advertisement

แม่'ฮาเวิร์ด'ร้องสตม. ขอความเป็นธรรม ลูกถูกแบล็กลิสต์

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 26 เม.ย. 2556 16:19

แม่ "ฮาเวิร์ด หวัง" ยื่นหนังสือร้องเรียนกับ ผบช.สตม. แจงลูกชายถูกขึ้นบัญชีดำ พร้อมชูแผ่นป้าย "ขอความเป็นธรรม ฮาเวิร์ด ไม่ใช่บุคคลอันตราย" ด้าน "พล.ต.ท.ภาณุ" ชี้นายแบบหนุ่มมีคดีติดตัวถึง 3 คดี...

กรณีนายฮาเวิร์ด หวัง หรือ วิลลี่ หวัง หรือหวัง ซือฮาว อายุ 28 ปี ชาวไต้หวัน นายแบบและอดีตนักร้องวงไจแอนท์ ถูกขึ้นชื่อบัญชีดำเป็นบุคคลต้องห้ามเข้าประเทศไทย กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สตม. ควบคุมตัว ก่อนที่พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ทำเรื่องขออายัดตัวคดี “บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน” บ้านพักของนางแบบสาว เอมี่ มิสแม็กซิม 2012 ก่อนที่นางจูลี่ ชู มารดาของฮาเวิร์ด จะยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว โดยศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นคนต่างด้าว เกรงว่าจะหลบหนี

ต่อมาเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 เม.ย. ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นางจูลี่ ชู อายุ 62 ปี แม่ของนายฮาเวิร์ด หวัง เดินทางมาที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนกับ พล.ต.ท.ภาณุ เกิดลาภผล ผบช.สตม. ให้ชี้แจงที่ลูกชายถูกขึ้นบัญชีดำ โดยนางจูลี่ สวมชุดสีขาว และโพกผ้าสีขาว พร้อมกับชูแผ่นป้าย มีข้อความว่า “ขอความเป็นธรรม ฮาเวิร์ด ไม่ใช่บุคคลอันตราย” พร้อมยื่นหนังสือมีใจความ 2 เรื่อง คือ ยืนยันว่าหนังสือเดินทางเป็นนักท่องเที่ยวเป็นของจริง และสอบถามเหตุที่ สตม. ถูกขึ้นบัญชีดำ

นางจูลี่ เปิดเผยพร้อมน้ำตาว่า ช่วงเช้าวันนี้ (26 เม.ย.) เดินทางไปที่สถานทูตไต้หวัน เพื่อตรวจสอบเอกสารการเดินทางของลูกชายว่าถูกต้องหรือไม่ ผลการตรวจสอบพบว่า ถูกต้อง จึงได้มาที่ สตม. พร้อมยื่นหนังสือชี้แจ้งว่าการที่ทาง สตม. ขึ้นบัญชีดำลูกชาย เป็นเหมือนการตีตราลูกชาย มีโทษความผิดที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ อยากทราบเหตุผลที่แท้จริง จากนี้ลูกชายอาจต้องหมดอนาคตในเรื่องการทำงาน ตนรู้สึกเสียใจและสงสารลูกชายมาก ที่ไม่มีเจตนาทำร้ายใครทำไปตามประสาวัยรุ่น ที่มีความคึกคะนองตามวัย ตามเพื่อนฝูงเท่านั้น เพราะมีนิสัยเป็นคนร่าเริงรักเพื่อนฝูง ส่วนคดีที่เกิดขึ้นเป็นคดีเล็กน้อย แต่ไม่เคยทราบมาก่อนว่า ลูกชายติดบัญชีดำ เนื่องจากไม่มีเอกสารหรือจดหมายแจ้งให้ทราบมาก่อน สำหรับการเปลี่ยนชื่อใหม่นั้น เพราะญาติเตือนในเวลา 2 ปีที่ผ่านมา มีแต่เรื่องไม่ดีเกิดขึ้น น่าจะมีเคราะห์จึงต้องเปลี่ยนชื่อตามความเชื่อ

แม่นายแบบหนุ่ม เผยต่อว่า ลูกชายเดินทางมาเมืองไทยเนื่องจากมาเที่ยวพักผ่อนตามเทศกาล โดยหลังจากนี้จะเดินทางกลับบ้านทันที แต่ถูกดำเนินคดีเสียก่อน อยากร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความเป็นธรรม เหตุที่เกิดขึ้นตนรู้สึกช็อกมาก ที่ลูกชายต้องโทษคุมขังภายในเรือนจำ แต่เชื่อว่าสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำ ลูกชายไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากเคยรับการเกณฑ์ทหารมาแล้ว แต่เป็นห่วงสภาพจิตใจมากกว่า ว่าจะรับเรื่องดังกล่าวได้หรือไม่ หลังจากนี้ตนจะเดินทางไปเยี่ยมลูกชายที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพต่อ

ด้าน พล.ต.ท.ภาณุ เผยว่า นางจูลี่ มายื่นหนังสือต่อที่ สตม. เนื่องจากอยากทราบสาเหตุว่า ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องขึ้นบัญชีดำต่อลูกชาย โดยสาเหตุที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินคดีดังกล่าวนั้น เนื่องจากผู้ต้องหาเคยก่อคดีอาญาในประเทศไทยมาแล้ว 3 คดี ประกอบไปด้วย คดีทำร้ายร่างกาย ท้องที่ สน.ทองหล่อ ถูกศาลแขวงพระนครใต้ พิพากษาจำคุก 1 เดือน ปรับ 2 พัน และรอลงอาญา อีกคดีเสพเมทแอมเฟตามีน ศาลจังหวัดตลิ่งชัน พิพากษาจำคุก 3 เดือน ปรับ 5 พัน ให้รอลงอาญา 2 ปี และคดีมีกัญชาไว้ในความครอบครอง ศาลอาญาพิพากษาจำคุก 1 เดือน 15 วัน ปรับ 1,500 บาท รอลงอาญา 2 ปี เป็นเหตุให้มีชื่ออยู่ในบัญชีดำ ชี้แจ้งว่ากระบวนการขึ้นชื่อบัญชีดำ มีขั้นตอนที่แน่ชัดเป็นไปตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พศ. 2522 มาตรา 12 อนุ 7 ต้องตั้งคณะกรรมการเพื่อทำการตรวจสอบพิจารณา หากผู้ต้องหาใดที่มีพฤติกรรมที่เป็นภัยต่อสังคม หรือเป็นภัยต่อความมั่นคงในราชอาณาจักไทย ทาง สตม. จะต้องดำเนินการผลักดันกลับออกนอกประเทศทุกราย

ผู้สื่อข่าวสอบถาม พล.ต.ท.ภาณุ ว่าเหตุใดเจ้าหน้าที่จึงให้ตัวนายแบบหนุ่มเดินทางเข้ามาในประเทศ ผบช.สตม. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นน้อยครั้ง เนื่องจากผู้ต้องหาได้มีการเปลี่ยนชื่อ และหนังสือเดินทางใหม่ ซึ่งระบบการตรวจสอบของประเทศไทยนั้นจะทำการตรวจสอบเพียงชื่อ และเล่มหนังสือเดินทางเท่านั้น ต่างจากในบางประเทศที่มีเทคโนโลยีสูง จะมีระบบการตรวจสอบลายนิ้วมือ ยืนยันตัวบุคคลก่อนเข้าประเทศมาตรวจสอบ ส่วนที่ญาติติดใจ สาเหตุขึ้นบัญชีดำ เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นบุคคลมีชื่อเสียง คนในสังคมรู้จัก อาจเเป็นแบบอย่างที่ไม่ดี ซึ่งถือว่าเป็นภัยต่อสังคม

ด้าน พ.ต.อ.ชาติชาย เอี่ยมแสง รองผบก.สส.สตม. กล่าวว่า มีการประสานไปยังสถานทูตไต้หวัน เพื่อตรวจสอบหนังสือเดินทางของนายฮาเวิร์ด ว่าถูกต้องหรือไม่ หากตรวจสอบพบเอกสารเดินทางไม่ถูกต้องจะเข้าข่ายการปลอมแปลงเอกสาร และถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามกระบวนการต่อจากนี้เป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ในการดำเนินคดี เนื่องจากขออายัดตัวไป จะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับ สน.ลาดพร้าว เป็นผู้ดำเนินการ เมื่อเสร็จสิ้นถึงจะเป็นไปตามกระบวนการผลักดันของ สตม. เบื้องต้นจากการประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศไต้หวัน ทราบว่านายแบบหนุ่มอ้างว่าหนังสือเดินทางหาย จึงขอทำหนังสือเดินทางใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น หวัง ลี่ จิง

โหวตข่าวนี้