advertisement

'ดาวดวงน้อย'...ในวันที่ไม่มีพ่อ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 13 ก.พ. 2556 07:00

มีอดีตศิลปินของค่ายอาร์เอสอยู่ท่านหนึ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ได้เขียนถึงสักที ทั้งที่คอลัมน์ "ฟังเพลงเก่า เล่าความหลัง" นี้ เขียนถึงศิลปินของค่ายนี้ค่อนข้างจะบ่อยครั้ง เป็นศิลปินที่...ขออภัยต้องบอกว่ารูปร่างหน้าตาห่างไกลจากบรรดานักร้องดังๆ ร่วมค่ายในเวลานั้นอย่างสิ้นเชิง แต่ความนิยมกลับพุ่งกระฉูดมาก เหนือกว่านักร้องรูปหล่อหลายคนเสียด้วยซ้ำ ยอดขายเทปนับล้านตลับ จากฝีมือคุณภาพคับโอ่ง

"เสือ" ธนพล อินทฤทธิ์

ที่ต้องบอกว่าเป็นอดีตศิลปินของค่ายอาร์เอส เพราะก็อย่างที่รู้กันว่า พี่เสือ ได้ออกจากไปอยู่กับบริษัทอื่นเป็นเวลาหลายปีแล้ว ซึ่งผู้เขียนเห็นว่านี่เป็นความเสียหายครั้งใหญ่ของอาร์เอสเลยทีเดียว ที่ต้องสูญเสียบุคลากรชั้นหัวกะทิไป โดยช่วงเวลานั้น (ปี 2541) อาร์เอส "สมองไหล" เกือบหมดค่าย นอกจาก เสือ ธนพล แล้ว ยังมีนักแต่งเพลงมือทองอีกหลายท่านที่ออกไปด้วย อาทิ สุระพันธุ์ จำลองกุล หรือต๋อง วงทู, เชษฐา ยารสเอก, จิตติพล บัวเนียม, เพิ่มศักดิ์ ทรัพย์โมกข์, อารียา พีระพงศ์เดชา, สมศักดิ์ พัลลภารักษ์ ก่อนหน้านั้น 3-4 ปี ก็มีลาออกลอตใหญ่ไปรอบหนึ่งแล้ว อาทิ ณรงค์ เดชะ, สมศักดิ์ ผาสุขธรรม, อนันต์ เธียรธรรมจักร, นันทพงศ์ ทศพร, สมพร โชคดีมีบุญ, ระวี กังสนารักษ์, พงษ์สุวรรณ รัตนะสุวรรณ, อิทธิพล เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา (เวสป้า)

พี่เสือ นี่ถ้าดูหน้าตาใครจะเชื่อว่าแต่งเพลงวัยรุ่นได้ไพเราะโดนใจมากทีเดียว เช่น อย่าคิดว่าเธอไม่มีใคร (ไฮแจ็ค, แร็พเตอร์), คำว่าเพื่อน (แร็พเตอร์) รักเธอไม่ได้ (นุก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา) ส่วน เชษฐา ยารสเอก ที่เด่นๆ ก็มีเพลง อย่าพูดเลย (แร็พเตอร์),  When I Fall In Love เพลงประกอบภาพยนตร์ Sexphone คลื่นเหงาสาวข้างบ้าน (อันนี้หากจำต้องขออภัย)

ถ้าสุดๆ เลยก็ต้องคนนี้ครับ เวสป้า แต่งเพลงเพราะๆ ฮิตๆ หลายเพลง ที่ถือว่าโดดเด่นที่สุดได้แก่  ไม่อาจเปลี่ยนใจ (เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์) เพลงที่เปลี่ยนให้ เจมส์ กลายเป็นป๊อปสตาร์อันดับหนึ่งในชั่วข้ามคืน, ทุกวินาที, คนมันรัก, ยอม (เจมส์), งมเข็มในทะเล (โดม ปกรณ์ ลัม)

กลับมาที่พี่เสือครับ จากที่ทำงานอยู่เบื้องหลังมาตลอด ไม่มีใครรู้จัก หรือเห็นหน้า หรือรู้จักแต่ในชื่อคนเขียนเพลง จนปี 2537 ได้ออกอัลบั้มเป็นของตัวเอง ใช้ชื่อว่า "ทีของเสือ" นี่เองที่ทำให้คนทั้งประเทศได้รู้จัก เสือ ธนพล อินทฤทธิ์ อย่างเป็นทางการ ด้วยภาพลักษณ์ร็อกเกอร์หนุ่มชุดยีนส์ ผมยาวดัดหยิกเป็นลอนฟูฟ่อง น้ำเสียงแม้จะไม่ไพเราะถึงที่สุด แต่ก็ไพเราะในระดับหนึ่ง เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง กลมกลืนไปกันได้กับดนตรี เพลงโปรโมทเพลงแรก "รักคงยังไม่พอ" แค่อินโทรเพราะๆ ด้วยเสียงเปียโน ก็ทำให้ พี่เสือ โด่งดังเป็นพลุแตกแล้ว

ในความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน อัลบั้มชุดแรกของ พี่เสือ ถือว่าเป็นที่สุดของพี่เขาแล้ว ประสบความสำเร็จอย่างมากมาย เพลงไพเราะฟังได้ทั้ง 10 เพลง  มีมิวสิควิดีโอโปรโมทเยอะมาก ได้แก่ รักคงยังไม่พอ, ชีวิตหนี้, เก็บไว้นานนาน, กระดาษห่อไฟ, ยังได้อยู่, 18 ฝน, เพี้ยน, ขวางโลก แม้ว่าบางเพลงมิวสิควิดีโอจะตัดภาพมาจากคอนเสิร์ตก็ตาม (ศิลปินส่วนใหญ่จะมีเอ็มวีโปรโมทอย่างมากก็ 5-6 เพลงเท่านั้น)  และยังมีคอนเสิร์ตใหญ่ "ช็อต ชาร์จ ช็อค ร็อก คอนเสิร์ต" ครั้งที่ 2 ในชื่อ "เสืออำพัน" ร่วมกับ เป้ ไฮ-ร็อก และ พิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร ด้วย โด่งดังอยู่หลายปีก่อนจะย้ายเข้าค่ายเมกเกอร์เฮด ในเครือ แกรมมี่ เมื่อปี 2541

จำได้ว่า พี่เสือ เคยเล่าไว้ในรายการทไวไลท์โชว์ ว่าพี่ท่านทำงานฝ่ายศิลป์ในอาร์เอส ซึ่งก็ดูทั้งคอสตูม หรือฝ่ายเสื้อผ้า และออกแบบปกเทป ก่อนจะมาเป็น เสือ ธนพล อย่างในปัจจุบัน มีอยู่วันหนึ่ง พี่เสือเดินเข้าไปขอ อิทธิ พลางกูร ร็อกเกอร์รุ่นใหญ่ของอาร์เอส บอกว่า "พี่มีเพลงให้ผมแต่งสักเพลงไหมครับ" พี่อิทธิตอบกลับมาทันใจว่า "มี...เอาพรุ่งนี้"

พี่เสือตกลง และกลับไปแต่งทั้งคืน จนได้ออกมาเป็นเพลง "เก็บตะวัน" ซึ่งกลายมาเป็นเพลงที่โด่งดังขึ้นหิ้งมาจนถึงทุกวันนี้ และกลายเป็นเพลงประจำตัวทั้งของ อิทธิ และ เสือ ธนพล

สำหรับเพลงที่ผู้เขียนนำมาให้ฟังกันในตอนนี้ เป็นเพลงที่อยู่ในอัลบั้มที่ 2 ใจดีสู้เสือ (2541) สังกัดเมกเกอร์เฮด เป็นเพลงที่ความหมายดีมากครับ คือเพลง "ดาวดวงน้อย" บรรยายถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ที่ผู้เป็นพ่อมีให้แก่ลูก เรียกว่าเป็นภาคต่อของเพลง "แก้วตาดวงใจ" เพลงประกอบละครเรื่องแก้วตาดวงใจ ทางช่อง 7 (2534) ก็น่าจะได้ เป็นเพลงบัลลาด ดนตรีอคูสติกจังหวะง่ายๆ ไพเราะ เด่นด้วยเสียงกีตาร์ ลองฟังดูครับ

"...เพราะเธอนั้นคือทุกสิ่ง ในชีวิตที่ฉันมี
ของมีค่าใด ไม่อาจแทนค่าเทียมเท่าสิ่งนี้
ความรัก สร้างเธอ มอบเธอให้ฉัน คุ้มครองตลอดไป

เจ้าคือดาวดวงน้อยของพ่อ จับมือพ่อเอาไว้
พ่อจะพาเจ้าเดิน ข้ามไป สู่ปลายทางที่ดี

… แม้ยามร้องไห้ คอยปลอบ ยามเหน็บหนาวให้ผ้าห่ม
เห็นเธอนั้นมีความสุข ลำบากตายก็ทนไหว
เป็นสายสัมพันธ์ ที่ไม่มีวันสิ้นลงแม้วันตาย

ไม่มีรักครั้งไหน รักมากแค่ไหน ยิ่งใหญ่เกินที่ให้เธอ
เหนื่อยแค่ไหน ไม่ท้อ ทนได้เสมอ ขอให้เธอ มีความสุข

ให้เจ้าเดินต่อไป ไม่น้อยหน้าใครใคร...

เจ้าคือดาวดวงน้อยของพ่อ จับมือพ่อเอาไว้
พ่อจะพาเจ้าเดินข้ามไป สู่ปลายทางที่ดี

แม้รู้ว่าในซักวันหนึ่ง ต้องมีใครสักคนรักเธอ
ขอให้เขาเป็นคนดี ไม่ทำให้เธอเสียใจ
รักเธอ อย่างที่ฉันรักเธอ..."




ในชีวิตนี้ผู้เขียนไม่คิดว่าจะมีใครรักตัวผู้เขียนได้มากเท่า พ่อ (และแม่) แล้วก็ไม่คิดว่าผู้เขียนจะรักใครได้มากเท่า พ่อ (และแม่) ด้วยเช่นกัน พ่อผู้เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นแรงบันดาลใจให้มีคอลัมน์นี้ พ่อผู้ลำบากมาทั้งชีวิตเพื่อให้ลูกสบาย พ่อผู้เป็นอยู่เรียบง่าย ไม่ฟุ้งเฟ้อ พ่อผู้ทรนง พ่อที่สอนให้ผู้เขียนรู้จักก้มหัวใหักับผู้ที่สมควร แต่ไม่ให้ยอมแพ้กับความไม่ถูกต้อง และอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่อาจจะบรรยายได้หมดตามใจคิด

วันที่ 11 กุมภาพันธ์ เมื่อ 7 ปีที่แล้ว เป็นวันที่ผู้เขียนเสียใจที่สุดในชีวิต เมื่อพ่อผู้เป็นที่รักจากไปไม่มีวันกลับ...

แม้ในวันนี้ "ดาวดวงน้อย" จะไม่มีมือของพ่อไว้เกาะกุม แต่ก็อยากให้พ่อรับรู้ไว้ ว่าลูกได้เดินไปสู่ปลายทางที่ดีตามสมควรแก่อัตภาพแล้ว

รักพ่อครับ.

Old Melody

โหวตข่าวนี้