ ‘กิลเลอร์โม่ เดอ โทโร่’ (Guillermo del Toro) ผู้กำกับหนังแนวไซไฟที่เคยฝากผลงานชื่อดังไว้อย่าง Hellboy (2004) Pan’s Labyrinth (2006) และล่าสุด The Hobbit (2012) ครั้งนี้เขากลับมาพร้อมหนังแนวเดิมแต่ฟอร์มยักษ์สุดๆ เรียงหน้ากันเข้ามาตั้งแต่สัตว์ประหลาดไซส์ใหญ่กว่าตึกหลายสิบเท่าและหุ่นยนต์เหล็กไหลที่ต้องใช้มนุษย์สองคนบังคับให้ต่อสู้

ให้บรรยากาศของหนังต่อสู้สมัยเด็กๆ ประเภทพาวเวอร์แรนเจอร์หรือไอ้มดแดง ที่ต่อสู้กันไปมาสุดท้ายก็มาจบลงเมื่อต่างฝ่ายเรียกหุ่นยนต์ร่างใหญ่ประจำกายมาสู้กัน แต่ครั้งนี้มนุษย์ที่บังคับหุ่นยนต์เยเกอร์แปลงร่างไม่ได้ค่ะ แต่เป็นนายทหารกองกำลังพิเศษที่มีเทคนิคในการต่อสู้และปฏิภาณไหวพริบในการ เอาตัวรอดเป็นอย่างดี

เรื่องราวของ “Pacific Rim” เริ่มต้นช่วงหลายสิบปีหลังจากนี้ เมื่อมีอสูรกายร้ายหน้าตาประหลาดคล้ายก็อดซิลล่าปรากฏตัวจากท้องมหาสมุทร ทำลายและคร่าชีวิตคนนับล้านทั่วโลกจนกระทั่งเหล่ามนุษยชาติทนไม่ไหว ผนึกกำลังคิดค้นเทคโนโลยีเยเกอร์เพื่อผลิตอสูรกายในคราบของหุ่นยนต์ยักษ์ ซึ่งต้องใช้สองคนบังคับ แต่มีเงื่อนไขแปลกประหลาดที่ต้องให้ทั้งสองผนวกสมอง และความทรงจำเข้าไว้ด้วยกันเพื่อรับแรงต้านจากการบังคับเยเกอร์ให้ได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

“To fight the monsters, we create monsters.”
“เพื่อสู้กับสัตว์ประหลาด เราจึงสร้างสัตว์ประหลาด”
Pacific Rim (2013)

เรียกง่ายๆ ว่าคนบังคับทั้งสองต้องมีความสนิทสนมแนบแน่นและรู้ใจกันมากที่สุด ไม่ว่าจะด้วยในรูปแบบไหน ซึ่งในเรื่อง...พระเอกของเรา ‘ราลีย์ เบคเก็ต’ (รับบทโดย Charlie Hunnam) เคยขับเยเกอร์กับพี่ชาย ‘แยนซี เบคเก็ต’ มาก่อน เมื่อเขาต้องสูญเสียพี่ชายให้กับอสูรร้ายไคจูกลางมหาสมุทรยักษ์ทำให้เขาเสียศูนย์ไปหลายปี จนกระทั่งถูกดึงกลับมาอีกครั้งเพื่อเป็นคนขับคู่กับพลทหารฝึกหัด ‘มาโกะ โมริ’ (รับบทโดย Rinko Kikuchi)

ราลีย์รู้สึกถูกชะตากับมาโกะตั้งแต่ครั้งแรกที่มีโอกาสปะมือด้วย เขาและเธอเข้าใจกันและกันมากกว่าที่คิด...และนั่นก็เป็นหัวใจสำคัญของการบังคับเยเกอร์ เพราะในภาวะคับขันไม่มีีอะไรจะดีไปกว่าความเชื่อใจในกันและกันเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ร่วมกันในการกำจัดไคจูไม่ให้มาระรานโลกมนุษย์

นอกจากจังหวะระทึกขวัญที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ทำออกมาได้ดีจนหัวใจคนดูแทบกระเด็นออกไปนอกร่าง ยังมีข้อคิดดีๆ หลายอย่างที่แอบแฝงตัวมาในภาพยนตร์เรื่องนี้ ที่เกริ่นไปแล้วก็เรื่องของ “ความเชื่อใจ” จะเห็นได้ว่าปัจจัยเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งทั้งในเรื่องและในชีวิตจริง กว่าคนคู่ใดก็ตามจะหากันเจอก็ต้องเสียเวลาทดลองและวัดใจกันอยู่นาน เพราะฉะนั้น...หากใครเจอแล้วมาดามก็ขอแนะนำให้เก็บรักษาเขาและเธอเหล่านั้นเอาไว้ให้ดี เชื่อเถอะว่ามีแล้วมันอุ่นใจ เรื่องเล็กเรื่องใหญ่ก็ไม่ใช่ปัญหา...

อีกอย่างที่สำคัญคือเรื่อง “ปมในอดีต”...หลายคนคงทราบดีว่าเรากลับไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่เราสร้างปัจจุบันให้ดีที่สุดได้ อย่างในเรื่อง...มาโกะผ่านความเลวร้ายในอดีตมามากทำให้หลงติดกับความทรงจำร้ายๆ จนเกือบฆ่าตัวตายทั้งเป็น และเมื่อเธอเลือกก้าวข้ามผ่านและยอมรับมันก็ทำให้เธอเริ่มต้นใหม่และแข็งแกร่งกว่าเดิมได้เพราะมีภูมิต้านทานมาแล้วอย่างดี...ว่าแต่คุณผู้อ่าน พร้อมจะลืมอสูรกายร้ายๆ ในอดีตแล้วตั้งสติเผชิญหน้ากับอสูรร้ายตัวใหม่แล้วหรือยัง?

Trailer 1

ตัวอย่างภาพยนตร์ "Pacific Rim" (2013)

จนกว่าจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้า

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement