advertisement

มาดูกับมาดาม: 10 หนังนักรบที่คุณไม่ควรพลาด...

โดย มาดามอองทัวร์ 31 พ.ค. 2556 08:00

“You believe a man can change his destiny?” (Katsumoto)
“คุณเชื่อไหมว่าคนเราจะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้?” (คาซึโมโต้)
“I think a man does what he can until his destiny is revealed.” (Algren)
“ผมคิดว่าคนเราทำทุกอย่างที่สามารถจนกระทั่งเขาค้นพบโชคชะตาของตัวเอง” (อัลเกรน)
จากเรื่อง “The Last Samurai” (2003)


เมื่อหลายวันก่อนมีรุ่นน้องคนหนึ่งถามถึงหนังที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับนักรบค่ะ วันนี้เลยเกิดแรงบันดาลใจ ประกอบกับคิดขึ้นได้ว่าไม่เคยเขียนถึงหนังนักรบมาก่อนเลยคิดว่าน่าจะเป็นไอเดียดีๆ สำหรับโปรแกรมวันหยุดสุดสัปดาห์ เผื่อว่าจะช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้คุณผู้อ่านได้บ้าง


หนังนักรบมีมากมายหลายแนวค่ะ ทั้งแนวอิงประวัติศาสตร์ แนววิทยาศาสตร์ แนวซูเปอร์ฮีโร่หรือแม้กระทั่งแนวแฟนตาซี วันนี้ มาดามรวบรวมเรื่องเด่นๆ เด็ดๆ มาให้ 10 เรื่อง คละเคล้ากันทั้งที่มีชื่อเสียงมากและที่พอไปได้ตามกระแส อย่างไรก็ดี...ความตั้งใจในการเลือกแต่ละเรื่องนั้นมาจากที่ทุกเรื่องมีตัวเอกและเนื้อหาหลักเกี่ยวกับ “นักรบ” ซึ่งตัวละครแต่ละตัวก็มีคาแรกเตอร์ต่างกันไปนิดๆ หน่อยๆ แต่ที่แน่ๆ คือมีความกล้าบ้าบิ่นและเย่อหยิ่งไม่แพ้กันเลย เอาล่ะค่ะ จะช้าไปใย...เริ่มกันเลยละกัน



เรื่องแรกมีชื่อเรื่องแปลว่านักสู้ ซึ่งก็มีความคล้ายคลึงกับนักรบอยู่ไม่น้อย...ทุกครั้งถ้าให้นึกถึงหนังนักรบ จะคิดถึงเรื่องนี้เป็นเรื่องแรก คงเพราะคาแรกเตอร์ท่านแม่ทัพแม็กซิมัส (นำแสดงโดย Russell Crowe) น่าประทับใจมาก ใช่แล้วค่ะ...เรากำลังพูดถึงภาพยนตร์ “Gladiator” (2000) โดยผู้กำกับ Ridley Scott (Alien, 1979 และ American Gangster, 2007) เรื่องนี้ท่านแม่ทัพของเราโดยทรยศจนต้องหนีตาย แถมครอบครัวก็ถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม เขาโดนขายทอดตลาดไปเป็นทาสและกลายมาเป็น Gladiator หรือนักสู้ในที่สุด เรื่องนี้เข้มข้นและน่าตื่นเต้นมาก ถ้าใครอยากรู้ว่าอะไรทำให้ “นักรบเยี่ยงชายชาติทหาร” ต่างจาก “นักสู้เพื่อเงินและความบันเทิง” ยังไง...เรื่องนี้มีคำตอบให้ค่ะ



เรื่องที่สองมาจากยุคก่อนหน้านั้น โดดเด่นด้วยเทคนิคพิเศษในการถ่ายภาพและตัดต่อ ถ้าใครชอบแนวแฟนตาซีคงหลงรักเรื่องนี้ไม่น้อย เรากำลังพูดถึง “300” (2006) ผลงานกำกับของ Zack Snyder (Dawn of the Dead, 2004 และ Man of Steel, 2013) ชื่อเรื่องเป็นตัวเลขหมายถึงจำนวนนักรบสปาตัน 300 คนโดยการนำของ King Leonidas (นำแสดงโดย Gerard Butler) เข้ารบกับกองกำลังเปอร์เซียที่เตรียมมายึดครองในปี 480 ก่อนคริสต์ศักราช...ว่ากันว่าสร้างขึ้นจากเรื่องจริงเพียงไม่กี่บรรทัดในประวัติศาสตร์ ถ้าใครอยากรู้ว่าอะไรเป็นสาเหตุให้วีรกรรมนักรบทั้งสามร้อยคนเป็นที่เลื่องลือจนกลายเป็นภาพยนตร์ชื่อดังก็ลองหาชมกันได้...รับรองว่าใจสั่นทีเดียว เพราะหุ่นแต่ละนายทรมานใจสาวน้อยใหญ่สุดๆ



เรื่องที่สามก็แนวอิงประวัติศาสตร์ค่ะ เรื่องราวของกองกำลังกู้ชาติสกอตแลนด์ “Braveheart” (1995) นำแสดงและกำกับโดยดาราชื่อดังอย่าง Mel Gibson (The Passion of the Christ, 2004 และ Apocalypto, 2006) เรื่องนี้มีความดราม่าผสมอยู่ด้วย ตัวเอกของเราโดนพรากภรรยาสุดที่รักไปฆ่าทิ้งอย่างเลือดเย็น นำมาซึ่งความแค้นและรวมกับพวกพ้องต่อต้านกองกำลังอังกฤษอย่างรุนแรง จุดเด่นของเรื่องอยู่ที่เนื้อหาเข้มข้นน่าติดตาม (แต่ค่อนข้างยาวนะคะ เกือบๆ สามชั่วโมง) โดยเฉพาะเรื่องรักระหว่างรบระหว่างชนชั้นและเผ่าพันธุ์ที่แตกต่าง ใครที่อยากรู้ว่าอะไรทำให้หญิงสูงศักดิ์ตกหลุมรักกบฏตัวเอ้ได้ต้องลองชมเรื่องนี้ค่ะ



เรื่องที่สี่มาแนวแอ๊กชั่นแฟนตาซีไซไฟ (Action Fantasy Sci-fi) ผลงานชื่อดังของผู้กำกับ James Cameron (Titanic, 1997 และ The Terminator, 1984) ครั้งนี้เขากลับมากับภาพยนตร์เหนือจินตนาการ “Avatar” (2009) เรื่องราวของนักรบบนดินแดนลึกลับ เมื่อมนุษย์ส่งอดีตนายทหาร (รับบทโดย Sam Worthington) มาสำรวจเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและยึดครองดินแดน แต่เมื่อเขาตกหลุมรักกับทหารหญิงคนสำคัญของเผ่าพื้นเมือง (รับบทโดย Zoe Saldana) แผนทุกอย่างจึงล่มไม่เป็นท่ารวมทั้งความรักของเขา...เรื่องนี้โปรดักชั่นอลังการงานสร้างมาก เนื้อหาก็เข้มข้นไม่แพ้กัน แม้จะไม่ไฮเทคแบบ Transformer แต่เทคนิคพิเศษยอดเยี่ยมมาก เรียกว่าต้องขนความไฮเทคมาสร้างภาพป่าดงดิบให้เหมือนจริงไม่น้อยเลยทีเดียว



เรื่องที่ห้าได้รับการดัดแปลงจากมหากาพย์ชื่อดังโดย Homer...เรื่องราวศึกชิงนางหรือที่รู้จักกันในชื่อ Helen of Troy (เฮเลน โฉมงามแห่งกรุงทรอย) ผลงานของผู้กำกับ Wolfgang Peterson (Air Force One, 1997) นำแสดงโดยหนุ่มฮอตแห่งฮอลลีวูดอย่าง Brad Pitt (รับบท อคีลีส) Eric Bana (รับบท เฮคเตอร์) ร่วมด้วย Orlando Bloom (รับบท ปารีส)....ใช่แล้วค่ะ เรากำลังพูดถึงภาพยนตร์ “Troy” (2004) เมื่ออคิลลิสทหารเอกฝีมือดีจากสปาต้าต้องบุกทรอยเพื่อชิงตัวเฮเลนมเหสีแห่งสปาต้าที่ถูกชิงตัวโดยปารีสบุตรแห่งทรอย เรื่องนี้โดดเด่นเพราะคาแรกเตอร์แสนเย่อหยิ่ง (จนน่าหมั่นไส้) ของอคิลลิส บวกกับความกล้าหาญของเฮคเตอร์พี่ชายของปารีส ทำให้สนุกและน่าติดตาม ที่สำคัญเรื่องนี้พ่อแบรดหล่อลากและบึ้กมากค่ะ มาดามการันตี!


ผ่านมาครึ่งทางถึงเรื่องที่หกเป็นเรื่องราวของมวลหมู่เทพกันบ้าง “Immortals” (2011) โดยผู้กำกับ Tarsem Singh (The Cell, 2000 และ Mirror Mirror, 2012) เรื่องราวของเทซิอุส (นำแสดงโดย Henry Cavill) มนุษย์เดินดินสุดแสนจะธรรมดาที่ถูกซุส (เทพเจ้าที่เชื่อว่าเป็นผู้สร้างมนุษย์) เลือกให้ปราบเหล่าอธรรม...เรื่องนี้คล้ายๆ กับ 300 ค่ะในเรื่องสไตล์ภาพและการตัดต่อ ส่วนเนื้อหาก็น่าสนใจไม่น้อยที่สามารถยกเรื่องศรัทธามาสอดแทรกได้แนบเนียนดี ถ้าใครชอบแนวแฟนซีหน่อยๆ คงชอบเรื่องนี้



เรื่องที่เจ็ดก็ยังไม่พ้นธีมเทพเจ้าเพราะตัวเอกของเรื่องมีชื่อว่า เพซิอุส (บุตรแห่งซุสแต่เป็นลูกครึ่งระหว่างเทพเจ้ากับมนุษย์) “Clash of the Titans” (2010) เรื่องนี้ถือว่าเป็นหนังดังแบบ blockbuster (หนังทำเงิน) ซึ่งล่าสุดก็มีภาคสองออกมาเมื่อปีก่อนได้แก่ Wrath of the Titans (2012)...เพซิอุสเกิดและโตในโลกมนุษย์ เขาไม่เคยเชื่อในเรื่องของเทพเจ้าแต่เพราะสถานการณ์และโชคชะตาทำให้ต้องมาผจญภัยในดินแดนลึกลับมากมายเพื่อกู้โลกจากเหล่ามารร้าย...เรื่องนี้สัตว์ประหลาดในตำนานเยอะค่ะ ถ้าใครชอบแนวอภินิหารย้อนยุค เรื่องนี้ใช่สำหรับคุณแน่ๆ



เรื่องที่แปดเป็นภาพยนตร์สุดคลาสสิก เรียกว่าได้ต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ทีเดียวเพราะตัวละครหลายตัวคงเป็น ฮีโร่ของใครๆ หลายคน ใช่แล้วค่ะ...เรากำลังพูดถึงภาพยนตร์ชุด “Star Wars” ซึ่งภาคที่มีชื่อเสียงสุดคงหนีไม่พ้นผลงานกำกับของ George Lucas ในปี 1977 นำแสดงโดย Mark Hamill (ในบทลุค สกายวอร์กเกอร์) และ Harrison Ford (ในบทฮาน โซโล)...เรื่องนี้เต็มไปด้วยนักรบค่ะ แต่เป็นแนวต่างดาวนะคะ อาวุธและท่วงท่าลีลาของแต่ละคนมีชื่อเสียงและทำให้โลกจินตนาการของเด็กๆ ในยุคนั้นบ้าคลั่งกันพอสมควรทีเดียว ถ้าใครเป็นสาวก Ben Obi-Wan Kenobi หรือ Darth Vader คงตกหลุมรักเรื่องนี้อย่างไม่ต้องสงสัย


สองเรื่องสุดท้าย...ลองเปลี่ยนบรรยากาศเป็นนักรบจากภูมิภาคอื่นบ้างดีกว่า เรื่องที่เก้าเป็นผลงานโดดเด่นชิ้นหนึ่งของดาราชายเจ้าบทบาท Tom Cruise ได้แก่ “The Last Samurai” (2003) โดยทอมรับบทเป็นนายทหารอเมริกัน Nathan Algren ที่เดินทางไปญี่ปุ่นและพลัดหลงเข้าไปในหมู่บ้านซามูไร วิถีนักรบและจิตวิญญาณที่แตกต่างทำให้เขามองโลกเปลี่ยนไป และเมื่อหมู่บ้านถูกทำลาย เขาจึงไม่ลังเลจะช่วยเหลือ...เรื่องนี้เป็นผลงานกำกับของ Edward Zwick (Blood Diamond, 2006) ซึ่งนอกจากเนื้อหาดราม่าหนักๆ แล้ว ยังมีเรื่องของวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในช่วงนั้นอีกด้วย ครบรสทีเดียว...ที่สำคัญภาพสวยมากค่ะ


เรื่องสุดท้ายเป็นเรื่องราวนักรบจากบ้านเราเอง วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ในตำนาน วันนี้หยิบมาฝากสองเรื่องคือ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช” (2007) โดยหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล และ “บางระจัน” (2000) โดยธนิตย์ จิตนุกุล...ซึ่งทั้งสองเป็นภาพยนตร์ไทยอิงประวัติศาสตร์เชิดชูวีรกรรมหาญ กล้าของวีรชนชาวไทยในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่สละเลือดเนื้อปกป้องชาติ...ออกแนว ปลุกใจให้รักชาติทั้งสองเรื่อง ที่สำคัญได้ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยเพียบค่ะ

นอกจาก นี้ยังมีเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ ไว้ฤกษ์ดียามดีมาดามจะกลับมาไล่ให้ฟังต่ออีกรอบ สัปดาห์นี้คงต้องขอตัวไปหาหนังดีๆ มาเล่าให้ฟังกันในสัปดาห์หน้า...แล้วพบกันค่ะ

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

 

โหวตข่าวนี้