advertisement

ก็แค่ข่าวร้าย (เอง)

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ต.ค. 2555 07:00

เมื่อครั้งที่ "พี่แจ้" ดนุพล แก้วกาญจน์ แยกตัวจาก แกรนด์เอ็กซ์ มาเป็นศิลปินเดี่ยว ในปี 2529 นอกจากจะมีเพลงที่ไพเราะมาให้แฟนเพลงได้ฟังติดหูอมตะมาจนถึงทุกวันนี้แล้ว พี่แจ้ยังได้ทำให้วงการเพลงเมืองไทยได้รู้จักกลุ่มนักดนตรีฝีมือดี ที่แต่เดิมจะเป็นที่รู้จักกันเฉพาะในแวดวง หรือในกลุ่มคนเล่นดนตรีเท่านั้น

นั่นคือ วงพลอย ครับ

พี่แจ้ได้ชักชวนวงพลอยมาเล่นเป็นแบ็กอัพให้ในอัลบั้ม "ฝันสีทอง" ใช้ชื่อว่า "แจ้และพลอย" ทำให้วงการเพลงไทยรู้จัก "ติ๊ก ชิโร่" หรือ มนัสวิน (ศิริศักดิ์) นันทเสน "จิ๊บ รด." วสุ แสงสิงแก้ว เป็นต้น

โดยเฉพาะ จิ๊บ วสุ ถือเป็นหนึ่งในไอดอลของวัยรุ่นในยุคนั้นเลย จากเพลง จิ๊บ รด. "…รด.เด็กไทยผมเกรียน ไปเรียนก็เกาะรถเมล์ ไม่หล่อแต่เราแต่งตัวเก๋ เกเรไม่เป็นเหมือนใคร.." วัยรุ่นเปิดฟังแล้วร้องตามกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทำสัสดีโคตรหนักใจตอนเกณฑ์ทหาร เพราะวัยรุ่นหนีไปเรียน รด.ตาม จิ๊บวสุ กันหมด จนแทบจะไม่มีเหลือมาจับใบแดงใบดำ (ฮา) แน่นอน ผู้เขียนเองก็ตั้งเป้าว่าขึ้น ม.ปลายเมื่อไร จะเรียน รด. จะได้เท่แบบ "พี่จิ๊บ" แต่ก็แห้วครับ เดี๋ยวไปเล่าให้ฟังในช่วงท้ายครับ

ปี 2530 อัลบั้มเต็มตัวชุดแรกของวงพลอย ได้คลอดออกมากับค่าย นิธิทัศน์ โปรโมชั่น โดยมี พี่แจ้ รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์ให้ ชื่ออัลบั้มว่า "สุภาพบุรุษนักฝัน" ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง มีเพลงดังอย่าง สูตรรักนักเรียน, จดหมายลาครู (ร้องโดย วสุ) , ปลงซะ (ร้องโดย ติ๊ก ชีโร่), ไม่ได้เจตนา (ร้องโดย มืด ไข่มุก) เป็นต้น ซึ่งก็โดนใจกลุ่มเป้าหมายหลักคือวัยรุ่นวัยเรียนเช่นเคย

ท่อนฮุก "..เส้นตรงเส้นหนึ่งตั้งอยู่บนเส้นตรงอีกเส้นหนึ่ง ทำมุมประชิดรวมกัน เท่ากับสองมุมฉาก เส้นตรงสองเส้นนี้ ทำมุมเป็นแฟนกัน.." ใครไม่ร้องนี่โคตรเชย หรือ เพลงจดหมายลาครู พวกนักเรียนเฮี้ยวๆ นี่ชอบมาก เพื่อนผู้เขียนชอบเอาไปร้องแซวพวกครูฝึกสอนสาวๆ อายหน้าแดงหน้าดำ แต่ครูบางคนไม่เล่นด้วย เอาไปฟ้องอาจารย์ที่ปรึกษา หรืออาจารย์ฝ่ายปกครอง ก็ต้องถือว่าคราวซวยมาเยือน

แต่มีอยู่เพลงหนึ่งในอัลบั้มนี้ ที่ผู้เขียนค่อนข้างจะชอบและ "อิน" เป็นพิเศษ คือ เพลง แค่...ข่าวร้าย ร้องโดย เหม-อนุสาร คุณะดิลก มือเบสของวง คือ วงพลอยนี่จะดีอยู่อย่างหนึ่งครับ คือ ไม่ผูกขาดการเป็นนักร้องนำไว้กับใครคนใดคนหนึ่ง ทุกๆ คนในวงสามารถร้องเพลงได้หมด และก็ร้องได้เพราะเอามากๆ ด้วย แม้บางคนจะร้องไม่เพราะ อย่าง ติ๊ก ชิโร่ หรือ มืด ไข่มุก แต่ก็มีน้ำเสียงเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง บวกกับจังหวะดนตรีที่ "ถึง" ทำให้เพลงดังได้ไม่ยาก

แค่ข่าวร้ายนี้ แม้นักร้องจะไม่โด่งดังเป็นที่รู้จักมากนัก แต่กับเพลงแล้วคนละเรื่องเลยครับ เพลงนี้ดังเอามากๆ เลย คนอกหักมาฟังเพลงนี้ต้องอินแน่นอน ขึ้นอินโทรในจังหวะช้าๆ ซึ้งๆ มีกลิ่นอายของ พี่แจ้ หน่อยๆ ลองฟังดูครับ มิวสิกวิดีโอเศร้ามาก เหม คนร้องเล่นเป็นพระเอกมิวสิกฯ เองด้วย แล้วอ่านเนื้อเพลงด้วยนะครับ ใครเคยมีความหลังนี่มีพิงฝาตาลอยแน่

"...จากข่าวคราวที่ฉันรู้ ฉันไม่แคร์ไม่คิดหวั่น
ไม่เคลิบเคลิ้มคล้อยตามใครเพราะใจไม่แปรผัน
มั่นคงใครเขาจะมาเป่าแต่ฉันก็ยังรักดังเก่า
ไม่ปล่อยใจเป็นคนหูเบาไป

แต่ทำไมเธอไปคล้อยเคืองคิดคำหลอก
ไม่ได้เป็นความจริงเลยถามสักคำก่อนได้ไหม
อย่าเร็วไปขอให้จงทบทวนใหม่
รักของเรารักนั้นยิ่งใหญ่อย่ายอมให้ใครแยกเรา

ก็แค่ข่าวร้าย
ถ้าหากเชื่อเขา (รักร้าวไปแล้วใครเสียใจ)
เราเองหรอกจะหมองหมาง (แล้วคนยุนั้นจะชื่นบาน)
ลงทุนแค่โม้กับฝอย ฝอย (แล้วเขาจะยิ้มไปนาน)
แม้เฉย ๆ ฟังแค่เพียงผ่าน ไม่ยอมให้ใครปั่น มั่นใจไม่หวาดหวั่น
เขายุเราเขาก็คงปากเฉาไป.."



ได้ฟังเพลงนี้คราวไหนผู้เขียนเป็นต้องนึกถึงเหตุการณ์สมัยเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย ซึ่งย้ายมาเรียนอีกที่หนึ่งที่ใกล้บ้านขึ้น เป็นโรงเรียนแบบสหศึกษา ผู้เขียนรู้สึกเกินเพื่อนกับนักเรียนหญิงร่วมห้องคนหนึ่ง เธอคนนั้นเองก็มีท่าทีเช่นเดียวกัน แต่ว่าช่วงนั้นเลือดวัยรุ่นมันคงฉีดแรงไป เวลาในชีวิตของผู้เขียนจึงหมดไปกับกลุ่มเพื่อนผู้ชายเสียเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีเวลาให้กับเรื่องของหัวใจเท่าไรนัก

วีรกรรมแสบๆ ซ่าๆ มีมากมายจนไม่อยากเจียระไน เคยแม้กระทั่งถูกพักการเรียน โดยที่ทางบ้านไม่ระแคะระคายแม้แต่น้อย (แฟนานุแฟนที่ยังอยู่ในวัยเรียนอย่าได้เอาเยี่ยงเอาอย่าง) ไอ้ที่ตั้งใจว่าจะเรียน รด.ก็ไม่เอาแล้ว เพราะช่วงเรียน รด.จะมีช่วงเวลาว่างในตอนบ่ายทั้งวัน ซึ่งโรงเรียนกำหนดให้เป็นคาบเรียนที่ต้องเข้าชมรม แต่มีหรือที่ ผู้เขียน แอนด์ โค จะเข้า ทั้งห้องมี นร.ชายอยู่ 10 กว่าคน แต่มีคนเรียน รด.อยู่ 3-4 คน น้อยที่สุดในสายชั้นแล้ว มีเวลาว่างตั้งหลายชั่วโมงแบบนั้นก็เลยพากันโดดเรียนหายแซบ (ย้ำอีกที อย่าได้เอาเยี่ยงอย่าง)

จนล่วงเข้าเทอมสุดท้ายก่อนเรียนจบมัธยมฯ ผู้เขียนเดินหน้าเผยความในใจกับเธอคนนั้น และได้รับไมตรีตอบ กระทั่งเรียนจบแล้วต่างแยกย้ายไปตามทางที่ตัวเองถนัด ก็ยังมีโอกาสได้เจอกันอยู่บ่อยพอควร

แต่แล้วในวันหนึ่งหลังจาก 2 ปีถัดมา ผู้เขียนรู้สึกประหนึ่งถูกฟ้าผ่ากลางแดดเปรี้ยงๆ เมื่อทราบข่าวจากเพื่อนว่าเธอคนนั้นกำลังจะแต่งงานกับชายคนอื่น ความรู้สึกตอนนั้นคงไม่ต้องบอก วันงานของเธอผู้เขียนก็ไปร่วมด้วย ทำให้ทราบเหตุผล เพราะแม่เธอมีปัญหาเรื่องสุขภาพ จึงอยากเห็นลูกสาวเป็นฝั่งเป็นฝากับคนที่ตัวเองเลือกแล้วว่าดี

ไม่เป็นไรครับ ก็แค่ข่าวร้ายเอง.

Old Melody

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement