advertisement

'ยากยิ่งนัก'...เมื่อถึงจุดที่ต้องเอ่ยคำลา

โดย Old Melody 24 เม.ย. 2556 07:00

ย้อนหลังไปเมื่อราว 30 ปีก่อน นอกจากเสียงเพลงของ "วงแกรนด์เอ็กซ์" แล้ว ก็มี "วงชาตรี" นี่ล่ะครับ ที่ถือว่ามีอิทธิพลต่อการฟังเพลงของผู้เขียนเป็นอย่างมาก 

แม้ว่าชาตรีจะไม่ใช่วงดนตรีแรกที่ผู้เขียนรู้จัก แต่ก็ถือว่าบทเพลงของชาตรีเป็นปัจจัยสำคัญร่วมกับบทเพลงของแกรนด์เอ็กซ์ ที่ทำให้ผู้เขียนหันมานิยมชมชอบบทเพลงแนวสตริง จากเดิมที่จะได้ยินก็แต่ สุรพล สมบัติเจริญ หรือลูกกรุงอย่าง ชรินทร์ นันทนาคร, สุเทพ วงศ์กำแหง, ธานินทร์ อินทรเทพ ที่พ่อผู้เขียนเปิดฟังเป็นประจำ

นอกจากนี้ ชาตรี ยังทำให้ผู้เขียนต้องไปไล่ย้อนฟังเพลงของ ดิ อิมพอสซิเบิ้ล วงสตริงคอมโบรุ่นบุกเบิก และรุ่นถัดมาอย่าง ดิ อินโนเซ้นท์ และ แมคอินทอช เป็นต้น

จำได้ว่าเมื่อก่อนนี้หลงเข้าใจผิดอยู่ตั้งนานว่า วงชาตรีมีนักร้องเพียงคนเดียว จนได้ดูคอนเสิร์ตเวทีโลกดนตรีเลยถึงบางอ้อ ว่ามี 2 คน คือ นราธิป กาญจนวัฒน์ และ คฑาวุธ สท้านไตรภพ ซึ่งทั้งคู่นั้นมีโทนเสียงที่คล้ายคลึงกันอย่างมาก ชนิดที่ว่าหากไม่ตั้งใจฟังหรือฟังผิวเผิน อาจแยกไม่ออกว่าใครเป็นคนร้อง แถมหน้าตาของทั้งคู่ยังมีส่วนละม้ายกันอีก ขณะที่ลีลาการร้อง ก็ยังมีการดัดเสียงให้ออดอ้อนออเซาะ หวานซึ้ง จนสาวๆ ฟังแล้วใจแทบละลาย ชนิดที่ยากจะลอกเลียนแบบได้ เนื้อเพลงส่วนใหญ่เป็นเพลงรักวัยรุ่นตามยุคสมัย รังสรรค์ขึ้นเองหมด ทั้งคำร้อง ทำนอง เรียบเรียง ทำดนตรีเอง

แม้ว่าหลายต่อหลายเพลงจะมีการนำทำนองมาจากเพลงสากล ทั้งเพลงฝรั่ง จีน หรือญี่ปุ่น มาเขียนใหม่ใส่เนื้อร้องไทยเข้าไป แต่สมัยนั้นหลายๆ วงก็นิยมทำเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น ดิอิมฯ รอยัลสไปรท์ แม้กระทั่งคาราวาน คาราบาว และทั้งหมดที่ว่ามาต่างก็ทำออกมาได้เป็นอย่างมีเสน่ห์ชวนฟัง ไม่รู้สึกว่าขัดเขินแต่ประการใด

11 ปีที่ชาตรีโลดแล่นอยู่ในวงการเพลงบ้านเรา คือปี 2518-2528 ได้สร้างสิ่งที่ควรค่าแก่การเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ และมีผลงานเพลงที่ไพเราะเป็นอมตะมากมาย ไล่เลียงตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึงอัลบั้มสุดท้าย อาทิ "จากไปลอนดอน" ซึ่งเป็นเพลงแจ้งเกิดของวงชาตรี "แฟนฉัน" เพลงเอกในอัลบั้มที่ 2 แฟนฉัน (2519) เพลงอารมณ์สนุกๆ ภาษาง่ายๆ ซื่อๆ แต่ฟังแล้วโดนใจและติดหู มีนักร้องหลายคนนำมาร้องใหม่ ซึ่งความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน ไม่มีใครทำได้ใกล้เคียงกับต้นฉบับเลย

"สวัสดีคุณครู" เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง สวัสดีคุณครู (2519) ซึ่งหนังเรื่องนี้ แจ้งเกิด จารุณี สุขสวัสดิ์ อดีตนางเอกหมายเลขหนึ่งของวงการหนังไทยด้วย เพลง "พยานรัก" เพลงรักที่สุดหวานซึ้ง "รักครั้งแรก" (2523) เพลงระดับตำนาน ในอัลบั้มที่ 7 ของวงเป็นอัลบั้มสร้างชื่อสูงสุดให้กับชาตรีด้วย ทำยอดขายเทปถล่มทลายเกินกว่า 1 ล้านตลับ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ใน พ.ศ.นั้น "บทเรียนรัก", "ยากยิ่งนัก" 2 เพลงไพเราะอมตะ ในอัลบั้มเดียวกัน ซึ่งทั้ง 3 เพลงนี้ เขียนเนื้องเพลงโดย ด.ญ.วันทนา วุฑากร นักเรียนชั้น ม.1 จากโรงเรียน มาแตร์เดอี ที่ขณะนั้นมีอายุเพียง 13 ปี

"สัญญาใจ" เพลงเอกชื่อเดียวกับชื่ออัลบั้มที่ 8 (2524) ที่แต่งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ความรักให้กับ "เหมา" ประเทือง อุดมกิจนุภาพ มือเบสที่แต่งงานกับสาวหาดใหญ่ จึงไม่แปลกที่เนื้อเพลงจะขึ้นต้นว่า "ไปหาดใหญ่คราวนั้นฉันยังจดจำ คำที่เคยสัญญาให้ไว้สองเรา..." เพลง "อย่าลืมฉัน", "รักเพียงเธอ" ในอัลบั้ม ชะตารัก (2524) "รักที่เธอลืม", "รักที่เฝ้ารอ" และ "พายุรัก" ในอัลบั้ม รักที่เธอลืม (2526) และ "อธิษฐานรัก" เพลงในอัลบั้มสุดท้าย อธิษฐานรัก (2528) ที่คลอดออกมาในวันวาเลนไทน์ปีนั้นด้วย

"อธิษฐานรัก" นี้เป็นเพลงที่ผู้เขียนค่อนข้างชื่นชอบอย่างมาก นราธิป ผลัดกันร้องคนละท่อนกับ คฑาวุธ คร่ำครวญ โหยหาได้อย่างถึงอารมณ์ เพลงนี้ใครอยู่ในห้วงความรัก ไม่ว่าจะรักที่สมหวังหรือผิดหวัง รับรองว่า "อิน" ซึ่งเพลงนี้ยังถูกขับร้องบนเวทีลานโลกดนตรีในวันที่ชาตรีประกาศยุบวง 5 พ.ค. 2528 ด้วย ผู้เขียนนั่งดูทางทีวีกล้องแพนไปเห็นแฟนเพลงหลายคนน้ำตาคลอหน่วยไปจนถึงไหลพรากๆ กันเลยทีเดียว

เพลงที่จะนำมาให้ฟังกันใน "ฟังเพลงเก่า เล่าความหลัง" ตอนนี้ คือเพลง "ยากยิ่งนัก" ในอัลบั้มรักครั้งแรก (2523) ถือเป็น signature เพลงหนึ่งของชาตรีก็ว่าได้ เป็นอีกเพลงผู้เขียนชื่นชอบอย่างมาก ทุกวันนี้ก็ยังเปิดฟังอยู่เรื่อยๆ ท่วงทำนอง และคำร้องไพเราะมาก โดยทำนองนั้นนำมาจากเพลงญี่ปุ่น ชื่อว่า Haru no otozure ขับร้องโดย Koyanagi Rumiko ครับ

"…ยากยิ่งนัก ที่จะบ่นเพ้อ อยากบอกเธอ ทุกคำจากใจ
ไกลสุดไกล ที่แห่งใดไร้ค่า เปลี่ยวเหงาใจ ไม่มีเธอ
เอ่ยคำลา ว่าจะกลับมาเร็ววัน เพื่อพบกัน ใจมั่นสัญญา

ความจริงใจที่มี ดั่งราตรีมีเพียงแสงจันทร์
มีดังแสงตะวันมั่นขอบฟ้า
มอบร่างกาย จิตใจเป็นประกัน
ด้วยชีวัน ของฉันเพื่อเธอ

วันสุดท้าย ที่เราได้พบ ไม่เคยลบ หรือเลือนจากลา
ตาสบตา บอกความหมายล้นค่า ทั้งน้ำตา ของเธอที่หลั่งริน

ตัวอักษร จำได้เสมอ ขอบใจเธอ ที่ยังห่วงใย
คำว่ารัก อักษรา ค่ายิ่งใหญ่ โปรดเห็นใจ ฉันเช่นกัน
เอ่ยคำลา ว่าจะกลับมาเร็ววัน
เพื่อพบกัน ใจมั่นสัญญา

ความจริงใจที่มี ดั่งราตรีมีเพียงแสงจันทร์
มีดังแสงตะวันมั่นขอบฟ้า
มอบร่างกาย จิตใจเป็นประกัน
ด้วยชีวัน ของฉันเพื่อเธอ

คิดถึงฉัน สักวันละนิด อย่างฉันคิด ถึงเธอเรื่อยมา
ไม่เคยลืม สิ่งสุดท้าย ให้สัญญา รีบกลับมา พบเธออย่างคำ..."



ความโด่งดังเป็นตำนานของชาตรีนั้น นอกจากการทำเพลงออกมาโดนใจแฟนเพลง ทำนองง่ายๆ แต่ไพเราะติดหูง่าย แม้ภาษาของเนื้อเพลงจะไม่สละสลวยเหมือนหลายๆ เพลงของศิลปินในอดีตและปัจจุบัน แต่ก็เป็นภาษาซื่อๆ ที่โดนใจผู้ฟังเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งกาลเวลาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ชื่อเสียงของวงชาตรี ยังคงอยู่คู่วงการไทยมาจนถึงทุกวันนี้

...สัจธรรมของชีวิตข้อหนึ่ง คือ มีพบก็ต้องมีจาก แต่การจากนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะทำใจยอมรับได้โดยง่ายสำหรับทุกๆ คน คอลัมน์ "ฟังเพลงเก่า เล่าความหลัง" นี้ก็เช่นกัน สักวันหนึ่งก็ต้องลาจากท่านผู้อ่านไปตามวิถี ผู้เขียนเพียงหวังใจว่าทุกท่านที่เคารพจะยังคงจดจำคอลัมน์นี้ไว้ในใจ ในฐานะ "งาน" ที่สร้างความสุขให้ทุกท่านได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

สวัสดีครับ.

Old Melody

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement