advertisement

'เคลลี่' สุดทน! ฟ้องพ่อ 'กรีน' ป้องกันสิทธิ์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 พ.ค. 2556 08:18

 

มีกระแสภาพหลุดบนโลกโซเชียล เป็นภาพหลุดสำเนาฟ้องพ่อของ กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ซึ่งคนที่ฟ้องนั้นคือหนุ่ม เคลลี่ ธนะพัฒน์ แฟนหนุ่มของสาวกรีนนั่นเอง ภาพหลุดสำเนาฟ้องที่ออกมาเผยแพร่นั้น ก็เป็นเรื่องจริง เคลลี่เองยอมรับและบอกว่า ได้ส่งไปจริง เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อ 10 เดือนที่แล้ว ทางฝั่งพ่อของกรีนนั้นก็ยังไม่หยุดส่งจดหมายข่มขู่ แถมยังส่งถึงต้นสังกัดช่อง 7 ของเคลลี่ด้วย ทำให้เจ้าตัวดำเนินการทางด้านกฎหมาย แต่สิ่งที่หลายคนสงสัยก็คือ เรื่องนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร เมื่อได้เจอสาวกรีนพร้อมกับเคลลี่มาร่วมงาน 7 สีคอนเสิร์ต ทั้งคู่ก็ได้ออกมาชี้แจงเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมกับทนายว่า

เคลลี่ “มันเป็นเรื่องระหว่างบุคคล 2 คน อย่ามองในเรื่องสถานะ ที่เป็นข่าวทางอินเทอร์เน็ต หรือได้ฟังมา ก็ลืมมันไปเลย เพราะมันไม่มีความจริง แต่ถ้าถามผมว่ามีหมายศาลไหม ก็มีจริงๆ แต่ข้อมูลอื่นๆ ไม่มีความจริงเลย วันนี้ผมได้พาทนายมาด้วย มีอะไรก็จะให้เขาบอกแล้วกัน” ทนาย “คือทางนั้นเขาได้ใช้ทนายส่งหนังสือมาเพื่อข่มขู่ เราก็ต้องป้องกันสิทธิ์ของเรา ทางคุณเคลลี่ก็เลยต้องมีทนายส่งหนังสือไปเหมือนกัน ผมส่งหนังสือให้ไปแล้ว แต่เขาก็ไม่ยอมหยุด ผมก็เลยต้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายนะครับ”  เรื่องมันเกิดมาจากอะไร? เคลลี่ “ขอบอกก่อนว่าที่ทำไป เพราะต้องปกป้องสิทธิ์ของผม เราได้พยายามเจรจากับทางฝ่ายโน้นไปแล้ว เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านมาประมาณ 10 เดือนไปแล้ว ในเวลานั้นผมไม่ได้พูดอะไร เพราะว่ามันเป็นเรื่องภายใน มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเอามาพูด ตอนแรกเราก็กะจะไปตกลงกันโดยดี” ทนาย “ตอนนี้ยังคุยกันไม่ได้ ต้องรอวันที่ 20 พ.ค. ถึงจะไปคุยกันได้ที่ศาลครับ”

เคลลี่ “คือมันมีรายละเอียดเยอะมากครับ เอาไว้ไปฟังกันเต็มๆ ในวันที่ 20 พ.ค. เอาอย่างนี้แล้วกันว่า ผมไม่ลึกซึ้งทางด้านกฎหมาย ผมเข้าใจว่าน้องเขาบรรลุวุฒิภาวะแล้ว มันก็อาจจะมีเรื่องพ่อที่ไม่จริงบ้าง หรืออาจจะมีจดหมายมาข่มขู่ หรือบีบบังคับผม ผมก็ต้องปรึกษาทนาย” ทนาย “คือคุณเคลลี่เขาไม่รู้เรื่องด้านกฎหมายครับ เรื่องของเรื่องคือมันมีหนังสือมา เพื่อจะดำเนินตามกฎหมาย ทางคุณเคลลี่ก็ต้องป้องกันสิทธิ์ของเขา เขาก็เลยมาปรึกษาผม ซึ่งผมก็มีหนังสือไป ได้โทร.คุยกับทนายฝั่งโน้นแล้ว แต่ทางเขาไม่ยอมหยุด เราก็เลยต้องไปดำเนินการที่ศาล เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ของเขา” เคลลี่ “ส่วนเรื่องบาดหมางกันเพราะอะไร อันนี้ผมก็ไม่ทราบรายละเอียดจริงๆ แต่ก็อย่างที่บอกว่า ทางฝั่งเรามีหลักฐาน ผมไม่อยากให้เกิดเหตุแบบนี้หรอกครับ ผมลำบากใจ น้องกรีนก็ลำบากใจเพราะเขาเป็นคนกลาง เขาทุกข์ เสียใจ เขาก็หมดกำลังใจในการทำงานและการเรียน ผมก็ต้องอยู่เคียงข้างเขา ผมเองก็ไมได้หลับไม่ได้นอนเลย เพราะทุกข์ ตัวน้องก็อยู่เคียงข้างผมตลอดเวลาที่เกิดเหตุขึ้น ผมขอร้องว่าอย่าเพิ่งไปตัดสินว่าใครผิดไม่ผิด อยากให้รอรับข้อมูลให้ครบก่อน ผมก็ขอบอกว่ามันเป็นเรื่องระหว่างผมกับทางฝ่ายโน้นไม่เกี่ยวกับน้องเขา”

 

ก่อนหน้านี้ได้คุยกันไหม? ทนาย “เคยคุยกันแล้วครับ แต่เขาไม่หยุด เรื่องมันก็เกือบๆ 10 เดือนแล้ว เราก็ได้จดหมายมาหลายฉบับ ทั้งหมดนี่เราก็ได้ส่งให้ทางผู้ใหญ่ด้วย แต่เราก็ไม่ได้ตอบกลับหรืออะไร ก็มีล่าสุดเราตอบกลับไปที่ทนายของเขา ซึ่งตัวเขาก็ไม่ยอมหยุด ผมก็เลยบอกว่าดำเนินการทางศาลดีกว่า”  กลัวว่าเรื่องจะยาวกว่านี้ไหม? เคลลี่ “ไม่ครับ ผมถือว่าเราผู้ใหญ่กันแล้ว เราก็น่าจะไปคุยหรือตกลงกันได้ ก็อย่างที่บอกว่า มันมีเหตุผลที่ทำไมจะต้องถึงศาล ก็เพราะว่ามันเป็นกฎหมาย ผมได้รับจดหมายมาจากทนาย ซึ่งมันมีเรื่องของกฎหมายมาเกี่ยวข้อง ผมไม่ได้เรียนกฎหมายมา ผมเลยจำเป็นต้องปรึกษาทนาย ผมพูดไว้เลยว่า สิ่งที่ต้องการไม่ได้เกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทอง แต่ผมต้องการให้เขาหยุดและขอโทษ เพราะได้มีจดหมายไปถึงทางช่อง 7 ถึงบริษัทอื่นๆ ที่ผมได้เคยร่วมงาน ถ้าเกิดตอนนี้เขาบอกผมว่าจะหยุด จะขอโทษแบบไหนก็ได้ ผมก็จะจบเรื่องเหมือนกัน ผมก็อยู่วงการนี้มา 10 กว่าปี กว่าจะสร้างผลงาน กว่าจะมีชื่อเสียง มันไม่ใช่ง่ายๆ ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ได้มีเรื่องเสียหาย แต่วันหนึ่งก็มีเหตุอย่างนี้เกิดขึ้น ซึ่งมีเรื่องกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมก็ต้องป้องกันสิทธิ์ของตัวเอง แต่การที่ผมปกป้องสิทธิ์ของผม มันก็เท่ากับเอาชื่อเสียงที่ผมทำ มาเสี่ยงซึ่งมีแต่เสียกับเสีย แต่ผมก็เชื่อในความดี เชื่อในพระเจ้า เชื่อในความรัก ผมถึงต้องมาทำแบบนี้”

 

กรีนได้คุยกับคุณพ่อบ้างหรือยัง? “ยังเลยค่ะ กรีนได้ทำงานกับเรียนอย่างเดียว ก็เลยยังไม่มีโอกาสได้คุยกับคุณพ่อ ก็ลำบากใจมากๆ ค่ะ แต่ถ้าจะให้กรีนพูด กรีนก็อยากให้ทุกคนให้โอกาสกันและกันมากกว่า คือเรารักกัน แต่อาจจะมีการสื่อสารที่ไม่เข้าใจกันแค่นั้นเอง ถ้าเกิดให้โอกาสและลองหันมาคุยกัน กรีนว่ามันน่าจะดีกว่า กรีนขอร้องเลยว่าอย่าทำแบบนี้ หยุดสักทีแบบที่พี่เคลลี่บอกค่ะ ไม่ได้เข้าข้างใคร แต่อยากให้โอกาส ให้โอกาสพี่เคลลี่ ให้โอกาสกรีนและตัวเขาเองด้วย ถามว่าจะบั่นทอนความสัมพันธ์ไหม คงไม่มีปัญหาค่ะ” เคลลี่ “คืออย่างที่บอกว่า เราต้องการคุยจริงๆ ครับ ถ้าเขาหยุดเราก็จบ ถามว่าเป็นเรื่องใหญ่ไหม มันก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่ขนาดที่ผู้ใหญ่ 2 คนไม่สามารถมานั่งตกลงกันได้ มันก็ไม่เหนือบ่ากว่าแรงที่เราจะออกมานั่งคุยกัน”

ถ้าเกิดคุณพ่ออยากให้เคลลี่กับกรีนเลิกกันล่ะ? เคลลี่ “เรื่องนี้ผมก็คุยกับกรีนแล้วว่า ถ้าเกิดมีทางเลือกแค่ทางนี้ ก็ต้องเข้าใจว่าคนเรา 2 คน กว่าจะได้มาเจอกัน กว่าจะมารักกัน มันไม่ใช่เรื่องง่าย อยู่ดีๆ จะมาให้เลิกกันมันก็ลำบาก การที่เราจะเลิกกันผมว่ามันเป็นสิทธิ์ของคน 2 คนไม่ใช่ให้ใครมาบีบบังคับ ไม่อย่างนั้นก็อาจจะเสียใจไปตลอดชีวิตก็ได้” กรีน “เรื่องนี้ให้มันเกิดขึ้นก่อน แล้วกรีนจะตอบดีกว่าค่ะ เรื่องนี้ก็ยังไม่ได้คุยกับคุณแม่เลยค่ะ ตอนนี้ก็ทำแต่งาน ด้วยละครที่กำลังออนแอร์อยู่ ก็แทบจะไม่มีเวลาแล้วค่ะ จริงๆ ข่าวนี้ไม่ได้รู้เรื่องจากครอบครัวด้วยซ้ำ แต่ได้รู้จากพี่ๆ เขามาบอกถึงได้ตกใจค่ะ ตัวกรีนเองก็อยากให้เรื่องนี้จบลงด้วยดีทุกฝ่ายและไม่ยืดเยื้อไปมากกว่านี้ค่ะ” กรีนออกมาให้ข่าวกับฝั่งนี้ หวั่นคุณพ่อไม่พอใจไหม? กรีน “ถึงกรีนไม่ให้สัมภาษณ์ กรีนก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น แต่ข่าวมันออกมาแล้ว คนที่อยู่ใกล้นักข่าวมากที่สุดก็คือกรีนกับพี่เคลลี่ที่สามารถออกมาพูดได้ กรีนก็รักทั้งคู่แต่มันก็ต้องอยู่บนความถูกต้อง” หลายคนอาจจะมองว่าเราอกตัญญู? กรีน “กรีนคงห้ามคนมองไม่ได้ แต่กรีนพูดความจริง และกรีนก็รักครอบครัวค่ะ” เคลลี่ “ผมถึงได้บอกว่า อยากให้มันเป็นเรื่องของผมและฝ่ายโน้นมากกว่า อย่าเอาน้องเขาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย เพราะเขาก็ลำบากใจพอแล้วครับ ถ้าเกิดว่ามีทางเลือกทางอื่น ผมก็คงเลือกทางนั้นไปแล้ว ที่เป็นแบบนี้เพราะผมคิดว่ามันไม่มีทางอื่นแล้ว ก็ไม่รู้จะไปทางไหนแล้วครับ ก็มึนเหมือนกันว่าจะทำยังไงดี”.

 

โหวตข่าวนี้