advertisement

30 ปี ดอกไม้เหล็ก 'แอม-เสาวลักษณ์' เปิดใจร้องเพลงอกหักแต่ไม่เคยขาด"แฟน"

โดย ทีมข่าวบันเทิง 26 พ.ค. 2555 06:15

ปลุกพลังสาวก “ดอกไม้เหล็ก” ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมื่อนักร้องสาวเสียงดี แอม–เสาวลักษณ์ ลีละบุตร เตรียมจัดคอนเสิร์ต “I am What I amp Concert” จะมีขึ้นระหว่าง 2-3 มิ.ย.นี้ ณ รอยัล พารากอน ฮอลล์ สยามพารากอน  หลังจากตระเวนเป็นแขกรับเชิญมาเสียนาน ณ วันนี้ พี่แอม มาบิ๊วอารมณ์ก่อนวันจริง พร้อมอัพเดทชีวิตและความรัก ลั่นออกมาจากปากไม่เคยขาด แฟน? ตามประสา สวยแซ่บ “คนดังนั่งคุย” พร้อมเสิร์ฟเลยจ้า!!

กับคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นมายังไง

“พูดตามตรงนะ มันเป็นการออกแบบของคนทำงาน ไม่ใช่การเสนอตัวของพี่ เค้านึกถึงเรา อยากเรียกใช้บริการคงเห็นว่าอีกไม่นานคงแก่ตายแล้วล่ะ รีบๆมีคอนเสิร์ตซะ (หัวเราะ)” ก่อนหน้าติ๊นา–ใหม่ ต่างมีคอนเสิร์ตเดี่ยวมีแอบคิดเมื่อไหร่จะถึงคิวตัวเอง “ช่วงหลังๆ ออกจะไปวัดๆวาๆ จะเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร เริ่มเคยตัวกับการรับผิดชอบเฉพาะตอนเป็นแขกรับเชิญ มันไม่หนัก แค่พาร์ทพาร์ทนึง เหลิงเหมือนกันก็เคยตัวสบายๆ ไม่ได้ทันนึกว่าจะต้องมีอะไรที่เราต้องรับผิดชอบต้องโชว์” แล้วพอต้องมีความรับผิดชอบจริงๆ ความรู้สึกมันตึ้งเลยมั้ย? “ถ้าถามจากใจจริงพี่รู้สึกว่าคำว่า 30 ปีเนี่ย พี่รู้สึกหนักกับมัน รู้สึกกดดัน ตัวเองไม่ได้กังวลว่ามันเยอะหรือแก่นะ แต่หมายความว่าพอประมวลสิ่งต่างๆ ที่จะมาทำในคอนเสิร์ตนี้ พอบอกว่า 30 ปีดอกไม้เหล็กปุ๊บพี่รู้สึกว่าภาระมันอยู่บนบ่า พี่ก็ไม่รู้ว่ามีคนคาดหวังมากน้อยแค่ไหน แต่สำหรับคนทำงานยอมรับว่ารู้สึก เฮ้ย ทำไรดีวะ (หัวเราะ) แล้วจะต้องทำอะไรบ้าง” มีแขกรับเชิญ? “ตอนนี้เท่าที่คอนเฟิร์มได้ ฝ่ายหญิงคงเป็นใหม่ เจริญปุระ กับมาช่า 3 คนก็ไม่ได้ร่วมเฟรมกันนานแล้วนะ ตั้งแต่อัลบั้มเซเว่นก็ไม่ได้เจอเลย ดีใจที่มันมา” ไม่ชวนลูกสาวนอกไส้อย่างซานิมาด้วย? “อ๋อ ยังไม่เห็นหน้ามันเลย เจอกันล่าสุดตอนคอนเสิร์ตอาเต๋อ มันบอกยังไม่เลือกเพศ ไม่เป็นไรเหมือนแม่มัน มันก็ตามรอยมาติดๆ เพราะว่าท่าเดินมันก็เหมือน พูดเสียงก็คล้ายๆกัน”

ทำไมช่วงนี้ถึงใช้คำว่าเก็บตัว?

“อ๋อ ไม่ๆ หมายความว่าโดยนิสัย คือหลังๆ ถ้าไม่ใช่ทำงานแล้วคงไม่ค่อยมีใครเจอพี่ ก็ไม่ค่อยชอบไปไหน ถ้าไปคือไปต่างประเทศหรือไม่ก็ไปต่างจังหวัด นั่นคือที่พักผ่อนของเราในรูปแบบนั้น ห้างยังไม่ค่อยจะเดินเลย” กลัวคนมาขอลายเซ็น? “ไม่ๆ คือขี้เกียจออก เป็นคนติดบ้าน” แต่คนก็ยังอยากเห็นสาวสาวสาว ที่แบบ 3 คนมารวมตัวกัน? “คือพี่ก็คิดว่าคงไม่ใช่อีเวนต์นี่หรอก เพราะว่ามันลำบากและมันเป็นงานเป็นคอนเสิร์ตของเรา เหมือนจะไปลากเค้ามาใช้ก็ยังไม่ใช่” อย่างเวลาเจอคนร้องเพลงเก่าๆ โดยเฉพาะเด็ก เจอแบบเค้ามาร้องเพลงแซวบ้างมั้ย? “จะบอกให้ในหมู่บ้านพี่มีแก๊งจักรยานเด็กตัวจิ๋วๆอยู่แก๊งนึง สงสัยพ่อแม่สอนมาเหมือนกัน มันขี่จักรยานผ่านหัวมุมบ้าน พี่แอมครับ รักไม่ใช่ดวงดาว ไอ้เราก็ถือไม้กวาดทางมะพร้าวอยู่ ตะโกนกลับไปเพื่อนเล่นหรอ (หัวเราะ)”

กับอัลบั้มใหม่ๆเองก็ไม่ค่อยเห็นออกเลย?

“คือพี่ไม่ทำเอง บริษัทก็เรียกเข้าไปถามหลายทีเหมือนกันว่าจะทำมั้ย พี่ก็จะเกียจคร้านตัวเป็นขน ก็ผัดไปเรื่อยๆ คือหนึ่ง นักร้องมันเยอะ ปัจจุบันนี้มันแย่งสื่อกันจะตายอยู่แล้ว อาทิตย์นึงมันออกมากี่เพลง แล้วพี่ก็ขี้เกียจ ทำตรงนั้นมันเหนื่อยกับการที่ต้องไปแชร์สื่อต่างๆกับเด็กๆ สองก็คือ พี่เป็นคนที่เพลงเยอะมาก แล้วมาร้อยเรียงดูแล้วเนี่ย อัลบั้มก็เยอะ ไอ้เท่าที่มียังไม่เคยร้องหมดเลยนะ บางทีเพลงที่คนขอมา เฮ้ยนี่เพลงเราหรอ ลืมไปแล้ว มันก็มีเพลงเพราะๆ ที่ตกหล่นหายไปอีกเยอะ เลยไม่มีความรู้สึกต้องการที่จะมีเพลงใหม่ ต่อให้ไปร้องเพลงใหม่ๆ ในที่สุดแล้ว คนก็จะขอความทรงจำ ขอครึ่งหนึ่งของชีวิต ฯลฯ คือมันเป็นความประทับใจของวันนั้น ซึ่งออกเพลงใหม่มามันก็ไม่เท่าเพลงนี้” จำได้มั้ยออกมากี่อัลบั้มแล้ว? “ตัวพี่เองยังจำไม่ได้เลย คิดดูละกัน กูเกิ้ลมันยังรู้ดีกว่าพี่เลย เพราะบางเรื่องศิลปินชราไม่สามารถจำได้” แสดงว่าพี่ต้องแบบไม่ดิ้นรนไม่ไขว่คว้า “ไม่ได้หมายความว่าเราปฏิเสธหรือแอนตี้ไม่ทำงาน เพียงแต่ว่า ถ้าถามว่ามันมีความทะยานอยากทำนู่นทำนี่เหมือนเมื่อก่อนมั้ย ต้องตอบว่ามองไปแล้วเราก็ทำมาทุกอย่างแล้ว มันมีจุดที่น่าพอใจของมันอยู่ในการทำงานอาชีพนี้ พี่คิดว่าพอมองย้อนกลับไปเมื่อไหร่ มันก็เป็นสิ่งที่เราภูมิใจได้ ทุกอย่างมันคือความภาคภูมิใจของชีวิตคนคนนึงที่ทำมา แล้วมันก็รู้สึกพอเพียงกับมัน ถ้ามีอะไรที่ดีหลังจากนี้ถือว่าเป็นโบนัสของชีวิต”

ถึงกับหันหน้าเข้าทางธรรม?

“พอหันหน้าไปแล้วมีความสุขไง ตรงไหนสบายใจก็อยากอยู่ตรงนั้น พอเวลาเราหันไปเจออะไรบางอย่างที่มันทำให้ชีวิตเรามีความสุขขึ้น เราก็รู้สึกว่ามันไม่มีความทุรนทุรายอะไร พูดง่ายๆคือ ทำมาเกือบหมดแล้ว ไปเป็นตัวแทนของประเทศ ไปมิวสิกเฟสติวัลของที่ต่างๆมาหมดละ รางวัลก็กวาดมาหมดละ ซึ่งในหนึ่งชีวิตของคนบันเทิงคนนึงก็คิดว่าคุ้มนะ อย่างที่บอกถ้ามีอะไรจากนี้ ก็ถือว่าเป็นกำไรชีวิต”

ชีวิตพี่แอมดูเหมือนมีพร้อมทุกอย่างยกเว้นแต่งงาน?

“มันไม่ใช่โจทย์ที่ต้องการอีกต่อไปแล้ว ใครชวนแต่งงานตอนนี้ก็ไม่แต่งแล้ว ไม่แต่งแน่ๆ โยนทิ้งโจทย์นี้ไปตั้งนาน เมื่อ 10 ปีมาแล้ว” แม่ไม่ห่วงแล้วใช่มั้ย? “แม่ไม่รู้จะห่วงไปทำไม เค้าเกริ่นมาหลายปีละเรื่องอยากมีหลาน พี่บอกว่าแม่ ถ้ามีลูกปีนี้กว่ามันจะเข้ามหา’ลัยหนูก็แซยิดพอดี (หัวเราะ) ไม่ไหวนะ เค้าก็เลยหมดความพยายามไปเอง” ในด้านความรักพี่ก็มีคนเข้ามาคุยๆ? “พี่มีแฟนอยู่ตลอด พี่แรดไม่เคยว่างเลย ไม่เคยโสดเลย ร้องเพลงปลุกใจคนโสดแต่ไม่เคยโสดเลย (หัวเราะ)” มีคนคุยด้วยแต่ว่าไม่เปิด  เป็นเพราะกลัวว่ามีแล้วต้องเลิก? “พี่ไม่ได้เปิดแต่พี่ก็ไม่ได้ปิด คือพี่ใช้ชีวิตตามธรรมชาติ ไม่ใช่แบบว่า เฮ้ย ฉันจะต้องเปิดตัวแฟน พี่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องตลกสำหรับพี่นะ ในมุมมองของตัวเองนี่มันชีวิตจริงของมนุษย์ มันไม่ใช่ละคร ไม่ต้องมีม่าน คืออยู่กันได้ก็อยู่ มีแฟนก็มี ไปไหนก็ไปด้วยกัน พี่ไม่เคยปิดเลยนะ พี่ถือว่าถ้าเป็นแฟนกับใครก็ต้องให้เกียรติกัน จะเอาไปหมกไว้หลังครัวก็ดูไม่ให้เกียรติ คนที่รู้ก็คือรู้ไปเลย คนที่ไม่รู้พี่ก็ไม่ได้ไปเดินสะกิดเค้า” คนที่คุยด้วยเค้าก็ต้องรับข้อเสนอพี่แอมได้เหรอ? “มันเป็นข้อเสนอแรกเริ่มต้นของการคบกันเลย เพราะพี่บอกตั้งแต่วันแรก ฉันรักแบบที่เคยรักไม่ได้แล้วนะ ฉันทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เพราะไอรักอย่างที่เคยรักฉันไม่เหลือที่ไว้รักตัวเองเลย ฉันรักแบบนั้นไม่ได้อีกแล้ว แต่สิ่งเดียวที่เป็นไปได้คือการดูแลกันดีๆ อยู่กันไปเป็นมิตรต่อกัน เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแค่นั้น คือเราไม่ทำร้ายกัน ในเมื่อเค้ายอมรับเงื่อนไขนี้ได้ตั้งแต่ต้นก็เป็นแฟนกันได้ เพราะจะให้พี่รักแบบยังไงอ่ะ ฆ่าตัวตาย เสี่ยงชีวิตแบบเมื่อก่อนพี่คงทำไม่ได้” คือทั้งชีวิตไม่อีกแล้ว? “ไม่ ก็วันนี้ I love you but love me more ฉันรักเธอแต่ฉันรักตัวเองมากกว่า” กดไลค์ เลยคร้าาาา

ชีวิตยังมีโปรเจกต์สิ่งที่อยากทำอีกมั้ยหรือว่าไม่ละ?

“คือจริงๆพี่เป็นโรคอะไรกับเรื่องบ้านก็ไม่รู้นะ สมมติใครสักคนนึงบ้ารองเท้ากระเป๋า อีนี่บ้าบ้าน” ในที่นี้หมายถึงซื้อเพิ่มหรือว่าตกแต่ง? “ทุกอย่างรวมกันอะไรที่เป็นที่อยู่อาศัย” ไม่ได้ซื้อเก็งกำไร? “ไม่เลย คือซื้อของเกี่ยวกับบ้าน แต่งบ้าน แล้วก็วุ่นวายอยู่กับที่ อยู่กับบ้าน คือทำบ้านนี้ ไปทำบ้านโน้น แล้วก็อยากจะปลูกบ้านตรงโน้น ซึ่งจะเอาตัวที่ไหนไปอยู่ เงินก็ไม่มี แต่เป็นโรคอยากปลูกบ้าน เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าอะไรที่อยากทำ มันไม่ใช่เรื่องงานเลย มันเป็นเรื่องที่อยากปลูกบ้านที่ปากช่อง แต่ยังไม่มีเงิน” จริงดิ!!


ทีมข่าวบันเทิง

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement