advertisement

26ปี บ้าหอบฟาง

โดย เต็ด ยุทธนา บุญอ้อม 3 มิ.ย. 2555 05:30

26 ปีก่อนนั้นมีอัลบัมเพลงของศิลปินสองพี่น้องจากแดนอิสานวางขายในนาม อัสนี-วสันต์ อัลบั้มบ้าหอบฟาง อัลบั้มนี้เปลี่ยนความคิดของเราต่อวงการเพลงไทย และในขณะนี้ คอนเสิร์ต26ปี บ้าหอบฟาง กำลังจะกลับมาให้ได้ซึมซับบรรยากาศอีกครั้ง...

26 ปีก่อนผมเรียนอยู่ชั้น ม.6 ที่สวนกุหลาบ ในกลุ่มเพื่อนฝูงที่ชอบฟังเพลงหรือเล่นดนตรีด้วยกันเรามักจะเลือกฟังเพลง ฝรั่งเป็นหลัก ไม่ได้ดัดจริตหัวสูงอะไรนะครับ แต่ตอนนั้นเพลงไทยสำหรับวัยรุ่นอย่างเราไม่ได้มีให้เลือกฟังมากนัก อาจจะมีเพลงฮิตเกิดขึ้นบ้างบางครั้งบางคราว แต่ศิลปินไทยที่ทำงานเพลงออกมาให้เราได้ตื่นเต้นจนอยากแกะไปเล่นในวงร่วมกับ เพลงฝรั่งที่เราเล่นกันประจำนั้นมีไม่มากนัก แต่ในปีนั้นมีอัลบั้มชุดแรกของศิลปินสองพี่น้องจากแดนอิสานวางขายในนาม อัสนี-วสันต์ อัลบัมบ้าหอบฟาง อัลบัมนี้เปลี่ยนความคิดของเราต่อวงการเพลงไทย โดยเฉพาะเพลงร็อค) ไปอย่างสิ้นเชิง ภายในเวลาไม่นานกลุ่มก๊วนของพวกเราก็เป็นเจ้าของอัลบัมชุดนี้กันทุกคน และเริ่มแกะเพลงมาซ้อมกันในวงแทบจะทันทีที่ได้ฟัง

เพลงจากอัลบัมนี้ที่ทำให้ผมตาสว่าง และประทับใจมาจนวันนี้ก็อย่างเช่น เพลงบ้าหอบฟาง เพลงร็อคเจือกลิ่นโปรเกสซีฟ ที่มีลีลาดนตรีถึงจะไม่ซับซ้อน แต่ก็แตกต่างโดดเด่นจากเพลงในตลาดยุคนั้นไปไกลลิบ แถมมีเนื้อหาที่ต้องตีความกันบางๆว่าไอ้ฟางที่หอบอยู่ในเพลงนั้นคืออะไร เพลงไม่เป็นไร สำหรับผมแล้วนี่คือการมาเจอกันระหว่างเพลงร็อคและความเป็นไทยได้ลงตัวที่สุด เป็นครั้ง และเป็นหนึ่งในเพลงร๊อคที่ดีที่สุดจรถึงปัจจุบัน เป็นเพลงร๊อคที่มีท่อนริฟเป็นเสียงคีย์บอร์ดแทนที่จะเป็นกีตาร์ตามสมัยนิยม แถมแขกรับเชิญอย่าง แอ๊ดคาราบาว และแหลม มอร์ริสัน ก็มาเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับเงมากขึ้นไปอีก เพลงเดือนเพ็ญ ที่ถึงแม้จะไม่ใช่เวอร์ชั่นแรกที่เคยได้ยิน แต่สำหรับผมแล้วนี่เป็นเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด ด้วยการเติมทางคอร์ดให้สละสลวยกว่าต้นฉบับ การเรียบเรียงที่ไพเราะแบบเอาตาย และท่อนคอรัสที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยเสียงคอรัสสาว(ในวันนั้น) อย่างพี่นิ่ม สีฟ้า

เพลงสมชายกล้าหาญ ด้วยสุ้มเสียงของเพลงที่อวลไปด้วยซินธีไซเซอร์ที่ถือเป็นของใหม่สำหรับวงการ เพลงไทยในยุคนั้น และลีลาของเพลงที่แทบไม่เหลือกลิ่นเพลงป็อปไทยแบบที่ได้ยินอยู่ในยุคนั้นเลย ยังมีอีกหลายเพลงในบัมที่มีความโดดเด่นต่างกันไปจนทำให้นักฟังเพลงและนักวิจารณ์ยย่องให้อัลบัมนี้ เป็นหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดในวงการเพลงไทย เมื่อเกเรบริษัทที่ผมทำงานอยู่ได้รับการติดต่อให้มาผลิตคอนเสิร์ตฉลอง26ปีของ คอนเสิร์ตครั้งนี้จึงไม่ต้องคิดนาน พวกเราตอบรับด้วยความยินดีและตื่นเต้นไปทันควัน

ทุกครั้งที่ได้ร่วมงานกับพี่ป้อมพี่โต๊ะฮีโร่ของผม ผมจะเก็บอาการตื่นเต้นไว้ไม่ได้เสมอ ครั้งแรกที่ผมได้เจอกับพี่ทั้งสองต้องย้อนไปเมื่อผมเรียนอยู่ปีสาม ตอนนั้นผมมาฝึกงานที่แกรมมี่ เพราเป็นเด็กฝึกงานหน้าใหม่ ยังไม่มีใครจำหน้าได้ จึงได้รับมอบหมายให้มาแกล้งพี่เขาในรายการแบบว่าโลกเบี้ยว ซึ่งจะมีช่วงแคนดิดคาเมร่า หลอกแกล้งดาราในรูปแบบต่างๆ ตอนนั้นผมต้องปลอมตัวเป็นแต๋วไปหลอกพี่ป้อมพี่โต๊ะในห้องประชุม คิดดูนะครับ เจอฮีโร่วันแรกผมก็ต้องวางตัวเป็นแต๋ว ควักแป้งควักลิปสติกมาเติมกลางที่ ประชุม แถมยังเอามือไปลูบไล้ขาพี่โต๊ะเสียด้วย ผมรับบทได้แนบเนียนมาก จนพี่ป้อมเดินลุกหนีออกจากห้องประชุมไปอย่างงงงง ในขณะที่พี่โต๊ะก็ยังทำใจดีสู้แต๋วอยู่กับผมในห้องประชุมสองต่อสองจนทีมงาน ต้องออกมาเฉลยก่อนผมจะโดนพี่โต๊ะฟาดด้วยกีตาร์โต๊ะเสียก่อน

ครั้งที่สองที่ได้ร่วมงานด้วยคือตอนที่ผมเริ่มมาเป็นดีเจที่คลื่นฮอตเวฟกับ เอไทม์เดีย พี่ป้อมพี่โต๊ะมาเป็นแขกรับเชิญให้สัมภาษณ์ในช่วงของผมเพื่อโปรโมทอัลบั้ม รุ้งกินน้ำ ถึงแม้จะทำงานดีเจมาได้พักใหญ่แล้ว สัมภาษณ์ใครมาก็ตั้งเยอะ แต่พอมาเจอฮีโร่ของเราผมก็ยังสั่นอยู่ดี หลังจากนั้นก็เจอพี่เขาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ และพี่ทั้งสองก็ให้ความเป็นกันเองกับมทุกครั้ง แต่ขอให้เชื่อเถอะทุกครั้งที่ได้เจอ ผมก็ยังตื่นเต้นเหมือนวันแรกเสมอ แต่การได้เจอกันครั้งนี้เป็นครั้งที่สำคัญที่สุด เพราะผมจะต้องทำคอนเสิร์ตให้พี่เขา การที่ต้องมาทำคอนเสิร์ตให้กับผู้เชี่ยวชาญการเล่นคอนเสิร์ต ผ่านประสพการณ์การแสดงมาหลายสิบปี ผ่านการแสดงทุกรูปแบบมาแล้วทั่วโลก ที่สำคัญเป็นฮีโร่ของเราเองด้วย ลองคิดดูแล้วกันว่าผมจะตื่นเต้นแค่ไหน

และเพราะรู้อยู่ว่าเรื่องคุณภาพการแสดงของพี่ป้อมพี่โต๊ะนั้นไม่มีอะไรต้องกังขา ตัวพี่ๆทั้งคู่ก็มีแฟนอยู่ล้นหลาม พวกเราเลยเลือกที่จะทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้ออกมาแบบตรงไปตรงมา เน้นในสิ่งที่คนดูต้องการ ไม่ต้องเติมสีสันที่ฟุ่มเฟือยเวิ่นเว้อ เราจึงเลือกใช้ชื่อง่ายๆว่า 26ปี บ้าหอบฟาง ออกแบบฉากแบบเรียบง่ายแต่ดูยิ่งใหญ่ ทันสมัย และมีเครื่องมือที่จะช่วยขับเน้นเนื้อหาในบางเพลงให้โดดเด่นยิ่งขึ้น สคริปต์เพลงที่พี่ป้อมพี่โต๊ะจัดเรียงออกมาก็เน้นความครบทั้งเพลงที่ทุกคน อยากฟัง เพลงที่ไม่ค่อยได้ฟัง และช่วงพิเศษแบบน่ารักๆ ที่ขอไม่เล่าก่อนตอนนี้ บวกกับวงออเคสตร้าห้าสิบชิ้นที่เรียบเรียงและควบคุมโดย อ.ดนู ฮันตระกูล (อีกหนึ่งฮีโร่ของผมเช่นกัน) ที่จะมาทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้มีครบทุกรสที่แฟนๆ ทุกคนได้ชื่นใจหลังจากไม่ ไม่คอนเสิร์ตใหญ่ของพี่ทั้งสองมานาน

ตอนนี้พวกเราทำงานในขั้นตอนเตรียมงานกันไปเกือบสมบูรณ์แบบแล้ว พี่ๆทั้งคู่ก็จะเริ่มเข้าห้องซ้อมกันเร็วๆนี้ แบบเวทีร่างแรกออกมาเป็นที่พอใจของทุกคน เราออกแบบปิ๊คที่จะแจกกันในงานตามธรรมเนียมของคอนเสิร์ตอัสนี-วสันต์ เป็นคอลเลคชั่นชื่อเพลงจากอัลบัมบ้าหอบฟางทั้ง 9 เพลง ไล่สีสวยงามตามรูปที่แอบเอามาให้ดู ปิ๊คเหล่านี้จะถูกแจกทั้งจากหน้าเวที และมุมต่างๆของ Impact Arena ที่จัดการแสดงส่วนใครจะเก็บได้ครบทั้งคอลเลคชั่นหรือเปล่าก็ขึ้นอยู่กับ ความสามารถส่วนตัวหรือโชค แต่ถ้าอยากได้ครบทั้งคอลเลคชั่นในกรอบไม้อย่างดี ก็ต้องจองบัตร 5,000บาท (มีแค่สองร้อยกว่าที่) ซึ่งจะได้รับเสื้อยืดพร้อมลายเซ็นต์จากพี่ทั้งสองด้วย หลังจากเปิดจองบัตรกันเป็นการภายในแบบเงียบๆที่ http://www.gmmlive.com ไปสัปดาห์กว่าๆ ตอนนี้บัตรก็ใกล้จะหมดแล้ว พวกเรากำลังปรึกษาหารือกันอยู่ว่าจะเพิ่มรอบดีไหม อาทิตย์หน้าคงจะประกาศได้อย่างเป็นทางการว่าจะเปิดอีกรอบหรือเปล่า เรื่องราวรายละเอียดมากกว่านี้ทั้งเบื้องหน้า และเบื้องหลังจะเก็บมาเล่าให้ ฟังในครั้งต่อๆไปครับ.

 


ยุทธนา บุญอ้อม
twitter @ted6104
http://www.facebook.com/yuthana.boonorm

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement