advertisement

จากนางงามพลิกเป็นนางร้าย ‘ส้ม-ธรรมรส’

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 ก.พ. 2556 16:20

แจ้งเกิดจากเวทีการประกวดมิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 2007 สำหรับนางงามและนักแสดงร่างสูง ส้ม-ธรรมรส ใจชื่น ซึ่งหลังจากได้ตำแหน่งนางงามก็มีผลงานในวงการบันเทิงหลายเรื่องให้ได้ติดตาม ล่าสุดกำลังจะมีผลงานกับละครเรื่อง สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอนคุณชายรณพีร์ เจ้าตัวบอกว่าในเรื่องนี้ได้พลิกบทบาทจากที่ผ่านมาเยอะมาก พร้อมเปรยถ้ามีโอกาสอยากเซ็นสัญญาเล่นละครซะเลย

“ค่ะ ตอนนี้ก็มีละครเรื่องสุภาพบุรุษจุฑาเทพนะคะ ตอนคุณชายรณพีร์ รับบทเป็นบงกช ในส่วนของพี่นก-ฉัตรชัย น่าจะถ่ายทำไปได้ประมาณ 70% ได้ค่ะ”  ในเรื่องคู่กับใคร? “ของส้มไม่มีคู่ค่ะ เป็นนางร้ายค่ะ บทนี้บงกชเป็นนางเอกสมัยก่อนที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาก แล้วก็นางเอกคือน้องมิ้นต์-ชาลิดา มีบทบาทนางเอกใหม่ แล้วทีนี้เรารู้สึกว่าเขาจะมาเทียบชั้นเรา ก็เลยกีดกันขัดขวางไม่ให้มาเป็นนางเอกแทนเรา เรียกได้ว่าร้ายและแก่งแย่งชิงดีกับนางเอกค่ะ”  ถนัดไหมกับบทร้าย? “คือตอนแรกก็ไม่ถนัดเพราะว่าไม่เคยเล่นบทร้ายมาก่อนเลย เล่นเรียบร้อยมาตลอด เป็นหญิงไทย เป็นแม่บ้านค่ะ พอมาเล่นบทร้ายก็รู้สึกว่าการเล่นบทร้ายมันก็ไม่ได้ยาก เรารู้สึกยังไงก็ไม่ต้องเก็บไว้เหมือนนางเอก เพราะนางเอกจะค่อนข้างเก็บอารมณ์แล้วก็ต้องคอยพูดจาดีตลอด แต่นางร้ายไม่ เขานึกคิดอะไรก็จะทำและรู้สึกสะใจ เหมือนกับได้ปลดปล่อยตัวละครตัวนั้นออกมาอย่างเต็มที่ แล้วก็ดีค่ะ มันเป็นอะไรอีกหนึ่งที่ท้าทายเต็มที่ และทำให้เรามีประสบการณ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นด้วย และทุกคนในกองถ่ายก็น่ารัก ทั้งทีมงาน น้องๆ นักแสดง พี่นก-ฉัตรชัย ทุกคนเต็มที่หมดค่ะ แล้วก็เต็มที่กับทุกๆ ฉาก ทุกๆ ตอนด้วยค่ะ”


เรื่องนี้ก็เป็นโปรเจกต์ใหญ่ของช่อง 3 และส่วนใหญ่คนที่เล่นบทร้ายมักจะโดดเด่น แต่เราเป็นครั้งแรก คาดหวังยังไงกับเรื่องนี้? “ก็คาดหวังนะคะ เพราะเป็นการเปลี่ยนบทบาทครั้งแรกของส้มเองที่มารับบทร้าย ก็หวังว่าผลงานชิ้นนี้คนจะจำได้มากขึ้น แล้วก็เป็นอะไรที่คนรู้สึกอินไปกับมัน และเข้าใจในตัวละครตัวนี้ เราเองก็เป็นนักแสดงคนหนึ่งที่ได้รับบทบาทนี้ เรียกได้ว่าทำหน้าที่นี้อย่างเต็มที่นะคะ ยังไงก็ขอฝากผลงานด้วยค่ะ กับเรื่องสุภาพบุรุษจุฑาเทพ ตอนคุณชายรณพีร์”  ตัดสินใจนานไหมที่รับบทร้าย เพราะจริงๆ แล้วเราก็เป็นมาดนางงาม? “ไม่นานเลยค่ะ พอมีทีมงานติดต่อเข้ามาก็คิดไม่กี่วันเอง เพราะรู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเรา อย่างที่รู้ๆ กันว่านางงามบางทีก็อาจจะแบบว่า สูงไปไหมหรือมีข้อผูกมัดที่นางงามไม่สามารถทำได้ ในเมื่อส้มมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง จะพลิกบทบาทตัวเองก็ตัดสินใจรับเลยไม่ว่าจะเป็นบทบาทอะไร เราถือว่าเรามีความสามารถแล้วก็มีทุกอย่างที่พร้อมอยู่แล้ว เราพร้อมที่จะนำเสนอออกไปก็ทำให้ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วค่ะ”

อย่างผู้จัดหลายๆ คนก็ค่อนข้างกังวลที่จะเอานางงามมาเล่นละคร เพราะว่าจะหาคู่ได้ยาก เรามีปัญหาไหม? “อาจจะมีปัญหาจริงค่ะ เพราะว่าผู้ชายสมัยใหม่อาจจะสูงไม่เท่าเรา มันก็เป็นปัญหาที่หาคู่ประกบยากเหมือนกัน แต่ถามว่าหยินหยางบางทีมันก็เข้ากันได้ ฉะนั้น มันก็ต้องมีคนที่เข้ากับเราได้ รู้สึกว่าเมื่อโอกาสมันมาหาเราแล้ว ก็ต้องมีคนมาประกบคู่เราได้เหมือนกัน”  ก็ทำให้เราเล่นเป็นนางร้ายที่ไม่มีคู่เลย? “ใช่ค่ะ(ยิ้ม)”  มันส่วนหนึ่งไหม? “บางทีเขามองจากบุคลิกเราแล้ว ก็สามารถเล่นบทร้ายได้ ส่วนในเรื่องของคนที่จะมาประกบเราก็คือ บางทีมันก็ต้องรอโอกาส อย่างคนรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาอาจจะสูงไม่เหมือนกัน หรือผิวสีไม่เหมือนกัน รอจังหวะและโอกาสที่จะมาเจอกันมากกว่า ในเรื่องของความสูง โอเคใช่เรื่องนี้มันมีปัญหาและอุปสรรค เราก็รอเหมือนกันว่าเมื่อไหร่ที่จะมีโอกาสสามารถปรับเปลี่ยนได้มากกว่า”


อย่างมีการเข้าฉากกับคู่ของเราในเรื่อง เรามีเทคนิคอะไรไหมในเรื่องของความสูง? “เทคนิคเลยนะคะคือที่ผ่านๆ มาเราจะไม่ใส่ส้นสูงค่ะ เพราะว่าจะให้เกียรติเขาด้วยถ้าเป็นผู้ชาย จะได้ตัวเท่ากัน ที่จริงส่วนสูงเท่ากันนะคะ แต่ว่าบุคลิกของเราบางทีตัวมันไม่เท่ากัน ก็ต้องจัดมุมกล้องหรือว่าถ่ายรูปให้มันดูเท่ากัน”  แล้วละครเรื่องอื่นๆ ในปีนี้จะมีมาให้เห็นไหม? “ก็รอหนังเรื่อง ผู้ชายลัลล้า ภาค 2 อยู่ค่ะ ว่าจะมีการกลับมาทำไหม หรือว่าจะรีเมคยังไงให้เท่ากับยุคสมัยนี้ เพราะสามจีกำลังเข้ามา เขาก็เลยอยากให้ซ่าส์เท่ากับสามจีค่ะ ตอนนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนที่พิจารณาในเรื่องของโปรดักชั่นกันอยู่ค่ะ แล้วก็มีงานพิธีกรค่ะ ทางช่องทรู 71 ค่ะ”

เราข้ามสายไปช่องทรูได้เหรอ? “ได้ค่ะ เพราะว่าตัวของส้มเองไม่ได้อยู่ในสัญญาของบีอีซี-เทโรแล้ว เป็นอิสระค่ะ สามารถรับงานได้อย่างปกติ ถ้ามีงานนอกข้ามสายงานก็ทำได้ค่ะ แต่ถ้าเป็นบางเรื่องที่ต้องรับคำปรึกษาจากผู้ใหญ่ในบีอีซี-เทโร เราก็สามารถปรึกษาเขาได้ค่ะ”  เราเล่นละครแล้ว ผู้จัดไม่มีใครสนใจชวนเราเล่นละครกับช่องเหรอ? “อันนี้ก็อยากเซ็นอยู่แล้ว(ยิ้ม) ถ้ามีโอกาสก็อยากเซ็นค่ะ”  จริงๆ ส้มอยากตั้งหลักกับอะไรมากกว่ากัน ระหว่างงานพิธีกรหรืองานแสดง? “ถ้าถามตัวส้ม ส้มตั้งหลักกับงานแสดงมาตั้งแต่ได้ตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ค่ะ เพราะหลังจากกลับมาจากมิสเวิลด์ปุ๊บก็ได้รับบทหนังเลยค่ะ คือตั้งใจมากว่าอยากเล่นละคร มันเหมือนเป็นรางวัลชิ้นต่อมาจากมิสไทยแลนด์เวิลด์ให้เรา ได้มีบทบาทเล่น ต่อชื่อเสียงให้เรา และมีงานอื่นๆ ตามมา อย่างเช่นพรีเซ็นเตอร์เยอะแยะมากมาย แต่ว่าที่จะเห็นเด่นชัดคือ ส่วนใหญ่นางงามจะเป็นพรีเซ็นเตอร์เรื่องความสวยงาม หรือไม่ก็งานการกุศล ก็จะมีให้เห็นตามงานแบบนี้ซะส่วนใหญ่ แต่ว่างานละครเหมือนเป็นผลต่อเนื่องมาอีกด้วย ถ้าตั้งหลักได้ก็คงอยากจะตั้งหลักในเรื่องของละคร”


ส้มมองยังไงที่นางงามในทุกวันนี้กว่าจะเข้ามาในวงการบันเทิงได้ และมีคนจำเราได้มันค่อนข้างยาก? “อาจจะมีหลากหลายเวที ไม่ได้มีแค่เวทีประกวดนางงาม มีทั้งเวทีประกวดร้องเพลงเข้ามาเยอะขึ้น ทำให้คนมีทางเลือกเสพเยอะขึ้น คนเลยจำเราไม่ค่อยได้ แต่อีกส่วนหนึ่งก็มีดาราหน้าใหม่ๆ เข้ามาเยอะ คนก็อาจจะจำไม่ได้เช่นกัน มันก็ขึ้นอยู่กับว่าคนเราจะมีผลงานที่ต่อยอดไปอีกได้มากเท่าไหร่”  ส่วนใหญ่คนจะจำส้มได้ในฐานะอะไร? “ในฐานะมิสไทยแลนด์เวิลด์ แต่บางคนก็ไม่รู้เลยว่าเราเป็นมิสไทยแลนด์เวิลด์ (ยิ้ม) แต่ถ้าในฐานะนักแสดงบทจะเปลี่ยนไปมาคนเลยจำไม่ได้เท่าไหร่”  อย่างเราเป็นนางงาม เราจะไปรับบทที่ร้ายกว่านี้ได้ไหม เช่นบทตบตีกัน? “ถ้าในส่วนของละครก็รับได้อยู่แล้ว แต่ถ้าให้ออกอีเวนต์แล้วไปโชว์อย่างนั้นคงไม่มีค่ะ งานพวกนี้ยังไม่มีติดต่อเข้ามาค่ะ (ยิ้ม)”.

 

โหวตข่าวนี้