advertisement

ต้องฟ้อง! ต้องอ่าน! เปิดจดหมายสู้ๆ เพื่อหนังไทย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ส.ค. 2555 20:18

ยังเดินหน้าสู้ๆ ต่อไปเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม และเพื่อเปิดอิสระในการเลือกชมภาพยนตร์ให้กับคนที่รักหนังจริงๆ ผู้สร้าง มานิต ศรีวานิชภูมิ และผู้กำกับ สมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ จากภาพยนตร์ต้องดูเรื่อง “เชคสเปียร์ต้องตาย” เข้ายื่นจดหมายที่ศาลปกครอง (แจ้งวัฒนะ) เพื่อให้กองเซ็นเซอร์และฟิล์มบอร์ด ยกเลิกคำสั่งห้ามฉาย และเรียกค่าเสียหายเท่าทุนการสร้าง เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้แก่ผู้สร้างภาพยนตร์ไทย ที่ถูกรังแกและไร้ความคุ้มครอง

ข้าพเจ้านายมานิต ศรีวานิชภูมิ และนางสาวสมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ร่วมกันเป็นผู้ฟ้องคดี โดยมีผู้ถูกฟ้อง คือ คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  ในฐานะประธานกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ และคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ คณะที่ ๓ ได้ร่วมกันไม่อนุญาตให้ภาพยนตร์เรื่อง “เชคสเปียร์ต้องตาย” ซึ่งแปลจากบทประพันธ์โดยกวีเอกของโลก วิลเลี่ยม เชคสเปียร์ เรื่อง “The Tragedy of Macbeth” ให้เผยแพร่ในราชอาณาจักร ด้วยเหตุผลดังนี้

๑. คณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ คณะที่ ๓  ไม่อนุญาตด้วยเหตุผลว่า “มีเนื้อหาที่ก่อให้เกิดการแตกสามัคคีระหว่างคนในชาติ ทั้งที่เหตุผลดังกล่าวมิชอบด้วยกฎหมาย และในสังคมไทยมีเหตุการณ์ที่มีการเข่นฆ่าประชาชนเกิดขึ้นหลายครั้งหลายหน อาทิเช่น เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖,  เหตุการณ์ ๖  ตุลาคม ๒๕๑๙, เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕  และกรณีสงครามยาเสพติดที่มีผู้เสียชีวิตกว่า ๒,๕๐๐ กว่าคน (๑ กุมภาพันธ์ ถึง ๓๐ เมษายน ๒๕๔๖) เป็นต้น ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นย่อมเป็นความรุนแรงของสังคมไทย  ที่มิอาจลืมเลือนหรือปกปิดไว้ได้แต่อย่างใด โดยชนชาวไทยสมควรมาเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อร่วมมือกันมิให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

๒. คณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการชุดดังกล่าว ไม่อนุญาตด้วยเหตุผลว่า  “มีบางฉากมีเนื้อหาที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน” หรือ “อาจกระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของรัฐ และเกียรติภูมิของประเทศ”  ทั้งที่เหตุการณ์ความรุนแรงเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยหลายครั้งหลายหน สมควรเป็นบทเรียนตามข้อ ๑. ส่วนเหตุผลความมั่นคงของรัฐนั้น หมายถึง “รัฐชาติ” มิใช่รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง และเกียรติภูมิของประเทศก็เช่นกัน มิใช่เกียรติภูมิของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่ง

ดังนั้น ผู้ฟ้องคดีทั้งสองจึงขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนมติและคำสั่งของผู้ถูกฟ้องทั้งสอง ที่ห้ามฉาย ห้ามจัดจำหน่ายภาพยนตร์เรื่อง “เชคสเปียร์ต้องตาย” ในราชอาณาจักร และเรียกร้องค่าเสียหายจากเงินทุนที่ใช้ในการสร้างภาพยนตร์ เรื่องดังกล่าว พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๗.๕ ต่อปี รวมเป็นเงินทั้งสิ้นถึงวันฟ้อง เป็นจำนวน  ๗,๕๓๐,๓๘๘.๕๕ บาท (เจ็ดล้านห้าแสนสามหมื่นสามร้อยแปดสิบแปดบาทห้าสิบห้าสตางค์)

ส่วนค่าใช้จ่ายอันเป็นค่าตอบแทนส่วนตัว ในกระบวนการผลิตภาพยนตร์ของผู้ฟ้องทั้งสอง และค่าเสียหายจากการเสื่อมเสียชื่อเสียงด้วยเหตุผลที่ผู้ถูกฟ้องอ้างและค่าเสียโอกาสในการร่วมลงทุนสร้างภาพยนตร์กับบุคคลอื่น ผู้ฟ้องคดีทั้งสองไม่ติดใจเรียกร้องแต่อย่างใด

นายมานิต ศรีวานิชภูมิ
นางสาวสมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์

 

 

 

โหวตข่าวนี้