advertisement

'อั๊ต-อัษฎา' เผยกลับไทยถาวรอยากหวนละครอีกครั้ง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 23 ก.พ. 2556 18:37

อั๊ต-อัษฎา เผยกลับมาอยู่เมืองไทยถาวรได้เกือบปีแล้วหลังบวชแทนคุณพ่อแม่ เผยเป็นผู้บริหารรายการบันเทิงภาษาอังกฤษให้กับช่อง In Channel รับอยากหวนงานละครอีกครั้งถ้ามีบทที่น่าสนใจ...

กลับมาอยู่เมืองไทยถาวรแล้วสำหรับพิธีกร-นักแสดงหนุ่ม อั๊ต-อัษฎา พานิชกุล ล่าสุดมาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ "What did I do for the world today" ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ เจ้าตัวเผยว่าตอนนี้กลับมาอยู่เมืองไทยได้เกือบปีแล้ว ซึ่งหลังจากบวชทดแทนคุณให้พ่อแม่แล้วก็เดินหน้าทำงานในฐานะผู้บริหารด้านการสร้างสรรค์รายการบันเทิงให้กับช่อง In Channel มาได้พักใหญ่ ส่วนโอกาสที่แฟนๆ จะได้เห็นหนุ่มอั๊ตหวนคืนงานละครอีกครั้งนั้นหนุ่มอั๊ตบอกว่าน่าจะมีโอกาสถ้ามีบทที่น่าสนใจให้ได้เคาะสนิมฝีมือการแสดงด้วย

กลับมาอยู่เมืองไทยครั้งนี้อยู่ถาวรแล้ว? "ตอนนี้ก็กลับมาอยู่ถาวรแล้วครับ กลับมาประมาณเกือบปีนึงได้แล้วครับ ที่กลับมาก็กลับมาบวชเมื่อปีที่แล้ว เดือนนี้ก็ปีเต็มๆ ที่กลับมาบวช ได้ทำงานให้กับช่องในทรูครับ ก็ได้เป็นผู้บริหารดูแลรายการบันเทิง แต่ช่องนี้เป็นช่องภาษาอังกฤษ ก็ได้ใช้ประสบการณ์ที่มีมาในสิงคโปร์ในระยะ 14 ปี ก็เอามาใช้ในการครีเอตรายการและก็ปั้นน้องๆ เด็กใหม่ที่คิดว่าเขาน่าจะมีศักยภาพพอจะส่งไปเมืองนอกด้วยครับ" ผลงานแสดงแฟนๆ จะได้เห็นไหม? "คิดว่าน่าจะมี เนื่องจากงานใหม่ที่ได้รับเมื่อ 5-6 เดือนที่แล้วก็ขอผู้ใหญ่ว่าจะเต็มที่ในครึ่งปีแรก พอ 6 เดือนก็อาจจะพิจารณาในการรับงานเพราะคิดถึงแฟนๆ คนไทย คิดถึงการเล่นละคร อยากกลับมาฝึกฝนเคาะสนิม เคาะการใช้ภาษาเพราะตอนที่มาแรกๆ ลืมการใช้ศัพท์การเรียงประโยคมากเลย แต่พอได้มาอยู่กับเพื่อนๆ กับพ่อแม่พี่ๆ น้องๆ ก็ได้ภาษามากขึ้น ทำให้มั่นใจมากขึ้นว่าถ้าจะหันมารับละครหรือบทอะไรที่น่าสนใจก็โอเค" บทบาทการทำงานที่นี่ต่างกับการทำงานกับคนต่างชาติต่างกันมากไหม? "ต่างมากเพราะว่าการทำงานตรงนั้นค่อนข้างแตกต่าง อย่างเช่นพิธีกร การใช้จังหวะ มุก เทสต์มันก็แตกต่าง พอกลับมาก็ต้องเซตตัวเองใหม่ แต่เดี๋ยวนี้โลกของเรามันเล็กลง อะไรๆ เริ่มถึงกันเร็วขึ้น งานที่รับเป็นผู้บริหารช่องอินแชนแนลเพราะในอีก 2-3 ปีก็จะเปิดอาเซียน ถ้าเราไม่พร้อมที่จะแข่งกับเขามันก็เสียดาย การปั้นน้องๆ ในรุ่นนี้ที่พูดภาษา ก็ทำคอนเทนต์แข่งกับเขาได้ ตรงนี้แหละที่รู้สึกว่ามันสามารถเชื่อมได้"

14 ปีที่ทำงานในต่างประเทศเอาอะไรมาใช้ในงานที่นี่บ้าง? "ใช้ทุกอย่างที่ได้เรียนรู้ใน 14 ปีที่ต่างประเทศเอามาใช้หมดเลย แม้ว่าการทำงานที่โน่นค่อนข้างแตกต่างกับเมืองไทย พอกลับมาก็มีบริษัทของตัวเองซึ่งทุกวันนี้ก็มีอยู่ เป็นแมเนจเม้นต์ที่ดูแลน้องเทย่า โรเจอร์ ดูแลพิม-ซอนย่า และก็พลอย จินดาโชติ ก็จะมีน้องๆ เด็กกลุ่มไทยที่ดูแลพร้อมกับน้องๆ ในสิงคโปร์และมาเลเซียด้วย ก็จะรู้ว่าเราได้ซึมซับประสบการณ์อะไรมาที่จะสอนน้องให้เตรียมพร้อมที่จะโกอินเตอร์ หรือมีประสบการณ์ในงานต่างๆ รวมถึงเรื่องรายการหรือคอนเทนต์  เช่น ก่อนหน้านี้ถ้าเป็นสายงานภาษาอังกฤษมันจะเป็นข่าว มันจะไม่ค่อยมีเอ็นเตอร์เทนเพราะประเทศเราค่อนข้างที่จะสบาย เราใช้ภาษาของเราเอง กระแสที่เรารับไม่ใช่กระแสภาษาอังกฤษ มันเป็นกระแสเกาหลีหรือเอเชียมากกว่า แต่อีกไม่นานภาษาอังกฤษก็จะสำคัญไม่น้อยกว่าเกาหลีและไทยครับ"  ทุกวันนี้ยังมีไปต่างประเทศไหม? "ก็ยังไปอยู่นะ ถ้ามีโปรเจกต์อะไรน่าสนใจก็ยังรับอยู่ อีเวนต์ใหญ่ๆ ก็ยังรับเป็นพิธีกรอยู่ ก็ไม่อยากที่จะทิ้งงานที่เคยมีมา แต่อาจจะเลือกมากขึ้น แล้วก็เลือกที่จะอยู่เมืองไทยมากกว่า คืออยู่ที่นี่ มีงานก็ค่อยบินออกไป แต่ก่อนจะอยู่สิงคโปร์ไม่ค่อยกลับเมืองไทย" ทำไมถึงกลับมาอยู่เมืองไทย? "หลายเรื่องครับ หนึ่งพ่อแม่ท่านก็อายุมากขึ้น ไม่อยากเสียใจทีหลังว่าไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับท่าน สองก็คิดถึงเมืองไทยพอสมควรครับ เรารู้สึกว่าถ้าเราไม่ย้ายกลับมาในปีที่ผ่านมา เราก็อาจจะไม่ได้มา เพราะตอนนั้นก็ชั่งใจอยู่แพราะยังมีงานอยู่ที่โน่น พอมีงานที่นี่ก็เลยกลับมาดีกว่า" แล้วเรื่องหัวใจล่ะ? "ว่างอยู่ครับ เนื่องจากอยู่กับงานมาตลอด" มีดูใจอยู่กับใครอยู่ไหม? "ตอนนี้ไม่ครับ ตอนนี้อยู่กับงาน" ไม่เหงาเหรอ? "มันก็ไม่เหงานะเพราะว่ามันก็มีบางช่วงที่เราคบ บางช่วงที่เราก็ตั้งใจในการทำงานช่วงนี้ไปก่อนครับ".

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement