advertisement

ชีวิตแบบไหนที่เป็น 'ความสุข' ของคนบันเทิง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ธ.ค. 2555 19:00

ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ด้วยนิยามความสุขของ "คนบันเทิง" ที่มีมุมมองที่แตกต่างกันไป นำทีมโดยชมพู่-อารยา, เจมส์-เรืองศักดิ์, ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์, บ๊วย-เชษฐวุฒิ, พีช-พชร ฯลฯ...

ชั่วโมงส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่แบบนี้ แน่นอนว่าสิ่งที่คนทุกคนบนโลกใบนี้ต้องการให้มาพร้อมกับปีใหม่คือ "ความสุข" ทั้งกายและใจ ซึ่งองค์ประกอบความสุขของแต่ละคนนั้นมีรูปร่างหน้าตาที่ต่างกันไป แต่แน่นอนว่าความสุขพื้นฐานที่คนเราอยากได้ โดยเฉพาะเวลาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องความมั่งมีศรีสุข สุขภาพที่ดี และการมีเวลาได้อยู่กับคนที่รักหรือได้ทำในสิ่งที่รักอย่างเต็มที่ อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วเชื่อว่าหลายคนก็คงมีหน้าตาความสุขของตัวเองที่อยู่ในใจอยู่แล้ว แต่หลายคนก็คงอยากรู้ว่าแล้วความสุขในแบบฉบับของคนบันเทิงจะมีหน้าตาแบบไหน  วันนี้ "ทีมข่าวบันเทิง ไทยรัฐออนไลน์" อาสาพาไปเจาะลึกถึงข้างในหัวใจของหนุ่มสาวบันเทิงว่ามีหน้าตาแบบไหน อย่ารอช้า ไปฟังกันเลย ณ บัดนาว!!

เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ นักร้องนักแสดงหนุ่มตี๋จากละคร "หยกเลือดมังกร" ทางช่อง 7


"สำหรับความสุขของผมก็คือคำว่าความไร้กังวลครับ ไร้กังวลในที่นี้คือไร้สิ่งที่เราต้องเป็นห่วง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเงิน พันธนาการต่างๆ ในชีวิต หรือเรื่องของสุขภาพ เพราะฉะนั้นการที่เราจะมีความสุขได้ ผมคิดว่าเราต้องสามารถที่จะดูแลจัดการเรื่องต่างๆ ทั้งปวงเหล่านี้ให้ได้ ต้องมีทุกอย่างที่เพียงพอต่อสิ่งที่จะทำให้ตัวเราไม่ต้องกังวลได้อีกต่อไป อาจจะไม่ต้องมีมากมายจนล้นฟ้าก็ได้ แต่อย่างน้อยที่สุดก็ต้องไม่มีความกังวลในเรื่องเหล่านี้อยู่ครับ ผมคิดว่าถ้าเราสามารถดูแลมันได้จะเกิดความสุข ถึงแม้ว่าความสุขต้องมีองค์ประกอบอื่นอีกหลายๆ อย่าง แต่สำหรับผมแล้ว พื้นฐานต้องมาจากสิ่งเหล่านี้ให้ได้ก่อนครับ เมื่อมีพื้นฐานเหล่านี้แล้ว ต่อไปในเรื่องความสุขที่มันเป็นความสุขที่สุด นั่นคือความสงบสุขในจิตใจมันจะเกิดได้เองทันทีอัตโนมัติ แต่ถ้าวันนี้เรายังไม่สามารถที่จะสร้างความไร้กังวลพื้นฐานได้ ผมเชื่อว่าความสุขในใจหรือความสุขในเรื่องละเอียดอ่อนก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ดังนั้นความสุขของผมคือความไร้กังวลเพื่อที่จะนำไปสู่ความสงบสุขในใจแบบถาวรครับ"

ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต นางเอกสาวลูกครึ่งวิก 3 จากละคร "คุณสามี (กำมะลอ) ที่รัก" และภาพยนตร์ "คุณนายโฮ"


"จริงๆ สิ่งที่ทำให้เรามีความสุข มันก็เปลี่ยนไปตามช่วงเวลา เปลี่ยนไปตามอายุ ช่วงเด็กๆ เราก็มีความสุขที่เราได้นู่นนี่นั่น แต่สำหรับความสุขในช่วงชีวิตตอนนี้ก็คือการที่เราได้ทำงานที่เราแฮปปี้ที่จะทำจริงๆ คืองานบางงานที่มันฝืนใจเรานิดๆ หน่อย ก็รู้สึกว่าไม่อยากตื่นมาทำแล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าเราจะทำอะไรอยู่ก็ตาม ถ้าเป็นสิ่งที่เรารัก ที่เรามีความสุขถือว่ามีบุญมากที่ได้ทำ ซึ่งตอนนี้เริ่มคิดแล้วว่าโจทย์ในการรับงานก็คือต้องแฮปปี้ก่อน แล้วงานก็จะออกมาดีด้วย ส่วนโจทย์เรื่องความสุขอย่างอื่นที่ชมอยากได้ ที่ไม่ใช่เรื่องงาน ก็รู้สึกอยากจะจัดการเรื่องชีวิตงานและเรื่องชีวิตส่วนตัวให้บาลานซ์กันมากกว่านี้ อย่างตอนนี้เรื่องเวลานอน อาจจะมีเวลาให้ตัวเองน้อยลง ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ไม่ค่อยได้กินอะไรแบบที่ตัวเองอยากจะกิน คิดว่าปีใหม่นี้จะทำให้ดีขึ้น ถามว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการปรับ คือจริงๆ มันก็คงมีอะไรขลุกๆ ขลักๆ บ้าง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าเวลาส่วนตัวเราน้อยลง แต่เวลาที่เราทำงานเราแฮปปี้ อย่างน้อยมันก็ไม่ท้อ ชมคิดอย่างนี้นะ ซึ่งชมก็คุยกับผู้จัดการส่วนตัวว่าปีใหม่นี้ขอมีเวลาให้กับตัวเอง อย่างน้อยสัปดาห์นึงมีสักวันสองวันให้เราได้ไปพักผ่อนได้ทำอะไรได้ตื่นสายบ้างค่ะ"

ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล นักแสดงสาววิก 7 สี จากละคร "อุบัติเหตุ"


"ความสุขสำหรับหนูคือการประสบความสำเร็จและก็มีคนที่เรารักอยู่เคียงข้างเรา มีเวลาให้กับคนรอบข้าง ได้ใช้เวลา ได้ใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เรารักค่ะ เพราะทุกวันนี้เราก็เหมือนเดินอยู่บนเส้นทางความฝันที่เป็นเหมือนบันไดก้าวสู่ความสำเร็จแต่ว่าระยะเวลา เรายังไม่มีเวลามากพอที่จะอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ อยากจะอยู่ทุกวันทุกที่ แต่บางทีด้วยการทำงานของคุณพ่อคุณแม่ต่างคนต่างทำงาน แต่ถ้าวันนึงเราประสบความสำเร็จแล้ว วันนึงคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องทำงานแล้ว มาอยู่กับหนูตลอดเวลาเลยดีกว่า คือตอนนี้รู้สึกว่าเราอยากมีเวลาให้กับครอบครัวแต่ยังทำไม่ได้ อาจเป็นเพราะเรายังอยู่ในช่วงตกแต่งบ้านเพิ่มเติม ก็เลยยังไม่ได้เข้าไปอยู่ในบ้าน คืออยู่คนละบ้านด้วย เลยต้องรอให้บ้านเสร็จก่อน และคุณพ่อคุณแม่ก็ยังทำงานด้วย ถ้าจะเจอได้เฉพาะตอนที่เรากลับบ้านไป แต่อยากให้คุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกันตลอดเวลามากกว่า ถามว่าอีกนานไหมกว่าจะได้กลับไปอยู่ด้วยกัน คือบางทีท่านก็คงอยากทำงาน คงอยู่ที่ว่าท่านพร้อมเมื่อไหร่ ส่วนเรื่องที่หนูอยากประสบความสำเร็จในแง่ไหนก็คือทุกๆเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องการงาน และความหมายของการประสบความสำเร็จ ความหมายมันก็กว้าง ต้องอยู่ที่เราคาดหวังแค่ไหน จริงๆ ก็คาดหวังไว้สูง เป้าหมายเราสูงเราก็ต้องเดินตามเป้าหมายของเรา ถามว่าตอนนี้ถือว่าโอเคไหมก็ถือว่าในระดับนึง แต่อีกกี่ปีจะประสบความสำเร็จอย่างที่ต้องการก็ยังไม่สามารถคาดหวังได้ค่ะ"

บ๊วย-เชษฐวุฒิ วัชรคุณ พิธีกรอารมณ์ดีจากรายการ "คันปาก" ทางช่อง 7


"ความสุขสำหรับผม ในอดีตผมเคยคิดว่ามันมีจินตนาการเยอะเกี่ยวกับความสุข มันมีข้อมูลต่างๆ เยอะมากครับ แต่หลังจากเจอประสบการณ์ชีวิตต่างๆ มาแล้ว ผมว่าความสุขไม่ต้องไปหาที่ไหน ผมได้แล้วและผมมีมันตลอดเวลา เพียงแต่ผมไม่เห็นเท่านั้นเอง ความสุขคือการอยู่กับปัจจุบันขณะ อยู่กับคนที่อยู่ตรงหน้าเรา 100 เปอร์เซ็นต์ ผมจะมีความสุขมากถ้าผมสัมภาษณ์แบบ 100 เปอร์เซ็นต์ ตั้งใจตอบ 100 เปอร์เซ็นต์ ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมสำคัญที่สุดเสมอ ส่วนเรื่องอะไรที่อยากได้แล้วยังไม่ได้ผมบอกว่าไม่มีเพราะว่าอยากได้คือมันยังไกล แต่ผมคิดว่ามันได้แล้วและผมมั่นใจว่ามันได้แน่นอน คือชีวิตผมถ้าอยากได้อะไรก็แค่ตั้งเป้าหมาย ปักหมุดให้มันชัดเจน แล้วเราเดินไปตามนั้น เดินไปหามัน ถ้าเรารู้สึกว่าทำไมยังไม่ได้สักที เราก็ต้องกลับมาถามตัวเองว่ามันเกิดอะไรกับตัวเรา ชีวิตเรามีตารางไหม หรือไปทำอะไรอยู่ ตอนนี้ผมมีเครื่องมือมากมายในการทำให้ชีวิตสำเร็จ มันไม่แปลกอะไรที่ผมจะเดินไปอย่างมั่นใจครับ ดังนั้นเราก็ต้องหาเครื่องมือที่ทำให้ชีวิตเราเวิร์ก แล้วประกอบมัน เป็นพลังให้กับเราเดินไปข้างหน้าครับ"

พีช-พชร จิราธิวัฒน์ พระเอกมาแรงจากภาพยนตร์  "เคาท์ดาวน์"


"สำหรับความสุขของผม คือการได้อยู่กับคนที่เราอยากอยู่ด้วย คือได้อยู่กับครอบครัว อยู่กับเพื่อน ถามว่าทุกวันนี้คิดว่าเรามีเวลาให้กับคนที่เราอยากอยู่ด้วยแบบเต็มที่รึยัง คือ ตอนนี้อาจจะมีให้ไม่เยอะมากครับ แต่ว่าเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันก็มีความสุขมากแล้วครับ ส่วนความสุขอีกอย่างนึงของผมคือการทำงานเพลงครับ เพราะดนตรีเป็นสิ่งที่เราชอบมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ก็ยังทำอยู่แต่ยังไม่เสร็จ ผมก็อยากตั้งใจทำผลงานตรงนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่เราชอบให้มันเสร็จ ซึ่งตอนนี้ก็มีเพลงแรกออกมาแล้ว เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องเคาท์ดาวน์ครับ ส่วนอีกเพลงกำลังจะออกในเดือน ม.ค.-ก.พ. ที่จะถึงนี้ครับ ซึ่งเราก็แฮปปี้ ถึงแม้งานของผมจะเยอะจนไม่ค่อยมีเวลาให้กับครอบครัวและเพื่อนสักเท่าไหร่ ถามว่าอีกนานไหมกว่าที่จะมีเวลาให้กับคนที่เรารักจริงๆ ก็ต้องค่อยๆ ปรับ ค่อยๆ แก้กันไปเรื่อยๆ ก็อาจจะต้องจัดตารางใหม่ให้ดีๆ ครับ"

โฟกัส จีระกุล นักแสดงสาวหน้าใสจากละคร "เวียงร้อยดาว"


"ความสุขของหนูคือทำให้ทุกคนในครอบครัวไม่ลำบาก ถือว่าเป็นเป้าหมายสูงสุดแล้วค่ะ ไม่ได้นึกถึงตัวเองนะคะ เรานึกถึงคนอื่น เพราะถ้าถามว่าเป้าหมายของตัวเองมีไหมไม่มีหรอกค่ะ ถามว่าการที่จะทำให้ครอบครัวสบายในแบบของเราเป็นยังไงก็คือการที่ได้มาอยู่รวมกันในบ้านหลังใหญ่ๆ เขาอยากได้อะไรเราก็ซื้อให้ได้ค่ะ ถามว่าตอนนี้มันเป็นไหมก็เป็น แต่ว่ายังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ เป็นเพราะด้วยอะไรหลายๆ อย่างมันยังไม่ลงตัว  ยังมีอะไรที่ขาดอยู่ซึ่งหนูก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรที่ขาด แต่ว่าอนาคตเดี๋ยวคงรู้เองค่ะว่าอะไรที่ขาดไปค่ะ ถามว่าอีกนานแค่ไหนกว่าจะได้ตรงนั้นมาก็คงไปเรื่อยๆ ค่ะ อาจจะอีก 10 ปีหรือ 20 ปี แต่ถ้านานกว่านั้นอยู่นิ่งๆ ดีกว่า (หัวเราะ)  ถามว่ามีโอกาสไหมที่จะทำให้มันเป็นจริงได้ก็ถ้าทำงานอยู่ก็น่าจะมีอยู่ค่ะ แต่ถ้าหยุดทำงานก็คงไม่มีแล้วค่ะ แต่คิดว่าในอนาคตอาจจะไม่ได้ทำงานในวงการบันเทิงแล้วไปทำอย่างอื่นที่รู้สึกว่าเราสบายใจมากกว่าค่ะ"

ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา นักร้องสาวอาร์แอนด์บี และแมทธิว ดีน  นักแสดงหนุ่มจากละคร "ลับลวงหลอน", "นักสู้มหากาฬ" และ  "ชาติเจ้าพระยา"


ลีเดีย "จริงๆ สำหรับเดียก็มีความสุขดีอยู่แล้ว แต่ก็มีเป้าหมายมาอยู่เรื่อยๆ คือในช่วงชีวิตคนเราก็มีเป้าหมายที่แตกต่างกันไป ตอนเด็กๆ ก็ขอให้เรียนได้เกรดดีๆ ตอนโตก็ขอให้ได้งานดีๆ มันก็แล้วแต่ช่วงชีวิตของแต่ละคน แต่ถ้าพูดโดยรวมจริงๆ แล้วก็แฮปปี้ดีอยู่แล้วค่ะ ส่วนสิ่งที่อยากทำแล้วมีความสุขแต่ยังไม่ได้ทำคืออยากไปเที่ยวมากค่ะแต่ยังไม่มีเวลาเลย คือตอนนี้เรามีงานเราทำงานไปก่อน เวลาเราว่างก็ค่อยเที่ยว มันไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นช่วงนี้เวลานี้ ถามว่าอีกนานไหมกว่าที่จะได้ไปอย่างที่ตั้งใจก็แล้วแต่งานเลยค่ะ แล้วแต่ว่าเดียจะต้องทำงานทัวร์คอนเสิร์ตหรืออะไรยังไงบ้างค่ะ"

แมทธิว "ผมก็คล้ายๆ กับเดียคืออยากไปเที่ยวอยู่แล้ว ประเทศนึงที่ไม่เคยไปเลยคืออยากไปอียิปต์ เป็นประเทศที่น่าค้นหาและน่าไปเที่ยว แต่ยังหาเวลาไปไม่ได้เลยครับช่วงนี้ คืองานจะยุ่งเป็นช่วงๆ มันเลยต้องมีการวางแผนดีๆ ก็รอให้พร้อมจริงๆ พอว่างแล้วก็ลุยเที่ยวเลยครับ คึอตอนนี้เราก็อยากเมคมันนี่ทุกช่วงแหละครับ (หัวเราะ) ถ้ามีงานมาก็ทำงานไปก่อน ถ้าเกิดว่างจริงๆ ค่อยเที่ยวครับ ช่วงปีใหม่นี้ก็คงจะยาก แต่คิดว่าภายใน 2 ปีต้องไปให้ได้ครับ ก่อนที่จะแก่ไปกว่านี้ เดี๋ยวจะปีนพีระมิดไม่ไหวครับ (หัวเราะ)"

ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิกร นางเอกหน้าใสค่ายจีทีเอช จากภาพยนตร์ "เอทีเอ็ม เออรักเออเร่อ"


"ความสุขของไอซ์ถ้าพูดถึงในแง่เป้าหมายชีวิตมันมีหลายอย่างมากเลย คืออยากเรียนหนังสือให้จบก่อน หลังจากนั้นก็อยากพาคุณพ่อคุณแม่ไปเที่ยวเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน เรากลับบ้านดึก ทำงานเสร็จปุ๊บคุณพ่อคุณแม่ก็หลับแล้ว ถามว่าอีกนานไหมกว่าที่จะมีเวลาให้กับครอบครัวก็ถ้าเป็นเรื่องระยะเวลาคงตอบไม่ได้เพราะเป็นเรื่องคาดเดายาก แต่ว่าคงไม่นานมากค่ะ แต่จริงๆ ความสุขสำหรับไอซ์มันหาได้เรื่อยๆ ทุกวัน เราสามารถให้ความสุขกับตัวเองได้หลายๆ วิธี จริงๆ แค่ฟังเพลงที่เราชอบในห้องน้ำก็เป็นความสุขแล้วนะ (ยิ้ม) แต่ความสุขที่ขาดหายไปสำหรับไอซ์คือเรื่องสุขภาพของตัวเองด้วยที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงค่ะ ถ้าขอพรปีใหม่ได้ก็จะขอให้ตัวเองไม่ป่วยง่ายแบบนี้ เพราะเป็นคนที่เป็นหวัดง่ายมาก ฝนตกนิดนึงก็ป่วยแล้ว คือเราก็ดูแลตัวเองนะ แต่ร่างกายอ่อนแอง่ายมากเลย ไม่รู้เป็นโรคภูมิคุ้มกันต่ำหรือเปล่า ตอนนี้เลยมาฝึกโยคะเพื่อให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นเพื่อให้สุขภาพดีกว่านี้ค่ะ"

 

โหวตข่าวนี้