advertisement

'แจ๊ส' มิสทิฟฟานี่ลั่นบวชไม่ยอมสึก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 พ.ค. 2556 09:02

“พระแจ๊ส” สรวีย์ นัดที มิสทิฟฟานี่ 2009 ยอมเปิดตัวเองในชุดครองผ้าเหลืองยืนยันชัดขอมุ่งหน้าเดินทางธรรม  มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งเพศบรรพชิต  พร้อมประกาศบวชไม่สึก  เผยเหตุที่โกนหัวบวชสละแล้วทางโลก  เพราะต้องการความสงบในชีวิตและทดแทนคุณพ่อแม่

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า มิสทิฟฟานี่ปี 2009 “สรวีย์ นัดที” ที่สร้างตำนานฮือฮาวงการสาวประเภทสอง โดยตัดสินใจพลิกชีวิตเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการกลับใจเป็นชายอีกครั้ง แต่ที่ช็อกวงการที่สุด ก็คือการที่มิสทิฟฟานี่ 2009 ตัดสินใจโกนหัวบวช หันหน้าเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ตัดแล้วซึ่งสิ่งเย้ายวนกิเลสในทางโลก มุ่งสู่ทางสงบหันไปฝักใฝ่ในรสพระธรรม โดยอดีตมิสทิฟฟานี่ได้เปิดเผยตัวเองในชุดครองผ้าเหลือง เป็นการยืนยันชัดเจนว่าได้สละเพศฆราวาส  เดินทางเข้าสู่เส้นทางแห่งธรรม ในเพศบรรพชิตแล้วจริงๆ

ทั้งนี้เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 13 พ.ค.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบพระอุตตมวาทีภิกขุ เจ้าอาวาสวัดเลียบ ที่วัดเลียบ เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา สอบถามเรื่องราวนายสรวีย์ นัดที หรือแจ๊ส ที่ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดแห่งนี้ โดยได้รับฉายา “พระมหาวิริโยภิกขุ” มีความหมายว่า ผู้มีความเพียรยิ่งใหญ่ หลังจากที่ได้ทราบข่าวว่านายสรวีย์มาบวชอยู่ที่วัดแห่งนี้

พระอุตตม วาทีภิกขุ  เปิดเผยที่มาที่ไปของการบวชของพระแจ๊สว่าเมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายสรวีย์ หรือ แจ๊ส ซึ่งเป็นคนชาวจังหวัดสงขลา ได้เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดจริง ซึ่งการเข้าอุปสมบทของพระแจ๊ส ไม่ขัดกับหลักธรรมของพระพุทธศาสนา ทั้งสภาพจิตใจและร่างกายที่ยังเป็นผู้ชายเต็มตัว และมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะขอบวชในการนี้ โดยก่อนหน้านี้นายสรวีย์ หรือพระแจ๊ส พร้อมกับญาติพี่น้อง เดินทางมาติดต่อขออุปสมบท  พร้อมกับขอคำบวชไปท่องปรากฏ ว่านายสรวีย์ สามารถท่องได้อย่างขึ้นใจ ที่สำคัญจากการตรวจร่างกายและจิตใจ ก็พบว่ายังเป็นผู้ชายเต็มตัว ดังนั้นจึงได้นำซิลิโคนออกจากหน้าอก พร้อมกับทำพิธีอุปสมบทให้ แต่หลังจากที่ได้รับการอุปสมบท พระแจ๊ส ยังไม่พร้อมที่จะเผยตัวต่อสื่อมวลชน เนื่องจากมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะศึกษาธรรม  ปฏิบัติ ธรรม  และปฏิบัติตามกิจของสงฆ์  ทางวัดจึงขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย อย่ารบกวนพระแจ๊ส เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระแจ๊สที่ตั้งไว้

เจ้า อาวาสวัดเลียบยังกล่าวอีกว่า จากการพูดคุยกับพระแจ๊ส เจ้าตัวได้บอกว่า ก่อนที่จะตัดสินใจอุปสมบทครองผ้าเหลืองสร้างบุญกุศลให้กับชีวิตและครอบครัว ได้ไปปฏิบัติธรรมมาแล้ว 2 ปี การเข้าอุปสมบทก็ตั้งใจจริงเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่และขอบวชไม่สึก เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ที่สำคัญมีความตั้งใจที่จะบวชตั้งแต่เด็ก แต่ไม่มีโอกาส หลังจากที่ชีวิตผ่านอะไรมามาก โดยเฉพาะการใช้ชีวิตเพศที่3 ในบางช่วงของชีวิตนั้นไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของ ตัวเอง ด้วยความศรัทธาในพระพุทธศาสนา จึงตัดสินใจบวชและจะขอครองผ้าเหลืองตลอดชีวิต หลังอุปสมบท พระแจ๊สได้ปฏิบัติตัวเหมือนพระทั่วๆไป ตามกฎของวัด โดยตื่นขึ้นมาเวลา 04.30 น. ทำวัตรเช้าจนถึงเวลา 05.20 น. จากนั้นเวลา 05.30 น. ก็ออกบิณฑบาต แล้วกลับมากวาดขยะ ทำความสะอาดบริเวณวัด เวลา 07.30 น. ฉันอาหารเช้าและพักผ่อน จากนั้นเวลา 11.00 น. ฉันเพล จนได้เวลา 14.30 น. ไปทำความสะอาดวัดอีกครั้ง และในเวลา 18.00 น. ก็ไปทำวัตรพร้อมญาติโยม ฟังเทศนาธรรมและทำสมาธิ

จากนั้นพระอุตวาทีภิกขุได้เปิดโอกาสให้ผู้ สื่อข่าวเข้ากราบนมัสการพระมหาวิริโยภิกขุ หรือพระแจ๊ส ซึ่งพักอยู่ร่วมกันกับพระรูปอื่น ภายในกุฏิ2 ชั้นในวัด เพื่อขอทราบเรื่องราวเกี่ยวกับการตัดสินใจบวชในครั้งนี้ พระแจ๊สยินดีลงมาพบและพูดคุยกับผู้สื่อข่าว ด้วยความสำรวม แต่ได้ขอบิณฑบาตในการถ่ายรูปและนำเสนอข่าว โดยกล่าวว่าการบวชครั้งนี้ เพื่อต้องการอยู่อย่างสงบไม่ต้องการให้ทางวัดวุ่นวาย หรือทำให้ใครเดือดร้อน เหตุที่ตัดสินใจบวชเพราะเลื่อมใสในพระพุทธศาสนากับเพื่อทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ที่สำคัญเมื่อไม่นานที่ผ่านมาโยมพ่อป่วยด้วยโรคประจำตัว จึงได้เอ่ยคำพูดขึ้นมาลอยๆว่าหากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีอยู่จริง ขอให้โยมพ่อหายจากอาการป่วยทั้งหมดแล้ว จะขอบวชเพื่อรับใช้พระพุทธศาสนา จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับทางโลก หลังจากนั้นโยมพ่อก็มีอาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีสุขภาพแข็งแรง จึงได้นำเรียนโยมพ่อและญาติถึงเรื่องที่เกิดขึ้น หลังปรึกษาหารือแล้วจึงตัดสินใจลาบวช ดังกล่าว และมีความตั้งใจที่จะบวชไม่สึกไปตลอดชีวิต

โหวตข่าวนี้