advertisement

'เจด้า-จิดาริน' ฉายแววดาวดวงใหม่!! 'จีน่า' รับหวงมาก...ตั้งใจตามลูกออกเดท

โดย ทีมข่าวบันเทิง 28 ก.ค. 2555 06:00

เป็นลูกไม้หล่นใต้ต้นของแท้ เพราะแค่กลับมาขึ้น “คอนเสิร์ตเจ 20” ของคุณพ่อ เจ–เจตริน วรรธนะสิน ลูกสาวคนสวย เจด้า–จิดาริน ณ ลำเลียง ลูกสาววัย 14 ปี ก็เปล่งประกายความสวยสะดุดตา คว้าหัวใจแฟนคลับ รวมทั้งหนุ่มๆ ทั่วบ้านทั่วเมือง กลายเป็นสาวเนื้อหอมชั่วข้ามคืน ค่ายเพลง ผู้จัดต่างให้ความสนใจ แต่ก็แว่วๆ มาว่า ค่ายโพลีพลัส มือไวคว้าตัวดาวดวงใหม่มาอยู่ในสังกัด เลยต้องฉกตัวสาว เจด้า ที่ยังพูดไทยไม่แข็งแรง พร้อมกับคุณแม่ จีน่า–จิดาภา ณ ลำเลียง มาเปิดใจถึงความน่ารักความผูกพันของแม่ลูกคู่นี้ เริ่มจาก....

ตอนขึ้นคอนเสิร์ตรู้สึกยังไงบ้าง?

“ตื่นเต้นและดีใจมากค่ะ” จีน่าอยากขึ้นไปแจมกับลูกมั้ย? “คงไม่ค่ะ แต่เราเห็นลูกโตไปเรื่อยๆ มาถึงวันนี้ที่ยืนบนเวที พอหันมาเป็นเจด้า แล้วทุกคนกรี๊ด เราก็ดีใจ” เห็นว่าเจด้ามีแฟนคลับตั้งแต่ก่อนขึ้นคอนเสิร์ต?


จีน่า ตอบ “ค่ะ ก็มีตั้งแต่เกิดเลยเพราะทุกคนเห็นเจด้าตั้งแต่ขวบครึ่ง ทุกปีมีคนส่งอีเมล์ เขียนเฟซบุ๊กมาหาบอกว่าชื่นชอบ อย่างวันก่อน มีคนเขียนในอินสตาแกรมว่าเค้าภูมิใจในตัวเจด้าเฝ้าดูมาตั้งแต่เด็ก เห็นจีน่าทำเพื่อลูกมาตลอดจนมาเห็นบนเวทีเธอมีพรสวรรค์มากและน่ารักมาก เราอ่านแล้วโอ้โหขอบคุณเค้ามากๆ” ถามเจด้าบ้าง ว่ารู้สึกยังไงที่มีแฟนคลับตั้งแต่เกิดเลย? “รู้สึกดีไม่รู้จะพูดยังไง (ยิ้ม)” จีน่า เสริม “คงเป็นเพราะอยู่ที่โน่นเราเป็นคนธรรมดา เจด้าไม่เคยรู้ แต่จีน่ารู้มาตลอดเพราะมีแต่คนถามถึงเจด้า จนมาถึงตอนนี้คนเริ่มถามเจด้าเอง เจด้าเลยเพิ่งเข้าใจมากขึ้น เค้าเริ่มรู้ประมาณ  6 ขวบ เพราะได้มาออกรายการสมาคมชมดาว ตอนกลับเมืองไทย ส่วนเรื่องขึ้นคอนเสิร์ตจริงๆ เริ่มจากความคิดของจีน่าว่าเจจะมีคอนเสิร์ต สมมติว่าลูกสาวจะขึ้นคอนเสิร์ตด้วยจะเป็นยังไง เพราะเค้าเรียนเต้น บัลเล่ต์ แจ๊ซ ฮิพฮอพ มาตั้งแต่เด็ก หลังจากนั้น 6 เดือน เลยถามเจด้า ตอนแรกเค้าคงรู้สึกเกร็งๆ ที่อเมริกาถึงเค้าจะเคยเต้นบัลเล่ต์ต่อหน้าคนดู 2,000 คนทุกปี แต่ยังไม่เคยขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ ตอนแรกก็มีคิดว่าแค่เต้น แต่พอมีเรื่องร้องด้วยก็ยากหน่อย เค้าซ้อมหนัก เรื่องภาษาไทยก็พยายามสอนเค้า ตอนนี้เค้าก็ตัดสินใจเองด้วยว่าอยากจะพูดไทยได้ ก็เลยเรียน”

กลับมาคราวนี้มีแพลนทำอะไรบ้าง?

จีน่า ตอบ “กลับมา 2 เดือนมีแพลนทำอะไรสนุกๆ กับเพื่อนๆ ไม่ได้กลับมา 2 ปี ก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้กลับมา 5 ปี แต่เมื่อไม่กี่วันก่อน เจด้าบอกว่า อยากอยู่เมืองไทย ตอนนี้เจด้าเรียนอยู่เกรด 9 ปีนี้กำลังจะเข้าไฮสคูล” มีแพลนย้ายมาเรียนที่นี่มั้ย? “เราไปดูโรงเรียนนานาชาติที่นี่อยู่  แพลนว่าถ้าอยู่ที่นี่จะทำอะไรบ้างเจด้าก็มีญาติอยู่ที่นี่”  เห็นรูปกับน้องๆ ทั้ง เจ้านาย เจ้าขุน เจ้าสมุทร? เจด้า ตอบ “เราเล่นเกมด้วยกัน วิ่งเล่นกัน น้องๆ ไฮเปอร์มาก และติดเจด้ามาก เรียกพี่เจด้าๆ ตลอด” อยู่กับน้องๆมีมุมเป็นพี่สาวสอนน้องบ้างมั้ย? “มีสอนเล่นเกมต่างๆ แต่ยังไม่ได้ไปไหนด้วยกัน เพราะก่อนหน้านี้ซ้อมหนักตลอด” ถ้าเจด้าอยากอยู่เมืองไทยจริงๆล่ะ? จีน่า ตอบ “ตามใจลูก เพราะจีน่ารักเมืองไทยอยู่แล้ว ถ้าเค้าอยากอยู่และเรียนที่นี่ อาจจะลองอยู่ 1-2 ปี แล้วกลับไปอเมริกา อาจจะสลับกัน”

ชีวิตที่โน่นเป็นยังไงบ้าง เลี้ยงลูกยังไง?

“ก็ยากเหมือนกัน เป็นซิงเกิ้ลมัม แต่โอเคเพราะสำหรับจีน่า ในทุกๆ วัน วันไหนถ้าไม่มีลูก เราก็จะรู้สึกเหงา ถ้าเค้ามีความสุขจีน่าก็มีความสุข เราดีใจมากที่ลูกสาวเป็นเด็กที่ดีมาก” เป็นแม่ที่เหมือนเป็นเพื่อนกับลูกเลย? “เป็นบางเวลาเพราะอันดับแรกจีน่าต้องเป็นแม่ อันดับสองถึงเป็นเพื่อน จีน่ามองว่าบางครั้งพ่อแม่บางคนเผลอลืมไปและพยายามจะเป็นเพื่อนกับลูกอย่างเดียว ดังนั้น จีน่าต้องมีความเป็นแม่มาก่อน เป็นคนตัดสินใจและตั้งกฎระเบียบต่างๆ ไม่ใช่ปล่อยให้ทำอะไรตามใจ” แอบถามเจด้าว่าจริงๆ คุณแม่ดุมั้ย? เจด้า “(อมยิ้มมองหน้าแม่) ดุแค่บางครั้งค่ะ” จีน่าเสริม “บางทีการที่เค้าเป็นวัยรุ่น เค้าไม่ชอบให้เราห้ามอะไร เช่น เค้าขอไปบ้านเพื่อน เราจะถาม พ่อแม่เค้าอยู่มั้ย ถ้าพ่อแม่เค้าไม่อยู่ เราก็ไม่ให้ไป บางครั้งเค้าก็ไม่เข้าใจว่าทำไม เราก็จะบอกว่าลูกอายุแค่ 14 เอง อย่างเรื่องผู้ชาย จีน่ามองว่า มาเป็นเพื่อนกันก็ได้แต่แฟนยังไม่ให้มี ล่าสุดเห็นเค้าหยิบตุ๊กตาบาร์บี้ที่เคยเล่นตอนเด็กๆ มาเล่นกับเพื่อน ลึกๆแอบดีใจ อืม ลูกเรายังเด็ก (หัวเราะ)” มีวันที่แม่ลูกต้องแยกกันบ้างมั้ย? “มีค่ะ แต่จีน่าไม่ชอบเป็นอย่างนั้นเลย ยังบอกเค้าเลยว่าไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วแม่ไปด้วยได้มั้ย ก็รู้ว่าวันนึงเราก็ต้องแยก เราสนิทกันมากเพราะอยู่กันแค่ 2 คน” ใครติดใครมากกว่ากัน? “ตอนเด็กๆ ลูกติดแม่มากกว่า พอโตขึ้นก็ 50-50 ตอนนี้ก็อาจจะห่างกันมากขึ้นอีกนิด มันก็ยากนะสำหรับคนเป็นแม่ อย่างเย็นวันศุกร์เค้าไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ทิ้งเราไว้บ้าน พยายามเข้าใจเพราะมันก็เป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ต้องเจอ” ยอมให้เจด้าไปค้างคืนบ้านเพื่อนมั้ย? “ไปได้นะ เพราะเรารู้จักพ่อแม่ของเพื่อนเค้า บางทีเพื่อนเค้าก็มาค้างที่บ้าน”

เรื่องหนุ่มๆ ลึกๆ แม่ห่วงมั้ย?

“หวงเหมือนกัน ก็มีเพื่อนผู้ชายที่จีน่าเจอบ้าง ก็โอเค ต้องมีเจอ มีสกรีนบ้าง อย่างเมื่อ 3 เดือนก่อน พาเจด้าไปเที่ยวนิวยอร์ก ทุกคนคิดว่าเป็นพี่น้องกัน มีฝรั่งมาแซวๆ ว่าน่ารัก จีน่าตอบกลับเลยอย่าพูดนะนี่เป็นลูกสาวเรา อายุ 14 เอง” พ่อเจ–เจตรินล่ะหวงเจด้ามั้ย? เจด้า ยิ้มๆ ก่อนตอบว่า “ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าคุณพ่อหวงมั้ย” แล้วพอมาเมืองไทยหนุ่มๆ ชอบเยอะยิ่งหวงมั้ย? จีน่า ตอบ “หวงเหมือนกันเพราะเจด้าอาจจะยังไม่ชินกับเมืองไทย บางคนเข้ามาขอถ่ายรูปแล้วอาจจะจับไม้จับมือ เราก็ต้องบอก อยากให้เค้าจบไฮสคูลก่อนค่อยคิดเรื่องแฟน จีน่ายังเคยบอกเค้าเลยว่า ถ้าต่อไปเค้าไปเดทกับใครครั้งแรก จีน่าจะตามไปแอบดูไม่ให้เค้ารู้ตัว ใส่แว่นใส่หมวกตามไป (หัวเราะ) อย่างตอนนี้มาเมืองไทย มีเพื่อนๆใหม่ลูกๆของเพื่อนจีน่า ชวนไปดูหนัง เราจะบอกว่าแม่ต้องไปด้วยนะ ตอนนี้ทุกคนรู้จักเจด้า บางทีเค้าไม่เข้าใจว่าอ้าวทำไม เราก็บอกว่ามันไม่เหมือนที่อเมริกานะ เค้าก็เลยบอกว่างั้นไม่ไปดีกว่า” ฟังดูแล้วจีน่าก็เลี้ยงเจด้าแบบมีความเป็นไทยเหมือนกัน? “ใช่ค่ะ มีคนถามว่าเจด้าเป็นเด็กฝรั่งแต่เรียบร้อย คงเพราะคุณพ่อจีน่าเป็นคนไทย เราก็พยายามสอนธรรมเนียมไทยด้วย” จริงๆเจด้าดื้อมั้ย? จีน่า “โอ้โห ตอนเด็กดื้อนะ อะไรที่ไม่เอาก็ไม่เอาจริงๆ ตอนเด็กๆ ก็ต้องเลือกชุดเอง ถ้าไม่ใช่ตัวที่ชอบ เค้าจะไม่ยอมใส่เลย บางทีแม่ชอบแต่งตัวแบบเป็นนางแบบบ้าง แต่เค้าไม่ชอบ มีรองเท้าน้อยมาก แม่ต้องเป็นคนเลือกและซื้อมาให้ตลอด” แล้วคุณแม่ล่ะ เป็นซิงเกิ้ลมัมแบบนี้อยู่ที่โน่นมีหนุ่มๆ มาจีบบ้างมั้ย? “ก็มีบ้าง” เปิดใจมั้ย? “ตอนนี้เจด้าก็โตขึ้นแล้ว แต่ตอนนี้ก็ไม่มีใครจริงจัง เราทุ่มเทเวลาเลี้ยงลูกมาตลอด วันนึงลูกโตขึ้น คิดไว้แล้วว่าคงต้องมีแฟน ตอนนี้เจด้าก็เปิดให้แม่มากขึ้น จากเมื่อก่อนเค้าไม่ยอมเลย” จีน่าเองอยากกลับมาทำงานในวงการมั้ย? “ค่ะ ถ้ามีโอกาสก็อยากทำ”


เจด้าสนใจงานในวงการมั้ย?

เจด้า ตอบ “ยังไม่ได้วางแพลนว่าอยากทำอะไรบ้างแต่เชื่อว่าจะเป็นประสบการณ์ที่ดี” จีน่า เสริม “อาจจะได้มีผลงานละครสั้นๆ เป็นแขกรับเชิญก่อน แต่ถ้าปีหน้า พูดภาษาไทยได้มากกว่านี้อาจจะมีละครยาวกว่านี้ ตอนนี้ก็เซ็นสัญญากับโพลีพลัสให้ช่วยดูแลเรื่องงานให้ด้วยค่ะ

อย่างงานอื่นๆ ก็ชอบ นางแบบอย่างคุณแม่ก็สนใจ” คุณตาที่อยู่อเมริกาว่าไงบ้าง? “คุณพ่อก็ดีใจโทร.หาจีน่าเกือบทุกวัน ว่าคอนเสิร์ตเป็นไง ซื้อแมกกาซีนที่ถ่ายแบบแล้ว และเก็บผลงานเราตลอด” เตรียมรับมือกับการมีชื่อเสียงในวงการบ้างรึยัง? “แม่อาจจะต้องช่วยดูบ้าง เช่น ตอนนี้เค้าเล่นอินสตาแกรมแล้ว จะบอกเค้าว่าอย่าเอารูปไม่เหมาะสมลง บางทีแต่งตัวอยู่ในบ้าน สบายๆ เกินไป” ถึงตอนนี้จีน่าภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้บ้าง? “เค้าเป็นเด็กใจดีมาก แคร์คนรอบข้าง ยิ้มง่าย น่ารัก บางทีก็ยากสำหรับเค้าที่โตมากับการมีแม่คนเดียว แต่เจด้าก็เข้าใจว่าแม่เหนื่อยและดูแลเค้า เรียนเก่งมากด้วย” สุดท้ายเจด้ามีความฝันอยากทำอะไรบ้าง? “เคยคิดว่าอยากทำอะไรที่เป็นงานครีเอทสร้างสรรค์ เช่น เต้น การแสดง ก็ชอบค่ะ ถือเป็นโอกาสที่ดีค่ะ ถามว่าจะรับมือกับการอยู่ในวงการยังไง ก็คงเป็นตัวเราแบบนี้ค่ะ”.

 

ทีมข่าวบันเทิง

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement