advertisement

เจ็บแต่จบ! 'บ๊วย' รับแล้วหย่า 'ตุ๊ก' น้ำตาคลอถูกด่าไม่รักลูก

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 9 ก.ค. 2555 16:30

บ๊วย-เชษฐวุฒิ รับแล้วหย่าตุ๊ก-ชนกวนันท์ เมื่อ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ย้ำจบด้วยดีไม่เกี่ยวมือที่ 3 น้ำตาคลอรับไม่ได้ถูกด่าไม่รักลูก ย้ำยังส่งเสียลูกทุกคน-ตุ๊กให้สิทธิ์ดูแลลูกได้ ปัดตุ๊กเสียใจจนเป็นลมเข้า รพ.แจงภาพคู่สาวแค่แฟนเก่าน้อง...

กลายเป็นคู่ร้างอีกคู่ในวงการบันเทิงไปเรียบร้อยสำหรับพิธีกรอารมณ์ดี บ๊วย-เชษฐวุฒิ และนักแสดง-นางแบบสาว ตุ๊ก-ชนกวนันท์ วัชรคุณ หลังจากทั้งคู่จูงมือจดทะเบียนหย่าขาดจากกันไปแล้วเมื่อวันที่ 4 ก.ค.ที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสข่าวลือต่างๆ กระหน่ำถาโถมเข้ามา โดยเฉพาะหนุ่มบ๊วย ที่มีกระแสว่าขอหย่าสาวตุ๊กตั้งแต่ลูกคนเล็ก น้องภูมิ-ด.ช.พิชญภูมิ วัชรคุณ ลืมตาดูโลกมาได้แค่ 20 วัน และเลือกเลี้ยงลูกคนโต น้องแพรว-ด.ญ.แพรวพิชชา วัชรคุณ เพราะสนิทและผูกพันมากกว่า ส่วนเรื่องหัวใจของหนุ่มบ๊วยหลังเป็นพ่อม่าย ก็ถูกจับตามองขึ้นมาทันทีเมื่อมีภาพของหนุ่มบ๊วยกับสาวคนหนึ่งในหน้า นสพ.บันเทิงฉบับหนึ่ง ด้านสาวตุ๊กเองก็มีกระแสว่าหลังจากหย่าขาดกับหนุ่มบ๊วยแล้วก็เสียใจจนเป็นลม และเข้า รพ. เมื่อนักข่าวได้เจอหนุ่มบ๊วยที่มาทำหน้าที่พิธีกรรายการคันปาก ณ สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 จึงสอบถามถึงประเด็นร้อนๆ ทันที

ถามถึงเรื่องที่บ๊วยหย่าขาดจากตุ๊ก-ชนกวนันท์ในวันที่ 4 ก.ค.? "เวลาเราสัมภาษณ์ว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงก็จะบอกกัน ผมไม่ได้ไปไหน ยังทำงานอยู่" ช่วงที่ผ่านมาบ๊วยหายไปไหน? "มีกระแสว่าผมหนีนักข่าว ผมก็ทำงานปกตินะครับ ไม่มีการแคนเซิลงานแต่อย่างใด ที่ยังไม่ออกมาพูดเพราะ หนึ่ง เวลาเกิดเรื่องแบบนี้ ไม่ได้สบายใจ มันเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิต มันก็กระทบกับผมมากเหมือนกัน กับตุ๊กก็กระทบ ไม่ได้อยากจะพูด และไม่พร้อมที่จะพูด แต่ถ้าปล่อยให้ช้าเนิ่นนานมันก็กลายเป็นว่าหนีงาน ไม่อยากพูดรึเปล่า คือเกิดการเปลี่ยนแปลง เลยมาพูดวันนี้" ตอนนี้ทำใจหรือหายเครียดรึยัง?​ "มันไม่ได้บอกว่าทำใจได้แล้ว แต่เรารู้ว่าเราต้องทำอะไรมากกว่า เรื่องแบบนี้สิ่งที่เสียใจมากที่สุด มันกระทบต่อลูกอยู่แล้ว แต่เราจะทำยังไงให้กระทบต่อลูกน้อยที่สุด" มีข่าวว่าตุ๊กเสียใจจนเป็นลมแอดมิทเข้าโรงพยาบาลเลย? "เรื่องนี้เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องของการสื่อสาร ตุ๊กไม่ได้เป็นคนรับโทรศัพท์ ตุ๊กไปตรวจร่างกายพอดีครับ และไม่ได้เป็นลมแต่อย่างใดครับ" ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนจะตัดสินใจหย่าเพราะอะไร? "เอาเป็นว่าถ้าเราย้อนกลับไปพูดเรื่องเดิม ก็กลายเป็นว่าเรากลับไปพูดเรื่องเดิมที่ผมกับตุ๊กไม่อยากจะพูดถึง เราก้าวข้ามตรงนั้นมาแล้ว ตอนนี้เรามีสัมพันธ์ที่ดีไม่ได้โกรธกัน เรามีความสัมพันธ์ในเรื่องของพ่อแม่และลูก จะเป็นอย่างนี้ตลอดชีวิตครับ ไม่มีวันเปลี่ยนได้ครับ" ตอนนี้ยังอยู่บ้านเดียวกันรึเปล่า?​ "ผมก็ไปอยู่บ้านคุณแม่ ผมก็ให้ตุ๊กอยู่บ้านรามอินทรา บางทีเวลาจะเข้าบ้านก็บอกเค้าก่อนเพื่อให้รู้ ความสัมพันธ์เราไม่เหมือนเดิมแล้ว เราไม่ได้เป็นสามีภรรยากันเหมือนเดิมแล้ว เวลาเราจะเข้าบ้านเราก็บอกเค้าเพื่อจะได้รู้ว่าจะมีใครมา"

หลายคนมองว่าสถานการณ์ครอบครัวเหมือนจะดีขึ้นแล้ว แต่ทำไมถึงตัดสินใจหย่า? "มันดีขึ้นจริงๆ ครับ ณ วันนี้ผมกับตุ๊กคุยกันได้ทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องลูก เราเลี้ยงลูกในทิศทางเดียวกัน ตกลงปรึกษากัน ความสัมพันธ์เราดีขึ้นเรื่อยๆ จริงๆ คิดว่าในเมื่อเป็นแบบนี้เราคุยกันดีขึ้น มันเป็นสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันก็ดีสำหรับผมครับ" ปัญหาอะไรที่ทำให้ทั้งคู่ประคองรักกันไปไม่ได้? "ก็บอกแล้วว่าเราก้าวข้ามตรงนี้ไปแล้ว ไม่อยากจะย้อนกลับไปแล้ว มันเป็นเรื่องของคนสองคนครับ" มีกระแสข่าวว่าทั้งคู่แบ่งสินสมรสกันไม่ได้? "เรื่องทรัพย์สินมันเป็นเรื่องภายนอกครับ ผมกับตุ๊กรักลูกมาก เราคุยกันว่าจะเลี้ยงลูกอย่างไร แบ่งเวลากันอย่างไร เรื่องนี้สำคัญมากกว่า" แบ่งเวลากันยังไง? "ตุ๊กดูแลลูกให้สิทธิ์ต่างๆ และผมเชื่อว่าลูกต้องอยู่กับแม่ดีที่สุด ผมก็รับผิดชอบในส่วนของพ่อ ทั้งค่าเลี้ยงดูต่างๆ ในเรื่องการไปหาลูก ผมสามารถไปหาลูกได้ตลอดเวลา ตุ๊กก็อนุญาต ผมก็ดีใจ เป็นสิ่งที่ตุ๊กเข้าใจว่าผมรักและคิดถึงลูกตลอดเวลาเหมือนกัน ก็ยังไปรับส่งลูกได้เหมือนเดิม ตั้งแต่หย่ามาก็ยังทำอะไรได้เหมือนเดิม"

น้องแพรวเริ่มรับรู้การเปลี่ยนแปลงได้รึยัง? "ลูกไม่ทราบหรอกครับ อยากจะพูดเรื่องนี้ให้น้อยที่สุด ยังไงวันหนึ่งลูกโตขึ้นก็ต้องทราบ แต่อยากให้รู้น้อยที่สุด เค้ารู้เมื่อเค้าพร้อมรับทราบดีกว่า เค้ามีวุฒิภาวะเพียงพอดีกว่า เวลาเราพูด ผมพยายามพูดน้อยที่สุด ถ้าเกิดพูดเยอะมันก็ยังเป็นกระแสเรื่อยๆ ก็อยากจะพูดน้อยๆ ให้สัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เรื่องนี้มันกระทบต่อลูกแน่ๆ เราสองคนก็คุยกันว่าทำอย่างไรให้กระทบต่อลูกน้อยที่สุด" มีข่าวว่าบ๊วยขอตุ๊กเลิกตั้งแต่น้องภูมิเกิดมาได้ 20 วัน? "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอะไรก็แล้วแต่ มีผมกับตุ๊กเท่านั้นที่ทราบ มันเป็นเรื่องของคน 2 คน ไม่ทราบว่าเรื่องเหล่านี้ออกจากใคร ยังไง มันเป็นเรื่องคน 2 คน ส่วนที่ว่าผมรักลูกคนนี้ไม่เท่าคนนี้ ใครจะทราบความรู้สึกผมครับ" มีกระแสข่าวว่าบ๊วยจะดูแลเฉพาะลูกคนโต ส่วนคนเล็กไม่ดูแลเพราะไม่สนิท? "คนเป็นพ่อเป็นแม่รักลูกไม่เท่ากันอยู่แล้วครับ ลูกคนหนึ่งฉอเลาะ ลักษณะการแสดงก็อีกแบบหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกว่าไม่รัก รักมากเท่าๆ กัน แต่รักคนละแบบ คนหนึ่งเล่นแบบนี้ อย่างภูมิก็เล่นมากขึ้น เดี๋ยวนี้บอกเค้าว่าจุ๊บเหม่งหน่อยซิ ก็เอาเหม่งมาให้จุ๊บ คือมันเป็นเรื่องของความรู้สึกใครจะคิดแทนผมยังไงก็ได้ แต่ผมรู้ว่าผมรักลูกอย่างไร รู้ว่าคิดอะไรอยู่" ถึงจะไม่ได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว แต่ยังทำหน้าที่พ่อแม่ให้ดีที่สุด? "ย้ำเลยนะครับว่าผมไม่ได้โกรธกัน ความสัมพันธ์ดีขึ้นเรื่อยๆ โทรคุยกันตลอด วันนี้ที่ผมมานั่งตรงนี้ก็บอกตุ๊กว่าพี่จะสัมภาษณ์นะ"

ถ้าดีขึ้นเรื่อยๆ จะกลับมาเป็นครอบครัวได้มั้ย? "ก็เป็นเรื่องของอนาคตละกันครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เราเลิกกันไม่ได้คือ หน้าที่คุณพ่อคุณแม่ของลูก ตลอดชีวิตอยู่แล้ว เราสองคนเข้าใจและมีจุดประสงค์อันเดียวกันครับ" วางแผนอนาคตข้างหน้ายังไง? "ก็อยู่กับปัจจุบันครับ ตุ๊กบอบช้ำแบบหนึ่ง ผมก็บอบช้ำแบบหนึ่ง บางทีชีวิตมันไม่ได้เป็นขาวกับดำเลยครับ อย่างที่ผมเจอ ถ้าไม่ใช่คนดีก็เป็นคนเลวไปเลย บางทีมันก็มีเส้นเทาๆ" สิ่งที่บ๊วยอยากพูดในวันนี้มีอะไรบ้าง? "ทุกวันนี้ผมทำอะไรก็เป็นข่าว (หยิบหนังสือพิมพ์บันเทิงฉบับหนึ่งขึ้นมา) หยดหมึกหย่ายังไม่แห้ง บ๊วยลั้นลา น้องในรูป ชื่อแก้ว รู้จักจริง เป็นแฟนเก่าของน้องผม ซึ่งผมรู้จักแล้วเค้าก็ไปช่วยที่ร้าน ก็เข้าไปพูดคุยธรรมดา คืออย่าคิดว่าผมมีเรื่องแบบนี้จะต้องเศร้าตลอดเวลา เศร้าหรือไม่เศร้าคนเราไม่ต้องมาบอกหรอกว่ารู้สึกอย่างไร ชีวิตไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ มีเส้นเทาๆ ครับ ความรู้สึกผมก็ไม่ต้องบอกว่ารู้สึกอย่างไร ผมทำหน้าที่ให้ดีที่สุด หน้าที่ของพ่อที่ต้องรับผิดชอบลูก หน้าที่ของอดีตสามีที่จะรับผิดชอบอดีตภรรยา"

เรื่องมือที่ 3? "ไม่เกี่ยวข้องเลยครับ เป็นการตัดสินใจของผมกับตุ๊กครับ คือจะคิดว่าผมเป็นคนไม่ดีก็ได้ครับ แต่ขออย่างเดียวอย่าคิดว่าผมไม่รักลูกครับ ผมไม่ได้ฆ่าคนนะครับ ผมรับไม่ได้ที่บอกว่าผมไม่รักลูก (น้ำตาคลอ) ไม่ใช่ผมไม่รักตุ๊ก ผมรักตุ๊กในฐานะคนเคยรู้สึกดีๆ ด้วยกัน ผมก็ต้องแคร์ความรู้สึกตุ๊กเพราะเค้าก็เป็นแม่ของลูก" บ๊วยก็ยังส่งเสียเลี้ยงดูลูก? "ผมก็รับผิดชอบครับ ขอบคุณมากครับ ขอให้สัมภาษณ์เป็นครั้งสุดท้ายครับ เพราะยังไงลูกผมก็ยังต้องอยู่ในโรงเรียน มันเป็นเรื่องของสังคมแล้วละ อยากให้กระทบลูกน้อยที่สุด ไม่ได้เอามาอ้างว่าจะเอาให้ตัวเองรอดหรืออะไรก็แล้วแต่ ขอให้เอาใจเค้ามาใส่ใจเรา เข้าใจว่าทำข่าว บอกแล้วว่าเป็นอย่างไร น่าจะจบนะครับ".

รับฟังเสียงสัมภาษณ์ บ๊วย-เชษฐวุฒิ ได้ที่ โทร *7172734 ค่าบริการนาทีละ 3 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) สำหรับลูกค้าเครือข่ายดีแทค

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement