advertisement

'ไฮโซน้ำหวาน' แฉโดน 'จิน' หลอก งัดหลักฐานประจานคืน!!

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 เม.ย. 2556 19:58

ถึงคราวต้องออกมาพูดบ้างแล้ว หลังจากถูกมองมาตลอดว่าเป็นมือที่สาม ที่ทำให้ครอบครัว ธรรมวัฒนะ ระหว่างสามีภรรยา หนิง-ปณิตา และ จิน-จรินทร์ ธรรมวัฒนะ ต้องแตกกัน แถมยังมีภาพหลุดพร้อมกับหลักฐานที่หนิงเอามายืนยันต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ไฮโซน้ำหวานเป็นมือที่สาม แทรกกลางระหว่างความรักของทั้งคู่จริง แต่ล่าสุดด้านฝ่ายของ ไฮโซน้ำหวาน-วรพรรณ พันธุ์คงชื่น เพชรนันทวงศ์ หลังจากรวบรวมหลักฐานครบเป็นปึก ก็ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงข่าว พร้อมทนายส่วนตัว ณ ห้องมณฑาทิพย์ โรงแรมโฟร์ซีซั่น เมื่อเวลา 13.00 น.ที่ผ่านมา ซึ่งทางไฮโซน้ำหวานได้งัดหลักฐานออกมาโชว์เป็นปึก โดยชี้แจงข้อความในวอทแอปที่หนิงแปล ไม่ตรงกับความหมายที่ตนจะสื่อ และข้อความดังกล่าวก็ไม่ใช่เชิงชู้สาว พร้อมกับยืนยันว่าไม่ได้เป็นมือที่สามแน่นอน วอนให้จบเรื่องนี้

 

"คือวันนี้ไม่ได้ออกมาโต้เรื่องข่าวที่เกิดขึ้นในทุกวันนี้ แค่จะมาชี้แจงในอีกมุมหนึ่งของหวานค่ะ ไม่ได้อยากจะมาต่อความยาวสาวความยืด อยากให้เรื่องจบเหมือนกันค่ะ หวานรู้จักกับจินที่โรงแรมนี้ ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน จากรุ่นพี่ที่หวานรู้จัก ได้นั่งกันอยู่ประมาณ ตี 1 จินทักทายคนที่มาอยู่ที่โต๊ะแล้วแนะนำทุกคนตามมารยาท และที่จินได้พูดว่าแอบแลกเบอร์ คำว่าแอบก็ผิดแล้วค่ะ ใช้คำผิด คือการที่พี่จินได้ขอเบอร์หวาน แล้วก็ได้ขอเบอร์พี่อีกคนหนึ่ง ไม่ได้แลกเบอร์กัน เพราะขอเบอร์หวานและพี่ๆ อีกคน"

"และขอชี้แจงเรื่องงานวันหมั้นนะค่ะว่า หวานไม่ทราบเลยว่ามีเรื่องงานหมั้นเลย วันที่ 29 หรือวันที่ 22 อะไรก็แล้วแต่ หวานไม่ได้เข้าไปร่วมงานหมั้นน้องสาวคุณแนนเลย หวานได้นั่งอยู่กับเพื่อน ซึ่งไม่เกี่ยวอะไรกับที่งานหมั้นเลย แล้วหนิงได้อ้างว่าจับมือหวานหรือลูบหัวหวาน สงสัยคงไม่ใช่หวานแล้ว คุณหนิงต้องไปหาโจทก์อีกคนหนึ่งที่หวานก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร"

 

 

"ส่วนเรื่องโทรศัพท์ที่คุณหนิงบอกว่า หวานเคยโทรหาคุณหนิงไว้มีจริงค่ะ หวานได้โทรไปหาคุณหนิง เนื่องจากว่ามีท่านหนึ่งโทรมาหาหวาน วันที่ประมาณ 22 โทรมาถามว่า นี่ใช่หนูน้ำหวานหรือเปล่าคะ หวานก็ตอบว่า ใช่ค่ะ แล้วก็ถามว่า ทราบไหมว่าคุณจินแต่งงานแล้ว ก็บอกว่า ไม่ทราบค่ะ เขาก็ถามว่า หนูเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แล้วเขาก็บอกว่า เอาเบอร์อีกเบอร์มาให้ แล้วบอกว่า คุณหนิงรออยู่ คุณหนิงให้โทรไป เพราะร้อนใจมาก ซึ่งพอหวานวางไป ก็ได้โทรไปหาคุณหนิงทันที โทรไปคุณหนิงก็รับสาย แล้วบอกว่าคุณหนิงไม่เคยแยกกันอยู่กับคุณจินและไม่ได้ทะเลาะกัน ไม่รู้จะโทรมาบอกหวานทำไม เพราะถ้าย้อนหลังไป หวานกับคุณจินก็เพิ่งรู้จักกันมาแค่สามวันเองค่ะ วางสายจากหนิงแล้ว จินโทรมาบอกว่า ท่านผู้ใหญ่ผู้นั้นฝากมาขอโทษ ซึ่งหวานก็ไม่รู้ว่าจริงหรือไม่จริงเพราะหวานก็ได้วางสายไป"

"รูปถ่ายที่ปรากฏในข่าวที่ออกมาหวานก็ไม่รู้ว่าใครจงใจหรือเปล่า เพราะทุกครั้งที่เราได้เจอกัน หวานคิดว่าเรามากันเป็นกลุ่มตลอดเวลาค่ะ ก็ไปกันเป็นกลุ่มอยู่ตลอดเวลาจริงๆ รูปคล้ายๆ กัน จริงๆ แล้วลำพังรูปอย่างเดียวมันน่าจะมีปัญหาอะไร แต่ถ้าบอกกับเรื่องข่าวร้ายๆ ที่เป็นอยู่รูปถ้าใครไม่มานินทาให้ร้ายใส่ใข่ มันก็คงไม่เป็นเรื่องหรอกค่ะ หวานว่าแต่หวานก็เข้าใจว่ามันเป็นข่าวอยู่มันก็ทำให้คนเข้าใจไปในทางลบ"

 

 

"ประเด็นเอสเอ็มเอส หวานว่ามันเป็นเรื่ิองปกติค่ะที่เพื่อนๆ จะทักทายกัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องพูดในทำนองที่คนรักกัน หรือคนคบกันหวานว่าบางคนน่าจะเข้าใจค่ะว่าคุยกับเพื่อนมันก็ปกตินะคะ หวานว่าหวานอาจจะพลาดเองที่ไม่รู้วัฒนธรรมไทยดีพอ หรือเข้าใจไม่ลึกซึ้งพอ ก็ต้องขอโทษด้วย มันเลยกลายเป็นเรื่องให้บานปลายได้ขนาดนี้ แต่สังเกตให้ดี ยังไม่มีอะไรที่บ่งบอกให้แน่ชัดเลยนะคะว่าเราได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมากกว่านั้น หรือมันก็ไม่เคยมีแค่หลักฐานย่อยๆ และโดยทั่วๆ ไปที่บอกว่าหวานโทรหาเขานู่น นี่ นั่น ว่าไม่ได้โทรหาเขา เป็นเขาที่พยายามติดต่อ แต่ที่หวานโทรไปเพราะว่าหวานอยู่อเมริกา หวานก็อยากจะรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ปัญหาอะไรมันเกิดขึ้น หวานก็อยากจะโทรหาพี่จินว่ามันเกิดอะไรขึ้น อยากให้พี่จินได้อธิบาย เพราะอยากทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น บวกกับว่าคุณจินฝากหวานซื้อบุหรี่ค่ะ หวานก็แค่อยากจะบอกว่าบุหรี่มันไม่มี แล้วเมสเสจที่หวานเขียน แล้วเอาออกมาแปล ฉันไม่ได้สนใจอะไรถ้าอยู่กับครอบครัว ฉันจะทำอะไรที่ต้องการทำ แต่จริงๆ หวานอยากจะสื่อว่า ได้ไหมคะ ให้โทรกลับมา ถ้าเกิดไม่เป็นไรนะคะอยู่กับครอบครัวคุณ ฉันจะทำในสิ่งที่ฉันควรหรือต้องทำ"

 

 

"แต่หวานคิดว่าคำว่าแย่งสามีมันแรงไป เหมือนกับแบบว่าเขาไม่สนใจเรา แต่เราพยายามจะตื๊อเขา พยายามจะง้อเขา หวานคงไม่ต้องไปทำแบบนั้นมั้งคะ เรื่องตั๋วเครื่องบินที่ส่งเมล์ไป คือมีข้อความตั๋วเครื่องบิน เพราะคุณจินก็ได้ให้อีเมล์ไว้ เพราะจะเปลี่ยนเที่ยวกับกรุงเทพฯ แต่คุณจินก็ได้เป็นคนขอมารับ และมาส่งหวานเอง ไม่ใช่ว่าหวานไปขอให้เขามารับ หรือมาส่งอะไรก็แล้ว แต่ทั้งจากไปและขากลับ หวานได้ไปและกลับเองค่ะ ส่วนให้คุณจินมารับหวานระบุวันที่ 17 แต่หวานเลื่อนกลับวันที่ 14 ในอีเมล์เป็นวันที่ 17 ค่ะ"

"เรื่องว่าไม่ทราบว่าคุณหนิงแต่งงานแล้ว ไม่ทราบได้ค่ะ คือคุณหนิงเป็นดาราค่ะ หวานเข้าใจ แต่หวานคิดว่าหวานไม่ทันตอนช่วงนั้น และบวกว่าเป็นคนไม่สนใจข่าวสาร ไม่ได้ดูละคร มันก็ไปกันใหญ่ หวานว่าส่วนเรื่องที่โรงแรมที่คุณหนิงบอกว่าเรามาเคลียร์กัน 3 คน ก็ไม่เคยค่ะ แล้วตัวหวานเองก็คิดว่าไม่มีอะไรที่จะเคลียร์ เพราะว่ามันไม่มีปัญหาอะไรตั้งแต่แรก และคิดว่ามันไม่น่าจะมีอะไรที่ต้องคุยกัน จากภาพที่หวานเห็นได้ เห็นคุณหนิงคือคุณหนิงยืนอยู่หน้าโรงแรม แล้วรถน้ำหวานอยู่หน้าโรงแรม แล้วคุณหนิงวิ่งมาที่รถ และเอากล้องไอโฟนมาถ่ายหวาน แล้วพูดว่า นี่หนิง ปณิตา นะคะ แล้ววิ่งกลับไปที่รถหวาน และถ่ายรถหวาน ถ่ายทะเบียน แล้ววิ่งกลับมาที่หวาน นี่คือภาพจริงๆ ที่หวานเห็นจากตา ก็พอเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไร เพราะตอนแรกก็ตกใจว่าใครมาถ่ายอะไร"

"ส่วนเรื่องฟ้อง หวานไม่เคยบอกสื่อหรือที่ไหนเลยว่าจะฟ้องคุณหนิง หรือทางครอบครัวเลย เพราะว่าหวานพอแล้ว ไม่อยากจะสร้างปัญหาให้มากไปกว่านี้ แต่ที่จะฟ้องคือ จะฟ้องในเรื่องอินสตาแกรมกับใครก็ไม่รู้ที่ไปเสพข่าวผิดๆ มาวิพากษ์วิจารณ์ มาด่าพ่อด่าแม่ มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำค่ะ เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่เขาไม่ควรรู้ทางกฎหมาย ก็จะดำเนินการทางนี้ไป ไม่เกี่ยวกับครอบครัวคุณหนิง แต่ที่จะฟ้องคุณหนิง ก็อยากจะฟ้องว่ าทำไมพี่จินมาทำพฤติกรรมแบบนี้กับหวาน ไม่ใช่ว่าจะไปฟ้องขึ้นศาลแบบนั้นค่ะ เหมือนฟ้องแม่ทำนองนี้ค่ะ"

 

 

"แต่เรื่องเมสเสจของเทย่านะค่ะ พี่สะใภ้ ซึ่งถ้าจะเปรียบเทย่าก็เหมือนกับคุณแนน ที่ออกมาปกป้องพี่สาว แต่การปกป้องของเขาไม่ได้ปกป้องโดยตรง แค่อยากให้คุณจินออกมาเคลียร์ทุกอย่างภายใน 24 ชั่วโมง ว่าให้เคลียร์ให้ชัดว่าใครปล่อยรูปออกมา ไม่ใช่ให้เขาไปเคลียร์เรื่องครอบครัวเขาเพื่อที่จะมาอยู่กับหวาน"

"แล้วที่คุณจิน คุณหนิง อยากให้เรื่องจบ หวานไม่เห็นว่ามันจะเป็นอย่างที่พูดเลย หลังจากแถลงข่าวก็ได้มีการโพสต์ลงในอินสตาแกรมว่ามา ให้คนมาคอมเม้นต์มาวิจารณ์ ไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร บวกกับคุณหนิงเมื่อสองวันที่แล้ว (โชว์หลักฐาน) นี่ไม่ใช่แค่การโพสต์ครั้งเดียวอย่างที่คุณแนนได้กล่าวไว้ มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่เอามาโชว์ แต่พี่ๆ นักข่าวคงจะได้เห็นการโพสต์ลงในอินสตาแกรมของเข าและภาพที่เห็นมันก็หลายๆ อย่าง" เขาบอกแล้วว่าไม่ใช่อินสตาแกรมของเขา? "อันนี้หวานไม่ทราบ ที่คนฟลอโล่เป็นหมื่นๆ แสนๆ อันนี้ไม่ทราบ แต่ความเข้าใจของหวานมันเป็นแบบนี้ จะใช่หรือไม่ใช่ เขามันก็เป็นชื่อเขาค่ะ อันนี้ก็ต้องให้เขาไปตรวจสอบกันเอง"

"ฝากอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องอเมริกา ที่บอกว่าหวานได้ติดต่อตลอดเวลา ถามว่ามีไหม มีค่ะ แต่หวานคิดว่าที่หวานติดต่อไป เพราะหวานมีเรื่องที่อยากรู้ที่เป็นข่าวอยู่ เพราะอยากรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น ค่าโทรศัพท์ที่โทรไป เขาบอกว่าจะจ่ายให้ ฝากไปทวงเขาด้วยนะคะ พูดเล่นค่ะ 7 หมื่นกว่าบาท แต่ยังไม่รวมที่สิงคโปร์นะคะ"

ช่วงที่หนิงกับจินทะเลาะกัน แล้วจินย้ายไปอยู่คอนโดฯ ที่ทองหล่อ น้ำหวานไปหาจริงหรือเปล่า? "ไม่ได้ไปค่ะ หวานทราบแค่ว่า เขาโทรมาบอกว่าหวานกลับบ้านแล้ว แค่หวานไม่ทราบว่าบ้านไหน ยังไง ก็แล้วแต่เขาจะระบุ" ยืนยันว่าไม่ได้ไปใช่ไหม? "ยืนยันค่ะ จะไปหาเพื่ออะไรคะ" ถ้ามีกล้องวงจรปิดออกมาว่าไปจริง? "ไม่ได้ไปค่ะ ไม่ได้ไปจริงๆ" ไปบ้านพักที่เชียงใหม่ของหนิงด้วย? "เขามีบ้านพักที่เชียงใหม่ด้วยเหรอคะ ไม่ได้ไปค่ะ แต่หวานมีธุรกิจโรงแรมและก็บาร์อยู่ที่นั่นอยู่แล้วค่ะ หวานต้องไปประจำอยู่แล้ว"

เขามีท่าทีจีบหรือเปล่า? "เปล่าค่ะ ตอนแรกเป็นเพื่อน เป็นพี่ ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนหลังๆ ก็น่าจะรู้สึกค่ะ แล้วอยากจะบอกว่าหวานไม่เคยจะอยากรับโทรศัพท์ตั้งแต่แรก เพราะไม่รู้จะคุยอะไร มีสายไม่ได้รับเยอะมาก คนรอบข้างก็ได้สายแทน และเป็นปกติอยู่แล้วที่หวานไม่ชอบรัับ หวานไม่ค่อยได้รับอยู่แล้ว เพราะบางทีมันก็ไม่ได้ว่าง และก็ไม่มีอะไรสำคัญที่เราจะต้องคุยค่ะ เอาจริงๆ ตอนนี้ก็ยังไม่รู้นิสัยที่แท้จริง แต่บางทีหวานอาจจะพูดภาษาไทยไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะว่าหวานไม่ได้เรียนภาษาไทยมาค่ะ"

แต่การที่เราคุยกัน ใช้เรียกแทนกันว่า ฮันนี่ ซึ่งแปลว่า ที่รัก? "กับคำนี้หวานมองไปอีกมิตินึง คำนี้หวานก็ใช้คุยกับเพื่อนๆ ปกตินะคะ" เรียกว่าเคยมีช่วงที่เราคบหาดูใจกันได้ไหม? "ไม่ได้ค่ะ มันเป็นเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ เขาโทรมา หวานโทรไป จนบัดนี้ยังไม่ทราบนิสัยเขาจริงๆ เลย คือถ้าหวานสนใจเขาจริงๆ มันไม่เคยมีรูปที่หลุดพวกนี้มาอยู่ในโทรศัพท์หวานเลย หวานไม่คุ้นกับรูปพวกนี้เลย ตอนที่หวานเห็นรูปตอนแรกหวานยังตกใจเลย เพราะมันไม่ได้ออกมาจากโทรศัพท์หวาน คือถ้าเราสนใจจริงก็น่าจะมีรูปพวกนี้อยู่ในมือถือบ้าง อันที่จริงวันนั้นก็มีคนหลายๆ คนถ่ายรูปกับคุณจินเหมือนกัน แต่แค่มันไม่ได้หลุดออกมา คือหวานกับคุณจินเราสนิทกันแค่ในระดับนึงเท่านั้น แต่จริงๆ เราไม่น่าจะได้รู้จักกันด้วยซ้ำ"

 

 

ไม่ได้ติดต่อกันมานานแค่ไหนแล้ว? "นานมากแล้วค่ะ ประมาณ 2 อาทิตย์" อยากฝากบอก? "ก็อยากจะบอกว่าการที่อยากจะให้ครอบครัวตัวเองกลับมาเป็นเหมือนเดิม มีความสุข อย่าพูดให้ครอบครัวตัวเองดีขึ้น แล้วครอบครัวคนอื่นแย่ลงไป ให้คำนึงว่าคนอื่นเป็นยังไง ไม่ใช่มานึกถึงตัวเองก่อน"

หนิงบอกว่าสงสารหวานที่โดนจินหลอก? "หวานว่าไม่ต้องสงสารดีกว่าค่ะ สงสารตัวเองดีกว่า ถ้าอยากให้ครอบครัวตัวเองมีความสุข กับปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วผ่านมา อยากให้มั่นใจในกันและกันมากกวานี้ หวานไม่รู้ว่าคุณจินจะกลับไปคุยกับคุณหนิงว่ายังไงและคุยหวานว่ายังไง แต่อยากให้คุณจินเล่าความเป็นจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น คุณหนิงจะได้รู้สึกดีมากกว่านี้ เข้าใจในตัวหนิงมากกว่านี้ ไม่ใช่มารู้จักในด้านลบอย่างเดียว ถ้าคุณหนิงรู้จักหวาน อาจจะไม่ได้คิดแบบนั้นก็ได้" เขาบอกว่าเขาผิดจริง เลวจริง? "เขาได้พูดกับหวานว่า สงสัยคุณหนิงจะรับไม่ได้ที่คุณจินมาพูดสงสัยจะให้คนมาสืบ หวานก็ไม้ได้ยุ่งและก็ไม่ได้กิ๊กกับเขา โดยตั้งใจหรืออะไรก็แล้วแต่เลยค่ะ"

 

 

ทนายแทรกเข้ามาว่า "ผมขอพูดแทน เพราะน้องภาษาไทยไม่แข็งแรง คำบางคำอาจจะเปลี่ยน ผมขอสรุป เรื่องการโทรศัพท์ของคุณจินที่แลกเบอร์โทรศัพท์แล้วว่าไม่เป็นความจริง แค่ขอเบอร์โทรศัพท์กันเฉยๆ และมีพยานยืนยัน ส่วนกรณีของที่ปรากฏตัวที่งานหมั้น มีการลูบหัวมีการจับมือ ก็ได้ปฏิเสธชัดเจนว่าไม่ใช่น้อง ส่วนกรณีที่คุณจินมีครอบครัว ยืนยันว่าทราบ แต่พฤติกรรมก่อนหน้านี้ก็ไม่มีพฤติกรรมที่แสดงว่า มีพฤติกรรมที่จะเกี่ยวข้องกัน เป็นฝ่ายของคุณจินที่เข้ามาล่วงละเมิดสิทธิ์ แต่ถ้าผู้หญิงคนนึงจะไปปฏิเสธถึงขั้นแตกหัก หรือก่อให้เกิดปัญหาตามมา คงเป็นเรื่องยาก ฉะนั้น ถ้าทุกคนรู้จักคุณจินดี การที่ผู้ชายคนนึงจะมีพฤติกรรมแบบนี้ มันมีนัยยะ ปัญหาครอบครัวอยู่บางประการ และไม่ควรจะทำให้คนอื่นตกเป็นเหยื่อ ส่วนเรื่อง sms ที่พูดว่า honney หรือว่าอะไรคือมิติการให้กำลังใจระหว่างเพื่อน ขอไม่พูดว่าเป็นปัญหาอะไร มันมีนัยยะ แต่เขาเป็นคนที่จริงจังกับชีวิต เขาเลยมองว่าน้ำหวานอาจจะสามารถคุยกับเขาได้ ส่วนกรณีเรื่องข้อความ ไปเอานักภาษาศาสตร์มาแปลข้อมูลให้ตรง ผมไม่แปล แปลข้อความให้หมด อย่าตัดต่อข้อความ แล้วน้องไม่เคยบอกว่าฟ้อง ผมต่างหากที่ดูเรื่องนี้แล้วจะชี้แจงกลับไป น้องไม่คิดที่จะฟ้องร้อง แต่ผมคิดว่าต้องปกป้องสิทธิของคนคนหนึ่งเหมือนกัน ถ้าผู้ชายเอาผู้หญิง 2 คนมาเป็นเหยื่อ ผมคิดว่าไม่ควรจะมีใครมาปกป้อง ผมคิดว่าสิ่งที่คุณหนิงทำถูกต้องแล้ว เสียสละที่จะดูแลผู้ชายคนนี้ตลอดชีวิต สิ่งเหล่านี้มันเริ่มจากการหลอกลวง การโกหก เรื่องวนไปวนมา จนทำให้เกิดอารมณ์ทั้ง 2 ฝ่าย และถ้าสื่อพยายามถามคำถามนำ อย่าเอาความเท็จมาพูด แต่ถ้าออยากให้จบจริงๆ อยากให้คุณจินพูดความจริงให้หมด เล่าเรื่องตรงไปตรงมากกว่านี้ เล่าให้หมดทุกอย่าง".

 

 

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement