advertisement

วงแตก!? โฟร์รับมีปัญหากันจริง มดไม่แคร์จบก็จบ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 14 ก.ย. 2555 10:00

โฟร์-ศกลรัตน์ และมด-ณปภัช ไม่ยอมให้สัมภาษณ์คู่กัน-รับมีปัญหากันจริง ด้านโฟร์คาดอีกฝ่ายเข้าใจผิดเล็กน้อย เชื่อเริ่มถึงจุดอิ่มตัวหลังร่วมงานนาน 8 ปี ส่วนมดยันไม่คิดเคลียร์-ผู้ใหญ่ไม่ยุ่ง ลั่นหากอีกฝ่ายบอกถึงจุดอิ่มตัวก็อิ่มตัว ...

ถูกจับตามองถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะราบรื่นมาตลอดสำหรับ 2 สาวดูโอดังค่ายอาร์เอส โฟร์-ศกลรัตน์ วรอุไร และ มด-ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ ล่าสุดตกเป็นกระแสร้อนๆ อีกครั้ง หลังสาวมดโพสต์ข้อความทำนองไม่พอใจในการทำงานในอินสตาแกรม ทำให้หลายๆ คนพุ่งประเด็นนี้ไปที่ดูโอสาวรุ่นพี่อย่างโฟร์ทันที เพราะเป็นคนที่สาวมดร่วมงานมาโดยตลอด และเมื่อมาร่วมงาน "ช่อง 8 จัดทัพปรับผัง...พร้อมมอบความบันเทิงสู่ผู้ชมทั่วประเทศ" ที่โรงแรมพูลแมน คิงพาวเวอร์ ซ.รางน้ำ พอเสร็จงานแล้วทั้งคู่ก็ยังบ่ายเบี่ยงไม่ยอมให้สัมภาษณ์และถ่ายรูปคู่กันอีกด้วย

นักข่าวจึงสัมภาษณ์กับสาวโฟร์ว่าทำไมจึงไม่ยอมให้สัมภาษณ์คู่กัน ซึ่งโฟร์เปิดใจตอบว่า "ก็แบบเหนื่อยและมีหลายเรื่องที่ต้องจัดการ ต้องเคลียร์กันบ้าง" ดูรุนแรงนะ? "ส่วนใหญ่ก็เรื่องงานแหละ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แต่เวลาทำงาน งานก็คืองาน จริงๆ แล้วเราก็อยู่ในวงการนี้มานาน ก็รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ" มีปัญหามานานหรือยัง? "มันคงไม่ได้เรียกว่าปัญหามากกว่า มันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดเล็กๆ น้อยๆ แต่มันคงยังไม่ต้องเคลียร์ ไม่รู้ว่าจะเคลียร์อะไรด้วยค่ะ เพราะทั้งเขาและเราไม่ได้ว่ากันตรงๆ มันไม่มีอะไรหรอก อย่างที่บอกส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องงาน ที่เหนื่อยแล้วมันก็เครียด ช่วงนี้ก็ซ้อมคอนเสิร์ตใหญ่ ทุกอย่างก็อึดอัด" ทำไมไม่เปิดใจคุยกันล่ะ? "มันก็ยังไม่ได้แบบอะไรขนาดนั้น เราก็ไม่ได้แบบเธอหรือเราไม่ดี มันอึดอัดเล็กๆ น้อยๆ ไม่มีอะไร" ตะขิดตะขวงใจมั้ย เวลาทำงานด้วยกัน? "ไม่รู้สิ แต่ไม่มีผลกระทบกับงานแน่นอน อันนี้คอนเฟิร์มค่ะ"

ในฐานะพี่เราจะไปคุยกับน้องก่อนมั้ย? "ถ้าเกิดมันรุนแรงมากก็คงคุยค่ะ แต่อันนี้ยังไม่ได้อะไรรุนแรงมาก ยังไม่ได้เป็นเรื่องที่เรารู้สึกต้องเคลียร์เลยนะคะ เพราะเราไม่ได้คุยต่อหน้า แต่ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นมาก็มาจากการลงอินสตาแกรม ทวิตเตอร์ เราก็รู้สึกว่าใช่เรารึเปล่า เพราะเขาก็ไม่ได้แอดชื่อโฟร์มา ก็ยังไม่ได้คุยกัน" แต่ทางมดดูซีเรียสมาก? "ค่ะ ทุกคนก็ซีเรียสแหละ แต่อย่างที่บอกว่าเราโตกว่าคงไม่ได้ซีเรียสเยอะ เพราะเรารู้ว่าทุกอย่างคงเกิดจากอารมณ์และภาวะอะไรหลายๆ อย่าง" เพราะต่างคนต่างมีอารมณ์เลยไม่กล้าคุยกัน? "ใช่ค่ะ ก็รอทุกอย่าง อาจจะดีขึ้นถ้าเกิดเงียบๆ ไป" ต้นเรื่องมาจาการระบายของมดลงในอินสตาแกรม? "คงเป็นการระบายค่ะ เพราะเขาอาจจะแบบว่าไม่รู้ต้องคุยหรือปรึกษาใครดี ก็เป็นแบบอารมณ์ส่วนตัว" เราเลยพาลคิดว่ามดหมายถึงตัวเอง? "จริงๆ มันก็มีเรื่องงานบ้าง เราก็รู้สึกว่าถ้าเกิดพูดเรื่องงาน ทำงานก็น่าจะเป็นเรา เพราะเราก็อยู่กับเขา มันก็ไม่น่าจะใช่คนอื่น" ไม่คุยกันไปเรื่อยๆ กลัวปัญหามันจะบานปลายมั้ย? "อย่างที่บอกค่ะ โฟร์ก็ยังไม่แน่ใจ ไม่ชัวร์ว่าใช่รึเปล่า แต่ก็ทำงานกันแค่สองคน ก็น่าจะไม่มีใครนอกจากเรา"

คิดว่าการมีปัญหากันครั้งนี้แรงสุดมั้ย? "คงไม่ได้แรงสุด เอาเป็นว่าพูดหรือโพสต์อะไรผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คมากกว่า" กลัวกระทบต่อการเป็นโฟร์มดมั้ย? "อือ...ไม่รู้เหมือนกัน ส่วนจะทำงานแบบแฮปปี้มั้ย คือตอนนี้มันจำเป็นต้องทำค่ะ เพราะว่าจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ มันยังต้องเจอและซ้อมกันอยู่ค่ะ" หลายครั้งที่มีคนจับตามองว่าโฟร์มดจะแยกวงกันแล้ว พอมีเหตุการณ์นี้ขึ้นมาคนก็อาจจะคิดแบบนั้นอีก? "ไม่แน่ ก็อาจจะถึงจุดอิ่มตัวก็ได้ค่ะ" แสดงว่าโฟร์มีคิดเรื่องนี้? "อายุเราเยอะขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ จริงๆ เราก็คิดไว้ตลอดว่าจะถึงอัลบั้มไหน แต่ถ้าเกิดมันมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างที่ทำให้ทุกอย่างต้องจบเร็วกว่าเดิม มันก็ต้องเป็นไปตามนั้น แต่โฟร์ไม่อยากจบนะ เพราะแฟนๆ ที่รักโฟร์มดก็ยังมีอยู่เยอะ แต่วันนึงเราโตขึ้นแล้วความคิดเห็นเราไม่ตรงกันแล้ว มันก็ต้องหยุดค่ะ" ส่วนตัวโฟร์อิ่มตัวรึยัง? "คิดว่าอายุขนาดนี้อิ่มมั้ยอะ (หัวเราะ) จริงๆ ก็เริ่มอิ่มตัว เราก็เคยเข้าไปคุยกับค่ายว่าเราจะไปยังไงต่อไป เล่นละครอย่างเดียวได้รึเปล่า"

จากนั้นนักข่าวเลยตามไปถ่ามสาวมดถึงเรื่องที่โฟร์ให้สัมภาษณ์ว่ารู้สึกมีปัญหาเรื่องที่สาวมดโพสต์ข้อความลงบนอินสตาแกรม โดยที่ไม่ได้พูดกันตรงๆ ซึ่งมดตอบทันทีว่า "เอาเป็นว่ารู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ก็น่าจะรู้ว่าก่อนหน้าที่จะโพสต์มันเกิดขึ้น เพราะอะไรขึ้น" มันจะตะขิดตะขวงใจเวลาทำงานด้วยกันมั้ย? "โตๆ กันแล้วค่ะ ต้องรู้จักแยกแยะว่าเวลาทำงานก็คือทำงาน เรื่องส่วนตัวไว้ทีหลัง" โฟร์เองก็ดูไม่มั่นใจว่าข้อความในอินสตาแกรมนั้นเราเมนชั่นถึงเขามั้ย? "อย่างที่หนูบอก คนเราต้องรู้ตัวเองว่าทำอะไรไปบ้าง" เดี๋ยวมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่มั้ยถ้าไม่เคลียร์กัน? "จริงๆ แล้วมดว่าอย่าเพิ่งคุยดีแล้ว เพราะยิ่งคุยจะยิ่งบานปลาย รอให้อะไรหลายๆ อย่างมันสงบ เงียบ เย็นกว่านี้ก่อน ค่อยพูดทีเดียว" ไม่กลัวปัญหามันจะยิ่งลึกไปกว่านี้เหรอ? "ถ้าถึงเวลางาน โตกันแล้วแหละก็ต้องรู้ว่าอันไหนมันควรไม่ควร แต่สำหรับหนูมันไม่กระทบงานเลย เพราะโตพอที่จะแยกแยะได้แล้ว" จริงๆ ต้นตอปัญหาที่เราไม่พอใจ เพราะโฟร์เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับเรื่องงานเหรอ? "เอาเป็นว่าเรื่องปัญหาหนูยังไม่พูดตอนนี้ดีกว่า เพราะกลัวว่าพูดไปแล้วมันจะเป็นเรื่องใหญ่มากขึ้น รอให้อะไรหลายๆ อย่างมันดูเย็นกว่านี้ก่อน ค่อยพูดถึงปัญหา"

โฟร์ก็พูดถึงเรื่องจุดอิ่มตัวของโฟร์มดว่ามันอาจถึงเวลาแล้ว? "อิ่มตัวก็อิ่มตัวสิ" มันอาจต้องเริ่มแยกย้ายกัน? "หนูก็ไม่อยากจะพูดอะไรนะ แต่อย่างที่เขาบอกถ้าปัญหามันใหญ่มากจนถึงขั้นไม่รู้จักที่จะแยกแยะว่าอันไหนคืองาน ก็จบเถอะ ถามว่าหนูอิ่มตัวมั้ย ที่จริงหนูยังทำงานได้เรื่อยๆ ไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว หนูโตพอที่จะแยกแยะได้ว่าอันไหนมันคืองาน อันไหนคือเรื่องส่วนตัว หนูแยกออก" ถ้ามันต้องจบเพราะเรื่องนี้เราเสียดายมั้ย? "แค่นี้ก่อนดีกว่า เพราะยิ่งพูดมันอาจจะเป็นปัญหาใหญ่กว่านี้" บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจกันผิดเล็กน้อย แล้วเก็บไปคิดมากทั้งคู่เพราะไม่ได้คุยกันตรงๆ? "ก็รอให้อะไรมันเย็นกว่านี้ก่อน ถ้ามันเย็นกว่านี้มันอาจจะคุยอะไรได้ดีกว่านี้" แปลว่าเร็วๆ นี้เรามีแพลนไปเคลียร์? "อาจจะยังไม่ใช่ตอนนี้ค่ะ" หรือต้องมีผู้ใหญ่เข้ามาเป็นกาวใจให้มั้ย? "ยังค่ะ ผู้ใหญ่คงมองว่าอันนี้มันเป็นเรื่องที่ต้องเคลียร์กันเอง ผู้ใหญ่ก็ทราบอยู่แล้วว่าอันไหนที่เราควรทำ".

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement