advertisement

มาดูกับมาดาม: ตามรอยสุดยอดเชฟซูชิในตำนาน

โดย มาดามอองทัวร์ 27 ก.ค. 2555 18:10

ย้อนรอยตำนานสุดยอดเชฟซูชิ “จิโร่ โอโนะ” เจ้าของรางวัล 3 Stars Michelin วัย 85 ปี ใน “Jiro Dreams of Sushi”

“I fell in love with my work and I gave my life to it.”
“ฉันตกหลุมรักงานของฉันและทุ่มเททุกอย่างในชีวิตเพื่อมัน”
จิโร่ โอโนะ

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่าน อาทิตย์ที่ผ่านมามาดามมีโอกาสได้ชมภาพยนตร์หลายเรื่องเลยค่ะ บางเรื่องก็เป็นเรื่องดังตามกระแส บางเรื่องก็เพิ่งจะเข้าฉายเป็นสัปดาห์แรก แต่เรื่องที่มาดามเลือกที่จะเขียนถึงวันนี้เป็นเรื่องที่เข้าฉายในเมืองไทย เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมานี้เองค่ะ เป็นภาพยนตร์สารคดีที่ได้รับการกล่าวถึงมากเรื่องหนึ่งตามสื่อต่างๆ เมื่อหลายเดือนก่อน มาดามไม่มีโอกาสได้ดูสักทีเพราะติดภารกิจหลายอย่างทุกครั้งที่ตั้งใจจะหยิบมาดู แต่ครั้งนี้ไม่พลาดแล้วค่ะ แล้วก็ขอบอกว่าไม่ผิดหวังจริงๆ เวลาแค่ชั่วโมงกว่าๆ ให้ข้อคิดและแรงบันดาลใจที่ดีหลายๆ อย่างกับมาดามทีเดียว แล้วก็ตามระเบียบค่ะมาดามก็อยากจะแชร์ให้คุณผู้อ่านฟังบ้าง...

ภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้ก็คือ “Jiro Dreams of Sushi” (2011) ยังไงล่ะคะ เชื่อว่าคุณผู้อ่านบางคนน่าจะเคยได้ยินชื่อหรือแม้กระทั่งได้ชมในโรงภาพยนตร์บ้านเรามาแล้ว เรื่องราวหลักๆ ก็เป็นเรื่องของสุดยอดเชฟซูชิหรือที่ในเรื่องเขายกย่องว่าเป็น “Shokunin” นามว่า “จิโร่ โอโนะ” วัย 85 ปี เจ้าของรางวัล 3 Stars Michelin และยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกของชาติประจำประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย

ว่าแต่เชฟซูชิคนนี้เขามีอะไรดีขนาดที่ได้รับการยกย่องและมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลกขนาดนั้นทั้งๆ ที่ร้านซูชิของเขาที่ชื่อ Sukiyabashi Jiro เป็นแค่เพียงร้านเล็กๆ ในสถานีรถไฟใต้ดินในโตเกียว ที่มีที่นั่งสำหรับลูกค้าเพียงแค่ 10 คน ห้องน้ำก็ต้องเดินออกไปเข้าข้างนอกร้านแล้วยังต้องโทรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนอีกด้วยถึงจะได้กิน...

คุณผู้อ่านลองทายซิคะว่าเป็นเพราะอะไร? ร้านซูชิเล็กๆ แห่งนี้ถึงได้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ได้เปิดประตูต้อนรับนักชิมและสมาคมคนรักซูชิจากทั่วทุกมุมโลกขนาดนี้ คำตอบคงไม่ใช่แค่รสชาติที่อร่อยแต่เพียงอย่างเดียวแน่ๆ แต่จะเป็นเพราะอะไรมาดามคงไม่มีคำตอบที่แน่นอนให้หรอกนะคะ...มาดามเองก็ยัง ไม่เคยได้ไปกินแถมลิ้นก็ไม่เทพอีกต่างหาก

แต่ถ้าลองคิดดูดีๆ จากตลอดหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ ของทั้งเรื่องก็มีความคิดเห็นมากมายจากผู้คนรอบข้างของจิโร่ ทั้งลูกชายทั้งสองคน นักชิมชื่อดังในญี่ปุ่น หรือแม้กระทั่งลูกมือผู้ช่วยเชฟทั้งที่ยังฝึกงานกับจิโร่อยู่และออกไปเปิดร้านของตัวเองแล้วก็ได้ความว่า...เพราะจิโร่มีศรัทธาและรักในงานของเขายังไงล่ะคะ

ว่ากันว่าเขาไม่เคยบ่น ไม่เคยเหนื่อยที่จะพัฒนาฝีมือและรสชาติซูชิของเขาเลย สมกับชื่อเรื่องเลยทีเดียวค่ะ ที่ว่า Jiro Dreams of Sushi เพราะเขาบอกว่าการพัฒนาซูชิคือสิ่งเดียวที่เขาคิดอยู่ตลอดเวลาทั้งยามหลับ และยามที่เขาตื่น ‘โยชิคาซึ’ ลูกชายคนโตของจิโร่บอกว่า “พ่อของเขาเป็นคนที่มีความรักและความตั้งใจที่แน่วแน่มากกับวิชาชีพของเขา เขาไม่เคยพอใจกับงานของเขาและนั่นก็ทำให้เขาคิดค้นและหาวิธีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาซูชิและฝีมือของเขาอยู่เสมอๆ”

คอลัมนิสต์จากหนังสือแนะนำอาหารแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นบอกว่าเพราะจิโร่มีคุณสมบัติของการเป็นเชฟที่ดีทั้ง 5 ประการ นั่นก็คือ “เขามุ่งมั่น พัฒนาตนเองอยู่เสมอ สะอาด ยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองมีและทำได้ดีที่สุด และที่สำคัญที่สุดประการสุดท้าย จิโร่มีความรักในสิ่งที่เขาทำ” ซึ่งประการสำคัญสุดท้ายนี้ โดยส่วนตัวแล้ว มาดามเชื่อว่าเป็นแรงผลักที่สำคัญของผู้ที่ประสบความสำเร็จในสิ่งที่เขาทำ ทั่วโลก ตัวอย่างที่ชัดเจนและโด่งดังที่สุดในยุคนี้ก็คนอย่าง “สตีฟ จ็อบส์” ยังไงล่ะคะ

“Shokunin try to get the highest quality of fish and apply their technique to it, we don’t care about money.”
“สุดยอดของการเป็นเชฟซูชิก็คือการหาปลาที่ดีที่สุดและทำมันออกมาให้ดีที่สุด เราไม่ได้ทำเพื่อเงินหรอก”
จิโร่ โอโนะ

คุณตาจิโร่ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนร้านของเขาให้เป็นร้านซูชิแบบสมัยนิยม ไม่ได้คิดค้นสูตรเพื่อผสมผสานรสชาติของซูชิกับอาหารชาติอื่นๆ อย่างที่ร้านดังๆ เก๋ๆ ทั่วโลกนิยมทำกันตอนนี้ หลายคนได้ตั้งคำถามว่า “แล้วเพราะอะไรซูชิง่ายๆ พื้นๆ ถึงได้มีรสชาติที่ลุ่มลึกนัก?” คำตอบของคุณตาจิโร่ก็คงมีแค่ว่า “เพราะความเรียบง่ายที่แท้จริงนำมาซึ่งรสชาติอันแสนพิเศษ” หรือที่คนญี่ปุ่นเขาเรียกว่า อร่อยแบบ “Umami”...รสชาติที่ทำให้คุณรู้สึกดีนั่นเอง อืม ลึกซึ้งจริงๆ เชื่อแล้วที่มีคนเคยบอกว่า “การกินอาหารถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง”

เอาล่ะค่ะ...สิ่งที่มาดามต้องการจะแชร์ในวันนี้ คงไม่ใช่แค่ความเพลิดเพลินที่ได้ชมภาพยนตร์สารคดีเรื่องนี้หรอกค่ะ แต่เป็นแง่คิดและแรงบันดาลใจมากมายที่ทำให้เราเชื่อว่าชีวิตของคนเราคงจะมีความหมายมากมาย ถ้าเราเชื่อและตั้งใจทำในสิ่งที่เรารักและศรัทธา และมันก็อาจจะประสบความสำเร็จหรือเป็นที่ยอมรับในสักวัน ถ้าเราค่อยๆ พัฒนาเพื่อให้มันดีขึ้นเรื่อยๆ จนเป็นที่รู้จักและยอมรับ...สมัยนี้คนทั่วไปมีชีวิตและคิดอย่างมนุษย์เงินเดือน ทำทุกอย่างเพื่อเงินและความอยู่รอด และมาดามก็ไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกหรือผิดอะไรหรอกค่ะ มันก็เป็นธรรมดาของสังคมในยุคทุนนิยมเป็นใหญ่ เพียงแต่ว่าความสำคัญและอำนาจของเงินอาจจะทำให้คนเราหลงลืมตัวตนและสิ่งที่ตนเองทำได้ดีไปชั่วขณะ และตรงนั้นต่างหากค่ะที่น่ากลัว เพราะเรากำลังเอาความนิยมชมชอบของผู้อื่นมากลืนกินสิ่งที่เราเป็น หรือคำฮิตติดปากง่ายๆ ที่ว่า “ตามกระแส” ยังไงล่ะคะ

“I’ll continue to climb, trying to reach the top, but no one knows where the top is”
“ฉันยังคงปีนต่อไปเรื่อยๆ เพื่อที่จะไปให้ถึงจุดยอด แต่ก็ไม่มีใครรู้หรอกว่ายอดที่ว่าน่ะมันอยู่ที่ไหน”
จิโร่ โอโนะ

เชื่อในสิ่งที่เรารักและทำมันออกมาให้ดีที่สุดนะคะ พบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ...ตอนนี้ไปตามล่าหาซูชิก่อนดีกว่า

มาดามอองทัวร์


ตัวอย่างภาพยนตร์สารคดี Jiro Dreams of Sushi (2011) กำกับโดย David Gelb

ข้อมูลและภาพประกอบ: www.metacritic.com, http://bumres.blogspot.com, www.imdb.com

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement