advertisement

'เต๋อ' เล็งหุ้นร้านขนมกับ 'พีค' ปัดขายบทหนัง 'พี่มากฯ' 10ล้าน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 มิ.ย. 2556 09:00

เต๋อ-ฉันทวิชช์ ปัดขายบทภาพยนตร์ "พี่มาก...พระโขนง" ให้ค่ายจีทีเอชสูงถึง 10 ล้าน แต่ยอมรับจีทีเอชเตรียมให้ส่วนแบ่งเพิ่มหลังหนังทำเงินถึงพันล้าน เล็งหุ้นร้านขนมกับพีค-ภัทรศยา คาดเปิดตัวในปีหน้า ย้ำยังไร้แพลนแต่งเร็วๆ นี้...

กำลังรุ่งทั้งเรื่องงานและเรื่องหัวใจทีเดียวสำหรับนักแสดงและนักเขียนบทหนุ่ม เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี โดยเฉพาะเรื่องงานนั้นล่าสุดมีกระแสว่าหนุ่มเต๋อขายบทภาพยนตร์ "พี่มาก...พระโขนง" ให้กับค่ายจีทีเอชราคาแพงเวอร์ถึง 10 ล้านบาท หลังภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้สูงถึง 1,000 ล้านบาทในเมืองไทย ส่วนเรื่องความรักก็แว่วมาว่าหนุ่มเต๋อจะหุ้นทำร้านขนมกับหวานใจ พีค-ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ แหม...รุ่งทุกเรื่องแบบนี้บอกเลยว่าขาเม้าท์อิจฉานะเนี่ย เจอหนุ่มเต๋อในงาน "10 ล้าน คนดู 1,000 ล้านรายได้ 10,000 ล้านคำขอบคุณ" ณ ร้าน เรโทร คาเฟ่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เลยสอบถามถึงทุกประเด็นกันหน่อย

ถามถึงความรู้สึกที่เราตอนนี้พี่มาก พระโขนงได้พันล้านแล้ว? "จริง ๆ ผมไม่คิดว่าจะมีวันนี้ มันเป็นความสำเร็จที่เหนือกว่าที่ผมคาดไว้เยอะ ก็ขอบคุณทุกคนเลยที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เกิดขึ้นและเข้ามาดูกัน ตอนแรกผมไมได้หวังเลยนะว่าจะได้เท่าไหร่ เราขอแค่ไม่ขาดทุน ก็รู้สึกดีใจมาก" เห็นว่าเรื่องนี้ตอนแรกเราตั้งใจจะเล่นเองด้วยในบท"เต๋อ"? "คือตั้งแต่ตอนที่ "4 แพร่ง" แล้ว เราก็วางตัวไว้ 4 คน หนึ่งในนั้นก็เป็นตัวผมนั่นแหละ เราก็วางคาแรกเตอร์ไว้ประมาณหนึ่ง พี่โต้งก็เรียกมาลองเล่นดู พี่โต้งเขาโอเคแต่บังเอิญฟรอยด์เล่นได้ดีกว่าผมเอง เลยเป็นฟรอยด์ไป แต่ผมก็ไม่เสียดายนะครับ เพราะผมดูแล้ว 4 คนนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัว ถ้าผมเข้าไปก็อาจจะไม่ดีขนาดนี้ก็ได้" เรื่องนี้พันล้านไปแล้ว เขียนบทต่อไปเราจะกดดันมั้ย? "จริงๆ ไม่กดดันเลย เพราะว่าผมและทีมเขียนบททุกคนก็เข้าใจกับมันว่าทุกเรื่องที่ทำ เราก็เต็มที่กับมันแล้ว จนรู้สึกว่าเต็มที่กว่านี้ไม่ได้แล้ว เมื่อมันจบก็จบเป็นโปรเจกต์ๆ ไป โปรเจกต์ใหม่เราก็เริ่มต้นกับใหม่ ซึ่งโปรเจกต์ใหม่ผมก็เริ่มมีแล้ว เป็นแนวไหนเรายังไม่ได้สรุปเลย แต่คิดว่าน่าจะเป็นอะไรอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ซึ่งจะได้เห็นเมื่อไหร่นี่ตอบไม่ได้เลย มันแล้วแต่ว่าเสร็จเมื่อไหร่เลย"

ล่าสุดมีข่าวว่าบทเรื่องพี่มากฯนี้เราขายให้จีทีเอชถึง 10 ล้าน? "ไม่ใช่ครับ ไม่มีอย่างนั้นเลย จริงๆ ผมเองก็เป็นฟรีแลนซ์เขียนบท ก็ได้เป็นค่าจ้างปกติ ไม่ได้เอาไปขายเขาหรืออะไร ได้ยินข่าวนี้ก็รู้สึกตลกดี เพราะเราทำงานตรงนี้ก็รู้วาระบบเป็นยังไง ซึ่งมันไม่ได้มีการเอาบทไปขายอะไรแบบนั้น มันเป็นงานของบริษัท คือเราได้ไอเดียก็ไปขายจีทีเอช ทางจีทีเอชก็โอเค ชอบ ก็อนุมัติให้ทำ เราก็ได้เงินเป็นสเต็ปๆ ไป ไม่ได้เป็น 10 ล้านแบบนั้น" หนังได้ถึงพันล้าน เราจะได้เปอร์เซ็นต์เพิ่มมั้ย? "จริงๆ ตอนแรกที่ตกลงกันไว้ไม่มีนะ แต่พอหนังได้ขนาดนี้ ทางบริษัทก็คิดว่าทุกคนที่เหนื่อยด้วยกันได้รับส่วนแบ่งบ้าง อยู่ๆ ก็มีมา แต่ผมก็ไม่รู้นะว่าได้มากน้อยแค่ไหน" อย่างตอนนี้หนังกำลังอยู่ในช่วงเซ็นเซอร์ว่าจะฉายที่จีนได้มั้ย เราลุ้นแค่ไหน? "จริงๆ ก็ค่อนข้างตื่นเต้น เพราะว่าทางจีนเขาจะมีนโยบายว่าหนังเรื่องผีเขาจะไม่ค่อยให้ฉาย แต่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องนี้เขาจะไปบอกกันยังไง เราก็ตื่นเต้น แต่ก็เชื่อว่าถ้าขายแล้วทุกคนก็น่าจะชื่นชอบนะ เพราะเท่าที่ผ่านมา อย่างในประเทศฮ่องกง ทุกคนก็ชอบ"

จะมีเขียนบทแล้วดึงพีคมาเล่นด้วยบ้างมั้ย? "จริงๆ เขียนบทให้น้องพีคยากนะ เพราเรารู้จักน้องพีคเยอะเกินไปก็ไม่รู้ว่าจะเอาแง่มุมไหนมาเขียนดี เอาไว้มีโอกาสค่อยดึงมาเขียน แต่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสครับ ตัวน้องพีคเองก็ไม่ได้มีอ้อนอยากเล่นหนังเรานะ เพราะตอนนี้เขากำลังอินการทำขนมอยู่ ซึ่งเรื่องร้านเรากำลังคุยๆ อยู่ คือผมก็เข้าไปหุ้น ทำด้วยกัน สำหรับหุ้นส่วนก็จะเป็นทีมเดิมของเสื้อผ้า "คัพ-ที" และก็มีผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ทำร้านมาช่วยด้วย จริงๆ ยังสรุปไม่ได้เลยว่าจะมีกี่คนกันแน่ ส่วนตัวร้านที่จะเปิดก็วางแพลนไว้น่าจะต้นปีหรือปลายปีหน้า ตอนนี้เราอยู่ในเทสต์อยู่ว่าขนมอะไรเวิร์ก ซึ่งทุกเมนูน้องพีคเขาคิดเมนูเองทั้งหมด ส่วนตัวผมช่วยชิมอย่างเดียวครับ เพราะว่าผมไม่ค่อยรู้เรื่องขนมเท่าไหร่" เห็นลงทุนธุรกิจด้วยกันเยอะ เหมือนเป็นการสร้างรากฐานอนาคตร่วมกัน? "ไม่ได้มองอนาคตเลย ก็คือเป็นสิ่งที่ทำแล้วสนุกเฉยๆ ถ้าถามว่าคิดเรื่องแต่งงานมั้ย ก็มีคุยกันบ้าง แต่งว่ายังไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ผมมองว่ามันไม่ได้เป็นธุรกิจนะ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เราสนุกด้วยกัน ไม่ได้เป็นการสร้างรากฐานอะไรแบบนั้น แค่ทำสิ่งที่ชอบครับ".

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement