advertisement

มาดูกับมาดาม : เมื่อเด็กน้อยผู้หลงใหลบ้านขนมหวานกลายเป็นผู้ล่า...

โดย มาดามอองทัวร์ 31 ม.ค. 2556 08:00

'Hansel & Gretel: Witch Hunters' เมื่อแฮนเซลกับเกรเทลเดินไม่หลงทางแถมไม่กลัวแม่มดอีกต่างหาก...

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รัก หนึ่งเดือนผ่านไปไวเหมือนโกหกนะคะ เช่นเดียวกับภาพยนตร์ที่มาดามเลือกนำเสนอวันนี้ที่เผลอแป๊บเดียวกลายเป็น นิทานปรัมปราสมัย (มาดาม) เด็กๆ ไปซะแล้วอย่าง “แฮนเซลและเกรเทล” เทพนิยายเก่าแก่เรื่องดังโดยพี่น้องตระกูลกริมม์ ซึ่งในเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้ใช้ชื่อว่า “Hansel & Gretel: Witch Hunters” หรือชื่อไทยสุดโหดว่า “นักล่าแม่มดพันธ์ุดิบ” โดยเป็นเรื่องราวต่อเนื่องหลังจากที่สองพี่น้องหนีรอดจากแม่มดใจร้ายและกับดักบ้านขนมแสนหวาน

ก่อนอื่นเพื่อให้เข้ากับกระแส retro (หรือความนิยมนำของเก่ามาเล่าใหม่ ซึ่งมักมาพร้อมกับการตีความใหม่ๆ) เรามาทบทวนกันสักนิดถึงเรื่องราวของสองพี่น้อง “แฮนเซลและเกรเทล” เรื่องเริ่มต้นเมื่อแฮนเซล (พี่ชาย) แอบได้ยินพ่อกับแม่เลี้ยงวางแผนหลอกตนและเกรเทล (น้องสาว) ไปทิ้งในป่า สองพี่น้องหาทางหลบเลี่ยงโดยโรยกรวดไว้ตามทางทำให้กลับบ้านถูกทุกครั้ง จนครั้งสุดท้ายแม่เลี้ยงรู้ทันจึงกักขังไม่ให้ออกไปเก็บก้อนกรวด สองพี่น้องจึงต้องโรยขนมปังแทน แต่ก็สูญเปล่าเพราะนกขโมยกินหมดจนกลับบ้านไม่ถูก หลงอยู่ในป่าจนเจอบ้านขนมหวานสีสวย


สองพี่น้อง ถลาไปแทะกินบ้านขนมหวานอย่างหิวโหย ไม่เฉลียวใจสักนิดว่าจะกลายเป็นอาหารอันโอชะของแม่มดใจร้ายเจ้าของบ้าน ถึงกระนั้น...สองพี่น้องก็เอาตัวรอดมาได้ และตรงนี้เองคือจุดเริ่มต้นของเวอร์ชั่นภาพยนตร์ “Hansel & Gretel: Witch Hunters” ประสบการณ์เลวร้ายที่เกือบตกเป็นเหยื่อของแม่มดไม่ได้ทำให้สองพี่น้องหวาด ผวาไปตลอดชีวิต (เหมือนนางเอกละครไทยหลายๆ เรื่อง) แต่กลับทำให้ฮึดสู้จนกลายเป็นคู่พี่น้องนักล่าแม่มดมือฉมังในที่สุด

เรื่องนี้คล้ายกับเทพนิยายเรื่องอื่นๆ ที่ถูกสร้างและตีความใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น “Mirror Mirror” และ “Snow White & the Huntsman” เรื่องราวการปฏิวัติของสโนไวท์ “Red Riding Hood” การตีความใหม่ของหนูน้อยหมวกแดง “Beastly” เรื่องของโฉมงามกับเจ้าชายอสูรที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก และ “Ever After: A Cinderella Story” เรื่องจริงของซินเดอเรลล่าและจุดจบของแม่เลี้ยงใจร้าย...สำหรับเรื่อง “แฮนเซลและเกรเทล” นี้ได้รับการดัดแปลงเรื่องราวและปมเบื้องหลังของตัวละครเอกบางส่วน เพื่อเพิ่มสีสันและอรรถรสให้กับผู้ชมมากขึ้น

“Hansel & Gretel: Witch Hunter” เริ่มเรื่องเมื่อสองพี่น้องโตเป็นหนุ่มสาวและผ่านประสบการณ์การล่าแม่มดทั่วโลกอย่างโชกโชน จนกระทั่งได้รับการว่าจ้างจากเมืองเล็กๆ ที่มีปัญหาเด็กถูกลักพาตัวติดต่อกัน ถึง 11 คน สองพี่น้องออกตามล่าและสืบจากแม่มดละแวกนั้นจนได้เบาะแสเกี่ยวกับพิธี พระจันทร์เลือด พิธีบูชายัญใหญ่ของแม่มดทั่วโลกที่จะมารวมตัวกัน และสืบจนรู้ว่าบรรดาแม่มดลักพาตัวเด็กๆ ไปเพื่ออะไร อย่างไรก็ดี...การช่วยชีวิตเด็กทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อทั้งสองต้องเผชิญกับปมลึกลับในอดีตที่ทำให้เกือบเอาชีวิตไม่รอดเมื่อ หลายปีก่อน...ภารกิจนี้จะสำเร็จหรือไม่คุณๆ คงต้องตามลุ้นกันเองในโรง ภาพยนตร์ ขอบอกว่าเรื่องราวทั้งหมดคงไม่น่ารักน่าชังเหมือนสมัยเป็นเทพนิยายแน่ๆ แต่จะโหดจนเลือดสาดล่ะไม่ว่า...

สำหรับเวอร์ชั่นภาพยนตร์นี้กำกับโดย Tommy Wirkola นำแสดงโดยนักแสดงหนุ่มมาแรงแห่งปี 2012 เจเรมี่ เรนเนอร์ (Jeremy Renner) จากเรื่อง ‘The Bourne Legacy’ และ ‘The Avengers’ (ในบทของ Hawkeye) ซึ่งเรื่องนี้เขารับบทเป็นแฮนเซล พี่ชายคนโตผู้บ้าบิ่นและกล้าหาญ ส่วนบทของเกรเทล น้องสาวสวยแต่ห้าวรับบทโดย เกมม่า อาร์เทนตัน (Gemma Artenton) หรือที่คุณๆ อาจเคยเห็นเธอจากเรื่อง ‘Quantum of Solace’ (2008) หรือจาก ‘Clash of the Titans’ (2010) นอกจากนี้ยังมีดาราเพิ่มสีสันให้กับเรื่องอีกคนอย่าง เฟมเก้ แจนเซน (Famke Janssen) หรือที่หลายคนอาจคุ้นหน้าเธอจากภาพยนตร์ชุดเอ็กซ์เมนในบทของ Jean Grey หญิงสาวผู้มีความสามารถในการควบคุมพลังจิต...นับว่าทีมดาราเป็นแม่เหล็กพอสมควร แต่จะถูกใจหรือเปล่านั้น ต้องลองไปพิจารณากันเอาเอง

มาที่ความพิเศษของเรื่องนี้...อย่างที่เกริ่นช่วงต้นว่าเป็นเรื่องของการเล่า และตีความใหม่ หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกเก๋ๆ ว่า “Fairytale Retelling” เนื้อหาและตัวละครเอกไม่ต้องแนะนำหรือปลูกฝังให้เข้าใจเกี่ยวกับปมมากนัก แต่เป็นการปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วน รวมถึงปมปัญหาและรายละเอียดบางอย่างให้ดูสนุกและน่าติดตาม ที่เห็นได้ชัดคงเป็นเรื่องของตัวละครที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจนและเข้าถึงง่ายขึ้น แฮนเซลกับเกรเทลเวอร์ชั่นนี้ไม่ได้อ่อนต่อโลกเหมือนอย่างที่เราคุ้นเคย แต่ออกจะกล้าบ้าบิ่นเกินตัวไปสักหน่อย วิธีการเล่าเรื่องก็ตั้งต้นจากบทเรียนที่สองพี่น้องได้รับจากการหลงผิดเข้าบ้านของคนแปลกหน้าจนต้องหนีเกือบเอาชีวิตตัวเองไม่รอด เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมและทำให้เรื่องราวทุกอย่างมันเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ดี...เรื่องนี้มีจุดน่าสนใจอยู่นิดหนึ่งค่ะ คือเรื่องของปมในอดีตที่ตามหลอกหลอน ให้เลือกจัดการหรือยอมตกเป็นทาสตลอดไป แฮนเซลกับเกรเทลผ่านเรื่องราวอันเลวร้ายเพราะถูกพ่อแม่ทิ้ง แถมโดนล่อลวงโดยแม่มดใจร้ายโดยใช้บ้านขนมหวานเป็นกับดัก สองพี่น้องโกรธแค้นแม่มดและบุพการีก็จริงเพราะทำให้เกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ไม่เลือกเก็บเป็นปมฝังใจจนกลายเป็นจุดอ่อนหรือเนื้อร้ายให้กับชีวิต เราๆ ท่านๆ ก็เช่นเดียวกัน อดีตเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว บทเรียนที่ได้ไม่ได้ตามมาตอกย้ำ แต่ตัวเราต่างหากที่เลือกซ้ำเติมตัวเองด้วยเรื่องแย่ๆ เหล่านั้น อดีตร้ายๆ เป็นแค่ข้ออ้างจะทำร้ายตัวเองและผู้อื่นเท่านั้น

แฮนเซลกับเกรเทลเลือกก้าวต่อไปในฐานะผู้ล่า โดยไม่ยอมให้อดีตทำให้หวาดกลัวหรืออ่อนแอ...อดีตเป็นแค่กระจกสะท้อนสิ่งที่ผ่านมาเท่านั้นค่ะ ไม่ได้ตอกย้ำแต่แค่ช่วยเตือนสติไม่ให้เราผิดพลาดซ้ำ ครั้งนี้ก็เช่นกัน บ้านขนมหวานแสนหวานและกลร้อยเล่ห์ของบรรดาแม่มดทำอะไรสองพี่น้องไม่ได้อีกต่อไป คุณผู้อ่านล่ะคะ...พร้อมจะเผชิญหน้ากับอดีตและรับมือกับมันหรือเปล่า?

จนกว่าเราจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

Trailer 1: Hansel & Gretel: Witch Hunters (2013)

ตัวอย่างภาพยนตร์ Hansel & Gretel: Witch Hunters (2013)

โหวตข่าวนี้