advertisement

Little big Monster

โดย เต็ด ยุทธนา บุญอ้อม 27 พ.ค. 2555 05:30

การมาเยือนเมืองไทยของเลดี้กาก้าถึงแม้จะไม่ยิ่งใหญ่ฮือฮาทั่วบ้านทั่วเมือง เท่าตอนที่ไมเคิล แจ๊คสัน มาเปิดการแสดงสดที่เมืองไทยครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน แต่ก็ต้องยอมรับว่าคอนเสิร์ตของเธอเป็นเหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งของสยามประเทศในรอบปี ถ้าเทียบกับไมเคิล แจ๊คสันครั้งนั้น ความดังในฐานะนักร้องในบ้านเรา จำนวนเพลงฮิตติดหูที่ชาวบ้านร้านช่องจะรู้จักของเธอย่อมเทียบกับราชาเพลง ป๊อปคนนั้นไม่ได้ และอาจจะด้วยเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบันที่พัฒนาไปไกลกว่าตอนนั้นมาก ทำให้เรามีเรื่องตื่นเต้นประจำวันจากเครือข่ายสังคมออนไลน์มากอยู่แล้ว การมาถึงของปิศาจน้อยในนามกาก้าจึงถูกเบียดแทรกด้วยเรื่องอื่นๆ ไม่ได้สร้างข่าวครึกโครมโดดเด่นได้เท่ากับไมเคิล แจ๊คสัน บวกกับฝีมือทีมพีอาร์ของเธอก็อาจจะไม่เก๋าเท่ากับของไมเคิลด้วย ผมจำได้ว่าตอนนั้นไมเคิลแวะซื้อของที่ร้าน 7/11 ที่พัฒน์พงศ์ด้วย ซึ่งแค่นั้นก็พอจะให้เป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์บ้านเราได้ไม่ยาก ในขณะที่เลดี้กาก้าเป็นข่าวด้วยการให้สัมภาษณ์ว่าอยากซื้อโรเล็กซ์ปลอมในเมืองไทยจนมีผู้ใหญ่ในบ้านเราออกมาตอบโต้อย่างฉุนเฉียว (พูดก็พูดเถอะนะ จะไปโกรธเขาทำไม บ้านเรามันก็มีของปลอมขายเยอะจริงๆ นั่นแหละ ไม่เชื่อออกไปเดินตลาดนัดที่ไหนก็ได้รับรองว่ามีแผ่นผีซีดีเถื่อนวางขายเต็มไปหมด โดยเฉพาะหนังชุดที่กำลังได้รับความนิยมเป็นพิเศษในขณะนี้

ผมไม่อาจพลาดการไปร่วมประสบการณ์คอนเสิร์ตเลดี้กาก้าครั้งนี้ได้ขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ต แต่ไปร่วมประสบการณ์ เพราะสิ่งที่ควรดูไม่ได้อยู่บนเวทีคอนเสิร์ตเท่านั้น แต่มันอยู่รอบๆ ตัวทั่วบริเวณที่จัดงาน งานนี้มีผู้ชมเป็นผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ ถ้ารวมหญิงที่ไม่แท้เข้าไปด้วยก็น่าจะกินพื้นที่ซักแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของงาน และทุกคน (หรือเกือบจะทุกคน) ก็แต่งตัวกันมาแบบเต็มที่ จนเป็นที่น่าเห็นใจว่าการใส่ชุดแบบจัดเต็มขนาดนั้นมายืนเบียดกันในคืนที่ร้อนที่สุดคืนหนึ่งของกรุงเทพฯ เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำเพื่อต้อนรับการมาเยือนของ "ตัวแม่" ที่ทุกคนรอคอย และแน่นอนคนห้าหกหมื่นคนพร้อมใจกันเดินทางมารวมตัวกันที่สนามกีฬาในย่านที่การจราจรแย่อยู่แล้ว ย่อมก่อให้เกิดปรากฏการณ์รถติดกันไปทั่วบ้านทั่วเมือง บรรดาปิศาจน้อยๆ ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่จึงพร้อมใจกันใช้บริการมอเตอร์ไซค์ รับจ้างกันอย่างเอิกเกริก ผมไม่เคยเห็นผู้คนใส่ชุดจัดเต็มซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์รับจ้างเรียงรายกันมาเป็นทิวแถวเยอะเท่านี้มาก่อนในชีวิต มันเป็นภาพแปลกตาที่น่าประทับใจภาพแรกของการเหยียบเท้าเข้าไปที่สนามราชมังคลาในวันนั้น และเชื่อว่าบรรดามอเตอร์ไซค์รับจ้างเหล่านั้นก็คงไม่เคยรับสาวสวยในชุดเซ็กซี่เยอะเท่านี้มาก่อนเหมือนกัน ยินดีด้วยครับ

การแสดงของเลดี้กาก้าที่จัดเตรียมมาก็ต้องยอมรับว่าจัดเต็มคุ้มค่าบัตรจริงๆ การออกแบบให้โชว์เป็นเหมือนละครเวทีทำให้ต้องลงทุนกับการงานสร้างอย่างน่าอิจฉา (ในฐานะคนทำคอนเสิร์ตคนหนึ่ง) กาก้ารู้ว่าเราคาดหวังอะไร และเธอก็จัดให้แบบไม่มีกั๊ก ฉากใหญ่โตปรับเปลี่ยนรูปแบบได้หลากหลาย (และยิ่งเมื่อคิดว่าทีมออกแบบต้องทำให้ฉากนี้สามารถยกไปแสดงในที่ต่างๆได้ ทั่วโลก ก็ต้องปรบมือให้ดังๆ กันเลยทีเดียว) เธอเปลี่ยนชุดในแทบจะทุกเพลง บางเพลงมีสองชุดด้วยซ้ำ และแต่ละชุดก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่แพ้กัน ชุดโปรดของผมก็คือตอนที่เธอแปลงร่างเป็นมอเตอร์ไซค์วิ่งไปทั่วเวที แถมเมื่อแยกร่างออกมาจากมอเตอร์ไซค์แล้ว ยังสามารถกลับไปนั่งเล่นคีย์บอร์ด บนนั้นได้อีก เธอซื้อใจคนไทยด้วยคำพูดแรงๆ แต่ได้ใจเราไปหลายครั้ง แถมยังแอบเหน็บผู้ใหญ่ในบ้านเราบนเวทีให้คนดูได้กรี๊ดกันทั้งสนามอีกด้วย ฉากประทับใจของทุกคนในวันนั้นก็คงจะไม่พ้นตอนที่เธอยืมชฎาจากแฟนเพลงหน้า เวทีมาใส่ร้องเพลงจนจบหนึ่งเพลง ที่่น่าประทับใจก็ตรงที่เธอพยายามใส่ให้ถูกต้อง และเมื่อใส่ได้เธอก็ยกมือไหว้อย่างสวยงาม

ถึงแม้เพลงฮิตของเธอจะมีมากแต่ก็ยังไม่มากพอจนทำให้บางช่วงของการแสดงคนดูจะดูนิ่งๆ กันไป แต่เธอก็ทดแทนด้วยความตื่นตาตื่นใจบนเวทีในทุกเพลง ถือเป็นโชว์ที่ใส่กันแบบไม่ยั้ง ด้วยขนาดของพื้นที่ทำให้คุณภาพของระบบเสียงในบางมุมดูจะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่โดยทั่วไปคนดูก็สนุกสนานไปกับปาร์ตี้ครั้งนี้กันอย่างถ้วนหน้า ผมเองก็ไม่ใช่แฟนเพลงตัวจริงของเธอ แต่เมื่อได้ดูการแสดงของเธอเธอแล้วก็ต้องยอมรับในฝีมือของเธอทุกด้าน ในด้านเพลงเธอเป็นนักแต่งเพลงที่เก่ง ถึงแม้บางเพลงจะยังมีกลิ่นอายสไตล์เพลงแบบมาดอนน่าอยู่บ้าง (ใครจะหลุดออกจากเงาเจ๊แกได้ แกเล่นไว้ครบทุกแบบแล้ว) แต่เธอก็พยายามสร้างสไตล์ของตัวเองขึ้นมา โดยเฉพาะการก้าวข้ามมาฝั่งร็อกในบางเพลงจากอัลบั้มล่าสุด แต่ที่เธอสร้างได้สำเร็จและชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ก็คือการสร้างจุดยืนในฐานะกระบอกเสียงของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการอิสระในทางความคิดและการแสดงออก เธอไม่ได้สร้างด้วยการแต่งกายหลุดโลกของเธออย่างเดียว แต่ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาของเพลง สิ่งที่เธอพูดทั้งในและนอกเวที ต่างชี้ตรงไปที่แนวคิดหลักของการเป็นในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ และเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเป็น ในแง่จุดยืนนี้ผมว่าเลดี้กาก้าเป็นศิลปินที่มีความชัดเจนที่สุดในรอบหลายปีทีเดียว และความชัดเจนในจุดยืนนี่แหละที่จะทำให้เธอยืนหยัดในวงการนี้ไปได้อีกนาน ไม่ว่าแนวเพลงของเธอจะต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับกระแสไปอีกกี่ครั้ง นี่เป็นตัวอย่างของการสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง และเปิดโอกาสให้แบรนด์ได้เติบโตไปได้อีกนาน ไม่ว่าคุณจะชอบตัวเธอหรืองานของเธอหรือไม่ แต่เลดี้ กาก้าคือ Case Study สำคัญที่ทุกคนต้องศึกษา

ยุทธนา บุญอ้อม
twitter @ted6104
http://www.facebook.com/yuthana.boonorm

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement