advertisement

มาดูกับมาดาม: ชีวิตอัศจรรย์ของพาย...เด็กชายผู้รอดชีวิต

โดย มาดามอองทัวร์ 28 ธ.ค. 2555 08:00


ค้นพบการผจญภัยของพาย พาเทล บนเรือที่ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่เป็นผู้รอดชีวิตจากเรืออับปาง

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน สัปดาห์ที่ผ่านมาเชื่อว่าหลายคนคงตื่นเต้นไปกับกระแสวันโลกแตกอยู่ไม่น้อย เพราะฉะนั้น มาดามก็ไม่ยอมน้อยหน้าค่ะ (แม้ว่าจะช้าไปหน่อย) นำเสนอภาพยนตร์ที่คิดว่าน่าจะเหมาะกับเหตุการณ์นี้ นั่นก็คือเรื่อง “Life of Pi” หรือชื่อไทยสุดน่ารักๆ ว่า “ชีวิตอัศจรรย์ของพาย”

ว่าแต่ว่า...ชีวิตอัศจรรย์ของพายเกี่ยวอะไรกับวันโลกแตก ตรงนี้มาดามขออนุญาตอุบไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยมาว่ากันช่วงหลัง ตอนนี้เรามาว่ากันที่เนื้อหาคร่าวๆ กันสักนิดดีกว่าค่ะ


“ชีวิตอัศจรรย์ของพาย” เป็นเรื่องราวการผจญภัยของเด็กชายเชื้อสายอินเดียชื่อว่า ‘พาย พาเทล’ (Pi Patel) ลูกชายของครอบครัวที่มีธุรกิจสวนสัตว์ในอินเดีย ครอบครัวของพายตัดสินใจขายกิจการและย้ายไปแคนาดาเมื่อพายย่างเข้าสู่วัยรุ่น โดยเลือกเดินทางโดยเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ แต่เมื่อเรืออับปาง ชะตาชีวิตของพายจึงเปลี่ยนไป...และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยอันน่า “อัศจรรย์” ของเขา

ความอัศจรรย์ที่ว่าเริ่มต้นเมื่อเรืออับปาง ครอบครัวของพายจมหายไปพร้อมกับเรือโดยสาร พร้อมกับผู้โดยสารคนอื่นและบรรดาสัตว์ที่พ่อของพายขนมาจากอินเดียเพื่อขายต่อในอเมริกาเหนือด้วย พายหนีออกมาได้สำเร็จพร้อมกับเรือกู้ภัยขนาด 26 ฟุต ซึ่งมีเสบียงอาหารและน้ำดื่มพร้อมแต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า...พายไม่ใช่ผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียว!


เรื่องคงไม่แปลกถ้า “ผู้รอดชีวิต” ที่ว่าจะเป็นพ่อครัว กัปตันเรือหรือผู้โดยสารคนอื่นๆ แต่กลายเป็นว่าพายต้องมีชีวิตอยู่บนเรือกับสัตว์ของพ่อ ซึ่งประกอบไปด้วย ม้าลาย ไฮยีน่า ลิงอุรังอุตัง และเสือเบงกอล...วายร้ายตัวสำคัญของสวนสัตว์นามว่า ‘ริชาร์ด ปาร์คเกอร์‘...แค่คิดก็สยองแล้ว

 


“You think tiger is your friend, he is an animal, not a playmate.” (Pi’s Father)
“แกคิดว่าเสือเป็นเพื่อนแกเหรอ มันเป็นสัตว์ ไม่ใช่เพื่อนเล่น” (พ่อของพาย)
“Animals have souls...I have seen it in their eyes” (Pi Patel)
“สัตว์มีจิตวิญญาณ ผมเห็นในตาของพวกมัน” (พาย พาเทล)


คำสอนของพ่อจะเป็นจริงหรือไม่ คุณผู้อ่านต้องคอยไปติดตามได้ในโรงภาพยนตร์ค่ะ แต่มาดามคอนเฟิร์มว่าอัศจรรย์จริงค่ะ


ความอัศจรรย์ยังไม่หมดแค่นั้นนะคะ ยังมีเรื่องของวิธีการเล่าเรื่องและเทคนิคพิเศษของเรื่องนี้อีกที่น่าสนใจ เริ่มกันที่อย่างแรก...วิธีการเล่าเรื่องที่น่าอัศจรรย์ของเรื่องนี้ก็คือการเล่าเรื่องซ้อนเรื่องค่ะ งงไหมคะ? คือเรื่องนี้มีการแบ่งช่วงเวลาออกเป็นสองช่วงค่ะ ช่วงแรกคือการเล่าเรื่องของพายเมื่อเขาโตเป็นหนุ่มใหญ่ ส่วนช่วงที่สองเป็นเรื่องราวของพายตั้งแต่ยังเด็กจนโตเป็นวัยรุ่น ความเก๋ของผู้กำกับ อั้งลี่ (Ang Lee, ผู้กำกับ ‘Brokeback Mountain’ ‘Crouching Tiger, Hidden Dragon’) ก็คือสามารถผสมผสานเรื่องราวทั้งสองช่วงเวลาได้อย่างลงตัวค่ะ...มีสีสัน คละเคล้าดราม่าและมุกขำตลอดทั้งเรื่อง

ส่วนความอัศจรรย์ที่สองเป็นเรื่องของเทคนิคพิเศษ มาดามมีโอกาสดูเรื่องนี้ในแบบสามมิติค่ะ ขอบอกว่าปลื้ม...แบบว่าสารพัดสัตว์และลมทะเลพัดออกมานอกจอทีเดียว ถือว่าสร้างสรรค์ออกมาได้ดีมาก เพราะดูแทบไม่ออกว่าฉากไหนเสือจริง ฉากไหนเสือปลอม!


กลับมาที่เรื่องที่มาดามอุบไว้ตอนต้น ว่าความอัศจรรย์ของพายเกี่ยวยังไงกับโลกแตก...ขอสารภาพว่าครั้งแรกมาดามก็ไม่ได้คิดถึงประเด็นนี้หรอกค่ะ แต่พอได้ดูแล้วจึงรู้สึกว่าคอนเซปต์หลักของเรื่องคล้ายกับตำนานความเชื่อบางอย่าง...ก็ตำนานของเรือโนอาห์อย่างไรล่ะคะ

ตำนานโนอาห์ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์ไบเบิ้ล ว่าด้วยช่วงเวลาก่อนพระเจ้าจะทำให้น้ำท่วมโลกเพื่อชะล้างบาปกรรมทั้งปวงที่เกิดจากมนุษย์ แต่เพราะทรงเห็นว่าโนอาห์เป็นคนที่มีศีลธรรมสมควรให้อยู่ต่อ เลยบัญชาให้โนอาห์สร้างเรือ เมื่อน้ำท่วมโลก ครอบครัวโนอาห์ นก สัตว์ป่าและสัตว์เลื้อยคลานอย่างละหนึ่งคู่ จึงต้องอาศัยอยู่บนเรือ ผจญกับคลื่นลมและอุปสรรคต่างๆ นานา จนพระเจ้าบันดาลให้น้ำลด ทั้งหมดจึงกลับมาอาศัยบนแผ่นดินเช่นเดิม

 

 


หรือว่าพายจะเป็นผู้ถูกเลือกให้รอดชีวิตจากเรืออับปาง แล้วเพราะอะไรเขาถึงกลายเป็นผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เลวร้ายแบบนั้น พระเจ้าจะช่วยเราหรือไม่ยังเป็นเรื่องที่ต้องลุ้น แต่ถ้าเราไม่ช่วยตัวเองแล้วล่ะก็...ตายแน่ๆ ค่ะ

สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าจนกว่าเราจะพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ

 


มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer


ตัวอย่างภาพยนตร์ 'ชีวิตอัศจรรย์ของพาย' (2012)

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement