advertisement

ตามติด 'จัสติน บีเบอร์' โชว์ฟอร์มร้องเต้นสุดเท่ในมาเลเซีย (2)

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ค. 2555 09:00

มาติดตามกันต่อถึงบรรยากาศการสัมภาษณ์นักร้องหนุ่มน้อยสุดฮอต "จัสติน บีเบอร์" ในรอบสัมภาษณ์กลุ่ม รวมทั้งบรรยากาศในคอนเสิร์ต MTV World Stage Live in Malaysia 2012 สาวก Belieber ไม่ควรพลาด...

จากครั้งที่แล้วที่สัญญาว่าจะเล่าถึงบรรยากาศการสัมภาษณ์นักร้องหนุ่มน้อยสุดฮอต จัสติน บีเบอร์ ในรอบสัมภาษณ์กลุ่ม รวมทั้งบรรยากาศในคอนเสิร์ต MTV World Stage Live in Malaysia 2012 ในครั้งนี้ "ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์" เลยจัดให้ตามคำสัญญาแบบเต็มอิ่ม...

หลังจากที่หนุ่มน้อยจัสตินตอบคำถามจากสื่อมวลชนกันพอหอมปากหอมคอในงานแถลงข่าว "Justin Bieber South East Asia Press Conference" โดยมีพิธีกรประจำงานรับหน้าที่ตัวแทนถามให้ไปแล้ว คราวนี้บรรดาสื่ออีกหลายประเทศ ก็ได้มีโอกาสที่จะถามคำถามหนุ่มจัสตินด้วยตัวเองบ้างในรอบสัมภาษณ์กลุ่ม (Roundtable) โดยแบ่งการสัมภาษณ์เป็น 2 รอบ และเมื่อหนุ่มจัสตินเข้ามาในห้องสัมภาษณ์กลุ่ม ก็เดินเข้าไปจับมือทักทายบรรดาสื่อมวลชนที่มาทำข่าวในครั้งนี้อย่างเป็นกันเอง ก่อนจะให้สื่อมวลชนจากประเทศต่างๆ สัมภาษณ์อย่างใกล้ชิด สร้างความประทับใจให้กับบรรดาสื่อมวลชนที่มาร่วมทำข่าวเป็นอย่างมาก ซึ่งในครั้งนี้สื่อมวลชนจากประเทศต่างๆ ได้สัมภาษณ์ถึงรายละเอียดการทำงานของหนุ่มคนนี้อย่างเต็มที่ โดยมีพิธีกรหนุ่มที่มาร่วมซักถามถึงการทำงานเพลงในอัลบั้มชุดใหม่เพิ่มเติมอีกด้วย

สื่อมวลชนมาเลเซีย : แฟนในทวีปเอเชียแตกต่างจากแฟนในอเมริกาและแคนาดาอย่างไร?
จัสติน บีเบอร์ : แฟนต่างกันน่ะครับ อย่างเช่นที่นี่ เวลาผมร้องเพลง พวกแฟนๆ ที่นี่จะนั่งฟังผมร้องเพลง แล้วเวลาผมเอาไมค์ยื่นให้พวกเขาร้อง แฟนๆ จะร้องทุกคำเลย แต่ถ้าเป็นแฟนเพลงที่อเมริกา/อเมริกาใต้ ประเทศเหล่านี้ แฟนๆ จะกรี๊ดตลอดเวลาที่ผมร้อง ซึ่งมันก็เจ๋งน่ะ ผมรักเสียงกรี๊ดอยู่แล้ว ผมชอบทั้งสองอย่างเลย มันก็ต่างกันแบบนี้แหละ

สื่อมวลชนเกาหลี : คุณได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งไหนมากที่สุดในการเขียนเพลง?
จัสติน บีเบอร์ : ผมได้รับแรงบันดาลใจจากครอบครัว และเพื่อนๆ ผมเขียนเพลงจากสื่งต่างๆ ที่มาจากใจของผม รวมถึงแฟนๆ ของผมด้วย

สื่อมวลชนสิงคโปร์ : อัลบั้มใหม่ของคุณได้วางแผงแล้ว และมันสร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟน ซึ่งเราได้จัดงาน Bieber Fest ซึ่งแฟนๆ ได้ทำของให้คุณมากมาย (สื่อยื่นถุงของขวัญและจดหมายให้ จัสติน บีเบอร์)
จัสติน บีเบอร์ : ขอบคุณมากๆ ครับ ดีเลย ผมมีอะไรที่จะทำบนเครื่องบินแล้ว

สื่อมวลชนฟิลิปปินส์ : รู้สึกอย่างไรที่ได้ควบคุมหรือมีส่วนร่วมในอัลบั้มนี้มากขึ้น?
จัสติน บีเบอร์ : รู้สึกดีมากๆ ที่ได้ควบคุมการทำงานต่างๆ ในอัลบั้มนี้ ซึ่งแต่ละเพลงคือตัวตนของผม ซึ่งผมมีช่วงเวลาดีๆ ที่ได้ทำงานในอัลบั้มด้วย

 

พิธีกร : ผมก็อยากจะถามเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน อัลบั้มนี้มันทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของคุณเลยทีเดียว อัลบั้มที่แล้วออกในแนวป๊อป แต่อัลบั้มนี้คุณได้ทำงานร่วมกับศิลปินอย่าง Drake, Kanye West นี่ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวของคุณมั้ย?

จัสติน บีเบอร์ : มันไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัว แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงที่ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงขนาดหน้ามือเป็นหลังมือ ช็อก น่าตกใจขนาดนั้น สำหรับอัลบั้มนี้มันก็แค่แตกต่าง อย่างเช่นอัลบั้มนี้ มีแฟนเพลงผู้ชายที่มาในคอนเสิร์ตผมมากขึ้น แฟนๆ ที่มีอายุเพิ่มขึ้น ได้เจอแฟนแปลกๆ หน้าใหม่ๆ แต่สิ่งสำคัญของผมก็คือ ผมไม่อยากที่จะเสียแฟนเพลงรุ่นเด็กของผมไป ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ Michael Jackson แตกต่างจากศิลปินคนอื่น Michael ไม่เคยเสียแฟนรุ่นเด็ก เค้ายังคงสามารถสื่อสารได้กับแฟนทุกวัย แม้เป็นทารก หรือว่าเด็กอายุ 8 ขวบ ดนตรีของผมนั้นเหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย และทันสมัย แต่ผมก็ไม่ได้เป็นคนเพอร์เฟกต์หรอกนะ ผมทำผิด ผมไม่ได้อยากเป็นคนที่เรียบร้อย หรือใสสะอาดในทุกๆ เรื่อง แต่ในขณะเดียวกัน ผมอยากที่เป็นแบบอย่างให้กับคนรุ่นใหม่เป็นคนดี ผ่านทางงานเพลงของผมและผ่านบทสัมภาษณ์ ผมอาจจะผ่านช่วงเวลาที่แย่ๆ มาบางวัน อารมณ์เสีย ผมอาจจะตอบคำถามไม่ตรงเวลาสัมภาษณ์ แต่ในที่สุดแล้ว ผมว่าทุกคนจะตัดสินผมจากดนตรีและงานเพลงของผมมากกว่า

พิธีกร : ผมว่ามันดีมากเลยน่ะ เพราะว่าคุณจะได้ให้แฟนๆ รุ่นเด็กของคุณเติบโตไปพร้อมๆ กับคุณด้วย  เอาล่ะ ต่อมาสื่อจาก "ไนน์ เอ็นเตอร์เทน" ประเทศไทยกันบ้าง

 

สื่อมวลชนไทย : สวัสดี จัสติน คุณยังไม่เคยมาประเทศไทยเลยนะ?
จัสติน บีเบอร์ : ผมรู้ ผมไม่เคยไปประเทศคุณเลย! ผมอยากไปประเทศไทยมากๆ เลยนะ ผมอยากไปเที่ยวกับสาวไทยมากๆ
สื่อมวลชนไทย :  เวลาคุณมาเมืองไทย คุณสามารถพูดได้ว่า 'สวัสดีครับ' (สอนให้ยกมือไหว้)
จัสติน บีเบอร์ : 'สวัสดีครับ' (พร้อมกับยกมือไหว้) แปลว่าอะไร
สื่อมวลชนไทย : แปลว่า Hello
จัสติน บีเบอร์ : แล้วถ้าจะพูดว่า Thank You ในภาษาไทยล่ะ?
สื่อมวลชนไทย : ต้องพูดว่า 'ขอบคุณครับ' ขอเริ่มคำถามว่า เพลงไหนที่คุณชอบมากที่สุดในอัลบั้มและเพราะอะไร?
จัสติน บีเบอร์ : เพลงที่ผมชอบมากที่สุดในอัลบั้มเหรอ อืม มันเปลี่ยนตลอดน่ะครับ อย่างอาทิตย์ที่แล้ว คือ 'Catching Feelings' อาทิตย์นี้ผมชอบ 'Die In Your Arms' ผมชอบทุกเพลงในอัลบั้ม เพราะมันมีความแตกต่างกัน ผมชอบเพลง 'She Don't Like The Lights' เหมือนกันน่ะครับ ที่อยู่ในอัลบั้มเวอร์ชั่น Deluxe ผมชอบทุกเพลงเลยครับ

สื่อมวลชนอินโดนีเซีย : เพลง 'Boyfriend' ของคุณคือเพลงที่ถูกขอมากที่สุดในคลื่นวิทยุที่อินโดนีเซีย คุณมีความคาดหวังอย่างไรและมากน้อยแค่ไหนจากการทำงานเพลงนี้?
จัสติน บีเบอร์ : ผมคิดว่า ผมทำได้ดีกับมันน่ะ เพราะว่าผมใช้เวลากับเพลงนี้พอสมควร แต่ผมไม่รู้ว่ามันดีสำหรับคุณมั้ย แต่สำหรับแฟนเพลง ผมคิดว่าเค้าชอบเพลงนี้ เค้ารักผม และเค้ารับได้กับซาวนด์ดนตรีในเพลงนี้ที่โตขึ้น ผมรู้สึกตื่นเต้นมากๆ ในช่วง 1 อาทิตย์ก่อนที่อัลบั้มจะออก คิดตลอดว่าแฟนๆ จะชอบอัลบั้มมั้ย หรือควรเอาเพลงนี้ เอาไปใส่ในอัลบั้มแทนมั้ย บางทีมันก็เกิดข้อสงสัยน่ะ แต่มาวันนี้ ผมโอเคกับมันมากๆ

สื่อมวลชนไต้หวัน : คุณมองตัวเองอย่างไรใน 10 ปีข้างหน้า เมื่อคุณอายุ 28 และคุณมี ใครที่คุณคิดว่าเป็นแบบอย่างให้กับคุณได้ในช่วงอายุนั้น?
จัสติน บีเบอร์ : ไม่รู้สิ มันอีกไกลมากเลย ผมคงทำงานเพลงต่อไป และหวังว่าจะทำให้มันดีขึ้น ส่วนร่วมมากขึ้นในงานเพลง ส่วนเรื่องคนที่เป็นแบบอย่างให้กับผมเหรอ ผมคงเลือกที่จะตอบว่าเป็น Usher ทั้งในด้านการใช้ชีวิตและการวางตัวในฐานะนักร้อง ซึ่ง Usher ให้การสนับสนุนผมอย่างดีตลอดมา รวมถึงเป็น Executive Producer สำหรับอัลบั้มนี้ด้วย ซึ่งมันพิเศษมากๆ เลยครับ

พิธีกร : ผมอยากจะถามเกี่ยวกับการแร็พของคุณ เราเคยได้ยินมานิดนึงจากเพลงที่คุณทำมิกซ์เทปกับ คริส บราวน์ หรือว่าที่คุณแร็พนิดๆ ในเพลง 'Boyfriend' จริงๆ แล้วคุณชอบมันมั้ย หรือคุณไม่ชอบเลย?
จัสติน บีเบอร์ : มันไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากจะหลีก แต่มันไม่ใช่สิ่งที่ผมอยากจะโฟกัส ผมไม่ได้อยากจะเป็นแร็พเปอร์ มันไม่ใช่ตัวผม แต่ผมแค่ชอบแร็พ มันเป็นสิ่งที่สนุก เหมือนเป็นสิ่งที่ผมได้แสดงออกถึงความเป็นตัวตนของผมเอง โชว์คาแรกเตอร์ของผม ผ่านทางการแร็พ มันก็แค่เป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง

พิธีกร : คุณสามารถตีกลอง หรือเล่นกีตาร์ได้ คุณเล่นเครื่องดนตรีได้หลายชนิด ผมได้ดูที่คุณได้ไปออกรายการของ George Lopez เมื่อหลายปีที่แล้ว คุณบอกว่าคุณอยากเรียนรู้ที่จะเล่นเบส คุณได้เริ่มหรือยัง?
จัสติน บีเบอร์ : จริงๆ แล้ว มือเบสของผม เบอร์นาร์ด เค้าได้ช่วยแม่ของผมเลือกเบสให้กับผม ที่แม่ผมให้เป็นของขวัญวันเกิด ผมได้เล่นนิดนึง มันอยู่ที่บ้านผมตลอด มันเลยยากที่จะได้เล่นอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมาคือผมต้องทำงานอัลบั้มนี้ และเดินสายโปรโมตอัลบั้ม ผมเลยคิดว่าผมคงต้องเริ่มเรียนการเล่นเบสเร็วๆ นี้ หลังจากที่ผมมีเวลามากขึ้น

พิธีกร : อัลบั้มใหม่ของคุณกับชื่อใหม่ 'Believe' และแน่นอน การออกทัวร์คอนเสิร์ตครั้งใหม่ เราจะคาดหวังอะไรจากโชว์ครั้งใหม่ของคุณ?
จัสติน บีเบอร์ : มันจะต้องเยี่ยมมากๆ ครับ ผมได้เริ่มซ้อมบ้างแล้ว แต่ผมมีเวลาซ้อมเพียงแค่ 3 เดือน เพื่อให้ทุกอย่างออกมาเพอร์เฟกต์ที่สุด แต่มันจะต้องดีมากๆ แน่นอน

 

พิธีกร : คุณต้องกลับมาอีกนะครับ ทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รักคุณมากๆ กลับมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยนะครับ
จัสติน บีเบอร์ : ขอบคุณมากครับ

 

และเมื่อเสร็จจากการสัมภาษณ์สื่อมวลชนจากหลากหลายประเทศไปแล้ว ก็ถึงเวลาที่บรรดาแฟนคลับและแฟนๆ ผู้โชคดีจากประเทศไทย รวมถึงนักร้องหนุ่ม คชา AF8 และผู้บริหารจากทรูมูฟเอช มีโอกาสเข้าไปพบปะพูดคุยกับหนุ่มจัสตินอย่างใกล้ชิดบ้าง พร้อมทั้งถ่ายรูปเป็นที่ระลึกอีกด้วย ทำเอาแฟนๆ จากไทยที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดจัสตินออกการปลื้มแบบสุดๆ เลยทีเดียว

 

จากนั้นถึงเวลาที่เรารอคอยอีกครั้ง นั่นก็คือการเข้าไปชมบรรยากาศการแสดงคอนเสิร์ตของหนุ่มจัสติน ในงาน MTV World Stage Live in Malaysia 2012 ณ สวนสนุก Sunway Lagoon แต่ก่อนที่จะเข้าไปให้กำลังใจนักร้องหนุ่ม นอกจากจะแวะทานอาหารกันแล้ว เลยถือโอกาสถ่ายรูปเก็บบรรยากาศรอบๆ สวนสนุกกันซะหน่อย และเมื่อเข้าไปถึงสถานที่จัดคอนเสิร์ตกันแล้ว เราก็ได้เห็นการโชว์ความสามารถ ทั้งร้องและเต้นของจัสตินผ่านหลากหลายบทเพลง ทั้งอัลบั้มเก่าและใหม่ อาทิ Baby (จากอัลบั้ม 'My World 2.0'), All Around The World (จากอัลบั้ม 'Believe'), As Long As Your Love Me (จากอัลบั้ม 'Believe'), Die In Your Arms (จากอัลบั้ม 'Believe'), Be Alright (จากอัลบั้ม 'Believe'), One Time (จากอัลบั้ม 'My World'), Never Say Never (จากอัลบั้ม 'Never Say Never (The Remixes)') ปิดท้ายด้วยเพลงฮิต Boyfriend (จากอัลบั้ม 'Believe') เรียกว่า สาวก Belieber ในมาเลเซีย รวมถึงแฟนๆ ผู้โชคดีจากเมืองไทยเต็มอิ่มและมีความสุขกับคอนเสิร์ตครั้งนี้จริงๆ ก่อนจะเดินทางกลับที่พัก ณ Traders Hotel Kuala Lumpur และเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น

 

และก่อนที่จะกลับ นอกจากเพลิดเพลินกับการถ่ายรูปบริเวณรอบๆ โรงแรมแล้ว เรายังมีโอกาสไปชิมอาหารทะเลจากร้านอาหารทะเล Putrajaya Seafood เป็นการปิดท้าย ก่อนที่จะรีบมุ่งหน้าสู่สนามบิน  Low Cost Carrier Terminal อีกครั้ง เพื่อเดินทางกลับสู่ประเทศไทย ซึ่งในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณทรูมูฟเอชที่มอบโอกาสดีๆ ในการไปพบปะศิลปินระดับโลกที่มากความสามารถอย่างจัสติน รวมทั้งผู้บริหารและทีมงานที่คอยต้อนรับและดูแลเป็นอย่างดีตลอดการเดินทางในครั้งนี้ด้วย.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement