advertisement

'ตู่' โหมงานหนักเมคมันนี่ แพลนไม่เกิน3ปีแต่ง 'นุช'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ค. 2556 00:01

คอลัมน์ "เทรนดี้" โดย "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" คุยกับนักร้องเสียงอบอุ่น "ตู่-ภพธร" ถึงการเป็นโค้ชในรายการ "เดอะ วอยซ์ คิดส์" เป็นครั้งแรก พร้อมทั้งอัพเดตถึงผลงานอื่นๆ รวมถึงเรื่องเลิฟๆ กับ "นุช-นุชนันท์" กับแพลนวิวาห์อีกไม่เกิน 2-3 ปีนี้...

ปกติแฟนๆ ของนักร้องเสียงอบอุ่น ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ จะได้เห็นบทบาทของเจ้าตัวในภาพนักร้องคุณภาพมาตลอด แม้บางครั้งจะหันไปทำงานแสดงบ้างก็ตาม แต่ล่าสุดหนุ่มตู่โดดรับหน้าที่โค้ชประจำรายการการประกวดร้องเพลง "เดอะ วอยซ์ คิดส์" (The Voice Kids) ประเทศไทย ทางช่อง 3 พร้อมกับ 2 นักร้องสาว ปาน-ธนพร แวกประยูร และ ซานิ-นิภาภรณ์ ฐิติธนการ หรือซานิ เอเอฟ 6 ซึ่งกำลังขับเคี่ยวการแข่งขันอย่างเข้มข้นในเวลานี้ คอลัมน์ "เทรนดี้" โดย "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" เลยชวนหนุ่มตู่มาพูดถึงอีกหนึ่งบทบาทการทำงานครั้งใหม่ของเขา พร้อมทั้งอัพเดตผลงานอื่นๆ รวมถึงเรื่องเลิฟๆ กับแฟนสาว นุช-นุชนันท์ อรัณยะนาค ว่าใกล้จะมีข่าวดีให้ได้ยินรึยัง?! อิอิ


Q : ถามถึงการแข่งขันรายการ "เดอะ วอยซ์ คิดส์" ได้มาเป็นโค้ชให้น้องๆ ผู้เข้าแข่งขันเป็นยังไงบ้าง?
A : สนุกดีครับ ตอนแรกก็คิดว่ามันน่าจะยากและก็คิดว่าจะไม่ทำเพราะว่ากังวลว่าเอ๊ะ เราจะทำได้รึเปล่า อีกอย่างก็คือกลัวกับเรื่องการคัดเด็กออก เลือกเขาเข้ามาแล้วคัดออกด้วยตัวเอง กลัวทำใจไม่ได้ครับ แต่ท้ายสุดพอได้ดูเทปของเมืองนอกแล้ว และได้ฟังตัวอย่างของเสียงเด็กเมืองไทยแล้วก็รู้สึกว่าน่าทำ เด็กเก่งๆ เยอะมาก เรามองว่าเป็นโอกาสของเราที่จะช่วยเด็กๆ ด้วยครับ


Q : เตรียมตัวยังไงบ้างกับการทำงานครั้งนี้?
A : ก็ดูเทปของทั้งผู้ใหญ่ทั้งเด็ก ดูทั้งของเมืองนอกและไทยค่อนข้างเยอะ และก็เตรียมร่างกายให้พร้อม สมาธิเราต้องดี เราขึ้นไปนั่งฟังบนเก้าอี้วันหนึ่งหลายๆ คน เราก็ต้องใช้หัวเราเยอะมาก ต้องรู้สึกเฟรชตลอดเวลาครับ

Q : จากที่เราร้องเพลงให้คนอื่นฟังมาตลอด ตอนนี้ต้องมานั่งฟังคนอื่นร้องเพลง แตกต่างยังไงบ้าง?
A : ก็แตกต่างครับ เหมือนผมเองเคยคุมศิลปินร้องในห้องอัด เคยทำงานเบื้องหลังแบบนั้น ซึ่งเราก็ฟังอะไรมาค่อนข้างเยอะ คือตอนนั้นเป็นเหมือนโปรดิวเซอร์มากกว่าครับ เราก็อาจจะมีประสบการณ์ด้านนี้ประมาณหนึ่งครับ ก็ได้ใช้ตรงนั้นเยอะพอสมควร แต่พอมาทำรายการนี้จริงๆ ก็ยากนะ ด้วยเสียงคนดู เด็กร้องขึ้นมาเสียงคนดูกรี๊ดกร๊าด เราไม่ได้ยินเด็กบ้าง เราฟังมาหลายคนแล้วบางทีมันมีหลายๆ อย่างแล้วด้วยกรรมการแบบนี้ไม่เหมือนกรรมการทั่วไปที่ฟังแล้วเก็บคะแนนแล้วจดและตัดสินรวม คือคนไหนพลาดแล้วก็พลาดเลย เด็กมีโอกาสครั้งเดียว ถามว่ามีกลับบ้านไปนั่งคิดไหมว่าทำไมไม่เลือกคนนั้นคนนี้ก็มีครับ คือช่วงถ่ายรายการนี่คือบางทีคนอื่นคุยกับผมไม่ค่อยรู้เรื่องครับ เพราะผมนั่งเหม่อเยอะมาก ถ่ายเสร็จกลับบ้านไปก็ยังอยู่ในหัวว่าเสียดายบ้าง สงสารบ้าง และก็คิดถึงวันต่อๆ ไปครับ ก็เครียดครับ บางวันเครียดเป็นวันก่อนจะถ่ายเลยครับ

 


Q : พอรายการออกไปแน่นอนว่าอาจจะมีขัดใจคนดูว่าทำไมไม่เลือกคนนั้นคนนี้ เราเตรียมรับตรงนี้มากน้อยแค่ไหน?
A : ในช่วงเวลานั้นก็มีบ้างที่รู้สึกว่าบางคนเราพลาดที่ไม่ได้เลือกเขา คือเราวางแผนของเราไว้ว่าเราอาจจะไม่เอาเพิ่มแล้ว ให้อีก 2 คนดีกว่าถ้ามีเด็กเก่ง คือเราชอบมากแต่เราไม่ได้กด เราก็ปล่อยและหวังว่าโค้ชอีกคนได้ยินเหมือนเราแล้วกด แต่เขาไม่กด แต่ที่เราไม่กดเราก็มีเหตุผลของเรา เหมือนที่เขาชอบถามว่าชอบแล้วทำไมไม่กด ถามว่าถ้าคนดูด่าเราจะทำยังไง คือท้ายสุดแล้วผมพยายามทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด แฟร์ที่สุด ผมเลือกทุกอย่างตามเนื้อผ้าจริงๆ บางทีก็มีความชอบส่วนตัวว่าคนนี้สุดยอดแล้ว ทำอะไรได้อีกเยอะ แต่พอมาถึงเวลาแข่งบนเวทีนี้จริงๆ เราก็ตัดสินจากการแสดงของเขาตรงนี้จริงๆ ถ้าคนนี้ซ้อมดีแต่พอขึ้นมาทำได้ไม่ดี เราก็เลือกเขาไม่ได้ เราก็เลือกทุกอย่างตามเนื้อผ้าครับ ดังนั้นเราไม่รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เราทำไปแล้วครับ เพราะเราทำดีที่สุดแล้วครับ

Q : ได้มาร่วมงานกับปาน-ธนพร และซานิ เอเอฟ 6 เป็นไงบ้าง?
A : สนุกดีครับ จริงๆ ไม่เคยได้ทำงานร่วมกันจริงจังขนาดนี้ ทุกคนก็น่ารัก พี่ปานก็ไม่ได้ดุอย่างที่ทุกคนเห็น ซานิก็ไม่ได้บ้าบอตลอดเวลา (ยิ้ม) เขาก็มีโมเม้นต์จริงจังของเขา แต่เวลาอยู่กับผู้หญิง 2 คนแล้วเราเป็นผู้ชายคนเดียวเขาก็จะมีเม้าท์จุกจิกกันนิดนึง แล้วเราก็จะนั่งนิ่งปลีกวิเวก ไม่ก็ไปนั่งคุยกับพี่กบ (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) แทนครับ


Q : คาดหวังกับรายการนี้ยังไงบ้าง?
A : ผมว่าด้วยตัวเด็กเอง ด้วยฟอร์แมตของรายการ ทำให้ทุกคนอินไปกับมัน ถ้าได้ดูเทปที่เราถ่ายสักเทปหนึ่งก็จะรู้สึกว่าน่าติดตาม เพราะมันคือเด็กที่เก่ง แล้วมันเป็นความลุ้นว่าเราจะเลือกหรือไม่เลือกครับ

Q : แล้วผลงานอื่นๆ ตอนนี้ทำอะไรบ้าง?
A : ตอนนี้เร่งทำเพลงครับ แล้วก็กำลังจะมีคอนเสิร์ต "เล็ก จน เวอร์" ซึ่งจะจัดในวันที่ 7 พ.ค. นี้ ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี และก็จะมีคอนเสิร์ต Over Love Music ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 4 พ.ค.นี้ ที่ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค พัทยา คอนเสิร์ตกำลังใจ และก็มีอะไรอีกหลายอย่างมากครับ เลยทำให้ปลีกเวลามาทำงานเพลงได้ค่อนข้างน้อยครับ แต่พยายามทุกช่วงที่มีเวลาว่างก็จะทำเพลงครับ ก็จะเป็นออกอัลบั้มแบบ EP ครับ เรื่องการแบ่งเวลาตอนนี้ยังแบ่งไม่ค่อยได้ (หัวเราะ) แต่ก็สลับคิวกันไปครับ ก็นอนน้อยครับ บางทีก็นอน 3-4 ชม.ครับ แต่ตอนที่ผ่านวันยุ่งๆ ไปก็พยายามค่อยๆ เก็บกลับมาครับ (ยิ้ม)


Q : ปกติเราแพลนไว้ไหมว่าปีหนึ่งจะมีลิมิตในการรับงานรับคอนเสิร์ตไหม?
A : ไม่มีครับ รับให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะรับได้เลยครับ (ยิ้ม)

Q : เมคมันนี่เยอะแบบนี้จะเก็บเงินไว้แต่งงานเหรอ?
A : ประมาณนั้นครับ (หัวเราะ) ถามว่าแสดงว่ามีแพลนเร็วๆ นี้รึเปล่าก็ไม่หรอกครับ แต่ก็พยายามสร้างครับ ถามว่ามีคิดไว้ไหมว่ากี่ปีก็คง 2-3 ปีครับ ก็คิดว่าไม่น่าจะเกินนี้ครับผม

Q : มีคิดไว้ไหมว่างานแต่งงานที่อยากได้เป็นแบบไหน?
A : ไม่ได้คิดครับ (หัวเราะ) ยังไม่คิดถึงขนาดนั้นครับ อาจเป็นเพราะเราเป็นผู้ชายมั้งเลยยังไม่ได้คิดถึงขั้นหาธีมงาน ถามว่าได้ถามแฟนไหมก็ยังไม่ได้ถาม เดี๋ยวไว้ใกล้ๆ ค่อยถามแล้วกัน (หัวเราะเขิน) กับนุชก็คบกันมา 3 ปีแล้วครับ


Q : เคยคุยกับนุชแบบจริงจังถึงแพลนชีวิตครอบครัวในอนาคตไหม?
A : ผมว่าทำให้ชีวิตตอนนี้ของเรารู้สึกว่ามั่นคงด้วยงานก่อน แล้วก็สามารถดูแลนอกจากแฟนเราเองและครอบครัวเรา ครอบครัวเขา คิดว่าถ้าถึงในจุดนั้นแล้วค่อยวางแผนเรื่องอื่นครับ

Q : ช่วงนี้งานค่อนข้างเยอะ แฟนเราเข้าใจไหม?
A : เข้าใจครับ เพราะบางทีเขาก็แวะมาหาบ้าง ถามว่าช่วงนี้เจอกันบ้างไหมก็เจอกันตลอด บางทีเขาทำงานแล้วเขาแวะมาได้ และเขามีส่วนที่ช่วยเราด้วยครับ

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement