advertisement

'นิทราสวาท'...เพลงรักที่งดงามในแบบฉบับ 'สุนทราภรณ์'

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ก.พ. 2556 07:00

เมื่อครั้งที่คิดจะเปิดคอลัมน์ "ฟังเพลงเก่า เล่าความหลัง" นี้ ผู้เขียนตั้งใจอย่างมากว่า ไม่ว่ายังไง ก็จะต้องมีบทเพลงของวงดนตรีที่เป็นยิ่งกว่า "ตำนาน" ของวงการเพลงไทย ขอเรียกว่าเป็น "มรดกชาติ" เลยดูจะตรงกับความเป็นจริงที่สุด อยู่ในคอลัมน์นี้ วงดนตรีที่ว่านี้คือ

สุนทราภรณ์ ครับ

ผู้เขียนไม่มีวาสนาพอจะได้อยู่ร่วมสมัยกับระดับบรมครูอย่าง ครูเอื้อ สุนทรสนาน "อัครมหาดุริยะกวีสี่รัชกาล" (สำนวนของ คุณสิริอัญญา), ครูแก้ว อัจฉริยกุล, ครูสุรัฐ พุกกะเวส, วินัย จุลละบุษปะ, บุษยา รังสี เป็นต้น แต่ก็ยังมีบุญพอที่จะได้เสพงานศิลป์ชั้นเลิศผ่านบทเพลงที่ยังคงความเป็นอมตะมาจนถึงทุกวันนี้ การที่ผู้เขียนรู้จักเพลงของ สุนทราภรณ์ นั้น ต้องขอขอบคุณวง แกรนด์เอ็กซ์ (อีกหนึ่งวงในดวงใจ) เป็นอย่างสูงที่ได้นำเพลงของสุนทราภรณ์ มาขับร้องใหม่ ในอัลบั้ม บุพเพสันนิวาส (2525) พรหมลิขิต (2525) ซึ่งก็อย่างที่บอกว่าพ่อขอผู้เขียนท่านฟังเพลงมากมาย และฟังหลากหลายแนวเพลง ทั้ง 2 อัลบั้มของแกรนด์เอ็กซ์ ผู้เขียนจึงได้ฟังมาตั้งแต่เด็ก พอรู้ความก็ทราบว่าต้นฉบับคือ สุนทราภรณ์ จึงได้ไปค้นหามาฟัง และฟังบ่อย จนตกหลุมรัก สุนทราภรณ์ โดยไม่รู้ตัว

เกร็งนะครับจะเขียนถึงวงดนตรีระดับนี้ ผู้เขียนมิกล้าอาจเอื้อมวิจารณ์งานชั้นครูนี้ได้ แต่มีผู้ที่เขียนบทความเกี่ยวกับผลงานของสุนทราภรณ์ ไว้ในเว็บไซต์ของสุนทราภรณ์ http://websuntaraporn.com ไว้อย่างงดงาม ซึ่งผู้เขียนชอบมาก ท่านผู้นั้นเปรียบเทียบผลงานเพลงของครูเอื้อ ไว้อย่างน่าฟัง โดยเปรียบเทียบกับ ศิลปะโรแมนติก ซึ่งมีหลากหลายอารมณ์ ทั้งความประทับใจ ความสะเทือนใจ ที่บางครั้งงานศิลปะชิ้นดีๆ หรือชิ้นเยี่ยมของศิลปินสามารถสร้างรอยตราตรึงใน ความรู้สึกให้แก่ผู้เสพงานศิลปะได้อย่างไม่มีวันลืม ผลงานเพลงของครูเอื้อ สุนทรสนาน ผู้ก่อตั้งวงดนตรีสุนทราภรณ์ให้ยาวนานมาจนบัดนี้ มีครบหมดทุกประการในศิลปะแบบโรแมนติกดังที่กล่าวไว้

กับวัยรุ่นปัจจุบันนี้ หากให้ฟังเพลงสุนทราภรณ์ หลายๆ คนคงจะทำหน้าประหนึ่งกินยาขมเข้าไปทั้งหม้อ หรือทำหน้าตางุนงง เพราะชีวิตนี้รู้จักแต่เกาหลี แต่หากเป็นผู้ที่ชื่นชอบในเรื่องของบทกลอน กวี คำฉันท์ ต่างๆ เหล่านี้ จะต้องรู้สึกรัก ชื่นชอบ ทึ่ง กับบทเพลงของสุนทราภรณ์ เพราะเปี่ยมไปด้วยความไพเราะ งดงามของภาษา ฉันทลักษณ์ สัมผัสนอก สัมผัสใน มีหมดครบถ้วนกระบวนความพรรณาโวหาร

จะลองยกตัวอย่างให้ดูสักเพลงนะครับ ชื่อว่า กลิ่นแก้มนาง "...กลิ่นแก้มนางหอม พะยอมไม่เปรียบ เทียบดังเนื้อนุ่มนวล กลิ่นเจ้าเย้ายวน คิดชวนมิวาย ไม่มีคลายแหนงหน่ายจืดจาง อยู่ห่างไกลแสน ร้อยแดนสุดหล้าต่อขอบฟ้าปิดบัง จูบเจ้านั้นยังลึกฝังไม่คลอน รักไม่รอนถอนคลาย..."

งดงามไหมครับ!

ถ้ายังไม่รู้สึกรู้สมก็เอาต่อให้จบเพลง "...หอมหวนมวลดอกฟ้านั้นน้อยกว่ากลิ่นเนื้อนางใน นิ่มนวลละไมนิ่มกว่าอื่นใด อื่นนวลไหนเปรย เมื่อหลับก็ฝันถึงวันระรื่นร่วมคืนชิดชื่นเชย กลิ่นแก้มหอมเอยฉันเคยเคล้าชื่น รสยังรื่นฝังใจ.."

ยิ่งถ้าได้ฟังดูกับหูตัวเอง คำร้องที่งดงาม ลีลาชวนฝัน ละมุนละไมด้วยคำสัมผัส อ่อนโยนในความรู้สึก ผสมกับทำนองหวานละเมียด ผู้เขียนขอท้าเลยให้ลองฟังอย่างตั้งใจ ฟังอย่างมีสมาธิ ไม่ต้องฝืนความรู้สึกใดๆ ปล่อยใจให้ลอยไปกับเสียงเพลง แล้วจะรู้ได้เองว่าที่เขียนไปนี้ จริงหรือไม่จริง

หรือจะเป็นเพลงเพลง "จนนาง" และ "หนึ่งในดวงใจ" ซึ่งมีเกร็ดประวัติศาสตร์ว่าทั้ง 2 เพลงนี้ "จอมพลผ้าขาวม้าแดง"  จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ขอให้ครูเอื้อ แต่งให้เพื่อใช้ง้อภริยาของท่านซึ่งงอนหนีไปอังกฤษ ... "จอมชายเหตุใดจนนาง รูปทรงสำอาง ทุกอย่างอยู่ที่เลือกหา ใฝ่รักเพชรรานไร้ค่า ช่างไม่สมศักดาที่เป็นยอดชายจอมคน เหตุใดถึงได้แสนจน?" ที่จนเพราะว่ากมล จอมคนนี้รักเจ้าเอย.." ส่วนเพลงหนึ่งในดวงใจ  ..."พี่นี้มีน้องหนึ่งในดวงใจเท่านั้น หญิงอื่นหมื่นพันจะมาเทียมทัน ที่ไหน แต่รักของพี่ซ่อนอยู่กลางใจ ข้างใน หนึ่งในดวงใจคือเธอคนเดียว แท้เทียว"...

หรือจะเป็นเพลง "ฟลอร์เฟื่องฟ้า" ซึ่งเป็นอมตะ ไพเราะ งดงาม ในจังหวะแทงโก้  ..."ครั่นครื้น ดั่งเพลงสวรรค์  วิมานคนธรรพ์หลั่นฟ้ามาใกล้  เทพบุตรนางฟ้าไทย โอบกอดกันพลิ้วไป  พลิ้วไปพร้อมกับเสียงเพลง"

เอาเท่านี้ก่อน ทั้งหมดที่ยกตัวอย่างมาสังเกตแค่เนื้อร้องก็พอนะครับ ขอถามอีกครั้ง

งดงามไหมครับ!

สำหรับเพลงที่จะนำมาให้ฟังในตอนนี้เป็นเพลงของ นพดฬ ชาวไร่เงิน นักร้องสุนทราภรณ์ร่วมยุค ดาวรุ่งพรุ่งนี้ กับ โฉมฉาย อรุณฉาน ชื่อเพลง "นิทราสวาท" ครับ แต่งคำร้องโดย ศิรวัฒน์ พิมพ์วงศ์ ทำนอง ครูธนิต ผลประเสริฐ ดัดแปลงจากทำนองเพลงไทยเดิม ม่านโอลา เพลงนี้เมื่อหลายปีก่อนค่อนข้างจะหาฟังยากทีเดียวครับ แต่เดี๋ยวนี้สามารถค้นหามาฟังได้ไม่ยาก เชื่อว่าหากไม่ใช่เป็นแฟนพันธุ์แท้สุนทราภรณ์ ก็คงจะไม่ค่อยรู้จักกัน ไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไร เป็นเพลงหนึ่งจาก 2 พันกว่าเพลงของสุนทราภรณ์ที่ผู้เขียนชื่นชอบมาก เนื้อร้องไพเราะ งดงาม แอบมีอีโรติกหน่อยๆ จินตนาการถึงหนุ่มสาวยุคปู่รุ่นพ่อ จะจีบจะเกี้ยวกัน แม้จะถึงฉากพิศวาสก็เพียงแต่ "...ขอสัญญาเพียงหอมปรางนวล พี่ไม่ใจด่วนลามลวนอื่นใด..." ด้วยมีจารีต มีประเพณีกางกั้นอยู่ ส่วนดนตรีนั้นก็ยอดเยี่ยมตามมาตรฐานของสุนทราภรณ์อยู่แล้ว ร้องคลอไปกับเสียงไวโอลินที่พลิ้วหวาน ลองฟังดูครับ

"...พรหมสร้างสรรค์ จันทร์คู่ฟ้า
มัจฉาคู่สายชล กายของคนที่เกิดมา
ล้วนมีคู่ดั่งพรหมมั่นหมาย
หญิงชายต้องอยู่เชยชู้คู่กัน
วันและคืนมิพรั่น
รักเรามั่นคงสองเราซื่อตรงมิเคยแปรเปลี่ยนเวียนผัน
ดวงใจซื่อต่อกัน
ไม่มีหมองใจหวั่น รักเรามั่นเชยชิดติดเตือน

ดาวคู่เดือน เปรียบเสมือนสองเราเคียงข้าง
รักไม่ห่าง ไม่ร้างห่างไกล
ใจคู่ใจ อยู่แห่งไหน มิวายคำนึง
ขอมีหนึ่งเพียงน้องผ่องพรรณ
แม้ชีวัน สิ้นสูญมลาย
รักพี่ไม่หน่าย ไม่คลายเรียกหา

โอ้ยอดรัก ดวงใจจ๋า เชิญน้องอิงแนบทรวง
ปรางพุ่มพวงเจ้าแนบอุรา
พี่จะกอดตระกองถนอม
มิยอมให้เหลือบยุงริ้นกล้ำกราย
อายหรือไร .. ซุกหน้า
ขวัญดวงหทัย น้องคงตื่นใจ
เพราะความยังไม่เดียงสา
เอวโอนอ่อน หลับตา
สั่นสะท้านกายา ซบดวงหน้าผวาแอบกาย

โถเจ้าอาย.. อย่าหวั่นไหวนักเลยทรามชื่น
ใช่ใครอื่นจะคิดหลอกหลอน
นอนเถิดนอน อย่าอาวรณ์ ร้าวรอนชีวี
หนุนทรวงพี่ทรวงนี้หลับตา
ขอสัญญาเพียงหอมปรางนวล
พี่ไม่ใจด่วนลามลวนอื่นใด..."




ทำนองเพลง "ม่านโอลา" ที่นำมาเป็น "นิทราสวาท" นี้ ยังถูกนำไปแต่งเป็นเพลง "น้ำตาลใกล้มด" ของ คุณสุเทพ วงศ์คำแหง ศิลปินแห่งชาติ และเพลง "หัวใจบอด" ของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ด้วย ไพเราะทั้ง 3 เพลงครับ

สำหรับ คุณนพดฬ จัดว่าเป็นนักร้องที่มีนํ้าเสียงเป็นเอกลักษณ์ เพลงที่ร้องส่วนใหญ่นี่จะร้องตามให้ไพเราะเท่าต้นฉบับยากมากครับ อย่างเพลง "ลาทีปากน้ำ" ซึ่งสร้างชื่อให้คุณนพดฬ ดูเนื้อร้องนะครับ "...ตัวมาปากน้ำ น้ำตาเจ้ากรรม พรำร่วง มันรินล้นทรวง รดแด ร้อนดวง ร่วงพรำจนช้ำเลือดตรม อยากผลักชีวิตผลอย คล้อยลอยน้ำไปตามคลื่นลม ระทวยระทม แล้วจมร่างตามความรักร้างไป..." ยากไหมครับ เอาแค่ให้ถูกอักขระ ร.เรือ ล.ลิง ก็หืดขึ้นคอแล้ว ไหนจะเสียงสูงต่ำอีก แต่คุณนพดฬ ร้องได้อย่างเป็นธรรมชาติมาก

มีเกร็ดของเพลง ลาทีปากน้ำ ในหนังสือ "วันสุนทราภรณ์ และ 25 ผู้ร่วมงาน" โดยสมาคมนักแต่งเพลงร่วมกับวงดนตรีสุนทราภรณ์ กล่าวถึงผู้แต่งเพลงนี้ คือ ศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ว่าเก่งภาษาไทยมาก เมื่อเข้ามาร่วมวงกับสุนทราภรณ์ได้ประพันธ์เพลงนี้ขี้นเป็นเพลงแรก แต่งขึ้นเพราะไปหลงรักหญิงสาวชาวปากน้ำ แต่ฝ่ายหญิงรักคนอื่น เดิมที ครูเอื้อ จะให้ ยรรยงค์ เสลานนท์ ขับร้อง แต่เห็นว่า ยรรยงค์ เข้าใจความเนื้อร้องเพลงนี้ไม่ดีนัก จึงมอบให้ นพดฬ ชาวไร่เงิน ขับร้องแทน และทันทีที่เพลงนี้ถูกเปิดทางวิทยุครั้งแรก ชื่อ "ลาทีปากน้ำ" และ "นพดฬ ชาวไร่เงิน" ก็แจ้งเกิดทันที

ลากันด้วยเรื่องของ ครูเอื้อ นะครับ นี่คือที่สุดของศิลปินที่ผู้เขียนชื่นชอบแล้ว ซึ่งเป็นเกร็ดที่ผู้เขียนเห็นว่ามีประโยชน์กับคนในยุคสมัยนี้ ที่หลายๆ คนมองข้ามคุณูปการของท่าน ทั้งที่ ยูเนสโก ยกย่องว่าเป็นบุคคลสำคัญของโลก เป็นเพลงสุดท้ายที่ ครูเอื้อ แต่งขึ้นเพื่อแสดงน้ำใจต่อผู้มีพระคุณ และฝากฝังเพลงสุนทราภรณ์ไว้กับคนไทย ก่อนวาระสุดท้ายของท่านจะมาถึง คือเพลง "พระเจ้าทั้งห้า" พรรณนาถึงผู้มีพระคุณแก่ชีวิตตนมาโดยลำดับ และแสดงความจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดิน ให้เป็นแบบอย่างแก่ปวงชน มีทำนองและเนื้อร้องที่กินใจมากครับ ตอนที่ร้องนี้ ครูเอื้อป่วยหนักมาก ลิ้นแข็ง ไม่สามารถออกเสียงตัว "ร" ได้ชัด และไม่สามารถร้องรวดเดียวจนจบเพลงได้ ต้องร้องจบเป็นท่อนๆ แล้วเอามาร้อยต่อกัน

"...ดวงใจดวงเดียวที่ฉันมีอยู่ ขออุทิศให้ผู้ เอ็นดู "เอื้อ" รักบูชา
มีพระคุณท่วมฟ้า เป็นพระเจ้าทั้งห้า ปั้นฉันมีค่าสุดคณารำพัน

หนึ่งนั้นหรือคือบิดาและมารดร เลือดจากอุทร กลั่นป้อนลูกทุกวัน
สองชาติ ศาสนา มหาทรงธรรม์ พระเจ้าอยู่หัวมิ่งขวัญ ราชันย์ภูมิพล

สามความรู้จากครูอาจารย์ ขับขานชำนาญเพราะท่าน ช่วยกันหว่านพืชผล
สี่ลูกรักเมียขวัญสำคัญกว่าตน ทุกข์สุขยอมทน เพื่อคนรักด้วยดวงใจ

พระที่ห้ามีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สิน ซอสุดรักไวโอลิน เหนือศิลป์ใด ๆ
ขอฝากเพลงร้อง ให้เสียงนั้นก้องตลอดไป อนุสรณ์ฝากไว้ จากหัวใจสุนทราภรณ์.."


Old Melody

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement