advertisement

'ล็อกโหวต' มีจริง! อดีตเดอะสตาร์แฉ เรียลลิตี้ลับ-ลวง-พราง

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 18 เม.ย. 2556 16:11

"สำนักข่าวอิศรา" ตีแผ่ข้อกังขาในการแข่งขันเดอะสตาร์ 9 ที่กลายเป็นกระแสต่อต้านผู้เข้าแข่งขันบางราย อดีต The Star เลยออกมาเเฉเล่ห์กล 'คะแนนโหวต' ที่ยังไม่มีความโปร่งใส จนทำให้คำว่า ‘ล็อกโหวต’ ก็ยังไม่หายไปจากใจของคนไทยทั้งประเทศ แนะรายการต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม...

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 เม.ย. สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ได้เผยแพร่บทความตีแผ่การ "ล็อกโหวต" ของรายการเรียลลิตี้เกมโชว์เมืองไทย โดยเฉพาะ ‘The Star ค้นฟ้าคว้าดาว’ ที่จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 9 โดยระบุว่า แม้ในปีนี้ผู้ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย อย่าง อ้น, ดี, ตั้ม, แบมบี้, ดิว, บูรณ์, คริส และเชอรีน จะมีความสามารถทั้งรูปร่าง หน้าตา และเสียงร้องคุณภาพคับแก้วจนเรียกคะแนนโหวตได้แล้ว ปีนี้ยังเป็นการรวมลูกครึ่งให้เป็นสีสันรายการอีกด้วย

ล่าสุด ผู้ที่ได้ไปต่อ 3 คนสุดท้าย คือ ตั้ม ดี และอ้นนั้น ถือเป็นตัวเก็งที่ไม่พลิกโผ ยกเว้นกรณีการแข่งขันสัปดาห์ที่ 4 รอบเพลงละคร หนัง และละครเวที ซึ่งตัวเก็งอันดับต้นๆ อย่าง ‘ดิว’ ที่ยืนปากเหวคู่ ‘แบมบี้’ ไม่มีใครคาดคิดว่าจะตกรอบ ทำเอาสาวน้อยทายาทนางสาวไทยปี 27 ปล่อยโฮออกมา เพราะเธอไม่คาดคิดว่าจะได้ไปต่อนั่นเอง เหตุการณ์ครั้งนั้นกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเซียลมีเดียมากจนล้นทะลักว่า ‘ล็อกโหวต’ พร้อมกับด่าทอ ‘แบมบี้’ เสียๆ หายๆ จน ‘ม้า อรนภา’ 1 ในกรรมการผู้ชี้ชะตาดาวเหล่านี้ต้องออกโรงป้องกลางรายการในสัปดาห์ต่อไปทันที เสมือนพยายามเรียกคืนความศักดิ์สิทธิ์ของเวทีกลับมา

อย่างไรก็ตาม คำว่า ‘ล็อกโหวต’ ก็ยังไม่หายเคลือบแคลงไปจากใจของคนไทยทั้งประเทศ ตราบใดที่ ‘เอ็กแซ็กท์’ ผู้ผลิตรายการยังไม่ยอมเปิดเผยผลคะแนนโหวตของคนไทยทั้งประเทศ

แหล่งข่าววงใน อดีต The Star ให้ข้อมูลกับ ‘สำนักข่าวอิศรา’ (www.isranews.org) ว่า รายการ The Star ปัจจุบันยังคงมีรูปแบบการแข่งขันเหมือนปีก่อนๆ เพียงแต่ทีมงานผลิตรายการอาจมีจุดมุ่งหมายที่เปลี่ยนไป กล่าวคือ The Star 1-4 ต้องการค้นหานักร้องที่มีเสียงคุณภาพ ซึ่งผู้ชนะจะถูกจับเซ็นสัญญากับบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) แต่ระยะหลังเมื่อบอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ บอสใหญ่เอ็กแซ็กท์ ประสบความสำเร็จจากการปั้น ‘บี้ The Star’ จนโด่งดัง จึงขยายมาจับงานด้านวงการเพลงเอง โดยนำผู้เข้าประกวดที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายของรายการปี 5-ปัจจุบัน เซ็นสัญญากับเอ็กแซ็กท์ทั้งหมด

“เมื่อ ‘บี้’ ดัง ทัศนคติของคนทำรายการเริ่มเปลี่ยนไป โดยหันมาให้ความสำคัญกับผู้เข้าประกวดที่ต้องมีความพร้อมด้านบุคลิกภาพมากกว่าเสียงร้อง ซึ่งระยะหลังจะชัดเจนมากขึ้น เหมือน ‘แอ็กแซ็กท์’ ต้องการค้นหานักแสดงมากกว่านักร้อง”

สำหรับกระแสข่าว ‘ล็อกโหวต’ หรือปรับคนออกเพื่อเรียกคะแนนโหวตนั้น แหล่งข่าวระบุว่า ตนไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่ เพราะไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจน แต่ที่อาจเป็นไปได้ คือ มีการล็อกคะแนน 100 เสียงในห้องส่ง โดยนับเป็นคะแนน 10% ของคะแนนทั้งหมด เนื่องจากทีมงานจะเป็นผู้คัดเลือกคนเข้ามานั่งเป็น 100 เสียงด้วยตนเอง นอกจากนี้การปิดบังผลคะแนนโหวตจากคนไทยทั้งประเทศเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดกระแสข่าว ‘ล็อกโหวต’ ขึ้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับรายการเรียลิตี้อื่นๆ เช่น ทรู อะคาเดมี แฟนเทเชีย (เอเอฟ) จะมีการเปิดเผยผลเปอร์เซ็นต์ออกมาเพื่อแสดงความโปร่งใส ดังนั้น คนที่จะรู้ว่าล็อกโหวตหรือไม่คงมีเพียงผู้ผลิตรายการเท่านั้น

อดีต The Star กล่าวต่อว่า สำหรับการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันนั้น ความจริง คือ ผู้ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย ส่วนหนึ่งจะถูกทาบทามจากทีมงานของรายการนำเข้ามา ซึ่งมักจะได้รับการอบรมในการวางตัวที่ดี แต่อีกส่วนหนึ่งจะมาสมัครเอง ซึ่งส่วนหลังเป็นเพียงตัวเสริมใน 8 คนสุดท้ายเท่านั้น

“สมัยตนไม่มีการวางสคริปต์ให้ผู้เข้าประกวด แต่อาจจะมีบ้างที่ทีมงานผู้ใหญ่เข้ามาบอกว่าทำอย่างนั้นดีหรือไม่ดี”

อย่างไรก็ตาม The Star รุ่นแรกๆ ก็มีการทาบทามผู้เข้าประกวดก่อนแล้ว เช่น บางคนเคยเซ็นสัญญากับแกรมมี่ แล้วจับมาเข้าประกวดเวทีนี้ เพื่อเป็นตัวดึงกระแสให้มีชื่อเสียงอีกทอดหนึ่ง ซึ่งคนในวงการบันเทิงจะรู้กัน และกลายเป็นเรื่องปกติของสังคมไทยที่แทบทุกวงการจะนำคนของตนเองเข้ามาทำงาน แต่หากมองในฐานะกลุ่มผู้ชมกลับเป็นการเอาเปรียบมากเกินไป และหากผู้ชมรู้ความจริงอาจทำให้เรตติ้งของรายการแย่ลงได้ ซึ่งปัจจุบันแสดงให้เห็นแล้วว่ากำลังอยู่ในช่วงขาลง

ดังนั้น ‘The Star’ ควรมีความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะเมื่อผู้ชมเลือกนักร้องที่ชื่นชอบ ‘เอ็กแซ็กท์’ ควรจะพัฒนาศักยภาพเด็กในสังกัดให้มีคุณภาพด้านเสียงร้องที่สุด มิใช่ให้พื้นที่ของนักแสดงมากเกินไปเช่นปัจจุบัน โดยควรหันมาทบทวนว่ากฎกติกาแข่งขันนั้นเฟ้นหานักร้องหรือนักแสดง เพื่อตอบโจทย์ให้สังคมเข้าใจ

“คนที่เป็นแชมป์ไปแล้ว แต่ค่ายไม่มีความสามารถพอที่จะนำคนที่มีความสามารถปั้นให้ดังถึงที่สุดได้ เช่น ‘แก้ม The Star’ ที่ทุกคนยอมรับในศักยภาพของเสียงร้อง แต่สุดท้ายวิธีการปลุกปั้นกลับอยู่กับที่ แม้จะมีงานต่อเนื่อง แต่ยากที่จะหาใครจำเพลงเธอได้”

แหล่งข่าวทิ้งท้ายว่า รายการเรียลิตี้มีความเป็นสีเทามาก โดยกลุ่มผู้ชมจะไม่มีสิทธิ์ในการตรวจสอบได้ ดังนั้นจะต้องรู้เท่าทันสื่อ เพราะอย่าลืมว่า “วงการบันเทิงมีเบื้องหลังที่เรามองไม่เห็น นอกจากความสวยงามที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า” ทั้งนี้ สนับสนุนให้มี ‘The Star’ ต่อไป เพราะจะเป็นพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่ที่อยากเข้าวงการมีช่องทางมากขึ้น แต่ควรสร้างหลักความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งการจะทำให้ผู้ผลิตรายการมีความรับผิดชอบนั้น ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ชมที่ต้องฉลาดให้เกิดการตรวจสอบ เพื่อจะทำให้ ‘The Star’ มีการปรับเปลี่ยนที่ดีขึ้นในอนาคต.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement